แจ้งเตือน

แจ้งเตือน
ศัตรูพืช
📢 เตือนภัยทางการเกษตร : การระบาดของด้วงงวงในกล้วยช่วงอากาศร้อน

เนื่องจากในช่วงนี้สภาพอากาศร้อน ส่งผลให้เกิดการระบาดของศัตรูพืชในแปลงปลูกกล้วย โดยเฉพาะ “ด้วงงวง” ซึ่งเป็นแมลงศัตรูสำคัญที่ทำลายต้นกล้วยอย่างรุนแรง เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

🔴 ชนิดของด้วงงวงที่พบระบาด

1. ด้วงงวงเจาะเหง้ากล้วย ตัวหนอนจะอาศัยอยู่ภายในเหง้าใต้ดิน กัดกินทำลายระบบลำเลียงน้ำและอาหาร ทำให้ต้นกล้วยชะงักการเจริญเติบโต และอาจยืนต้นตายได้ แม้มีหนอนเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างความเสียหายรุนแรงได้
2. ด้วงงวงเจาะต้นกล้วย ตัวเต็มวัยวางไข่บริเวณกาบกล้วย ตัวหนอนเจาะเข้าไปในลำต้น ทำให้เกิดรูพรุนทั่วลำต้น ส่งผลให้ต้นหัก เหี่ยว และตาย โดยเฉพาะในระยะใกล้ออกปลีจะทำให้เครือหักเสียหาย

⚠️ แนวทางป้องกัน
- รักษาความสะอาดแปลงปลูก กำจัดเศษซากต้นกล้วย โดยตัดเป็นชิ้นเล็กและผึ่งให้แห้ง เพื่อลดแหล่งอาศัยของแมลง
- ใช้หน่อพันธุ์ที่สะอาด ปราศจากแมลง และหลังขุดต้องนำออกจากแปลงทันที พร้อมกลบดินบริเวณหลุมเดิม
- ทำกับดักล่อแมลง โดยใช้ต้นกล้วยหั่นท่อน วางคว่ำใกล้โคนต้น ตรวจสอบและทำลายแมลงทุก 3–4 วัน
- สามารถใช้ชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อราเมธาไรเซียม เพื่อควบคุมแมลง
- กรณีระบาดรุนแรง ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง เช่น ฟิโพรนิล ตามอัตราที่แนะนำ โดยราดบริเวณโคนต้นและรอบโคนต้น

📌 ข้อแนะนำเพิ่มเติม
ควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่แมลงแพร่ระบาดได้รวดเร็ว หากพบการระบาดควรดำเนินการควบคุมทันที

 


อ่านต่อ
วันที่ 8 เมษายน 2569
แจ้งเตือน
โรคพืช
📢 เตือนภัยทางการเกษตร : การระบาดของโรคโคนเน่า หัวเน่าในมันสำปะหลัง (เชื้อรา Phytophthora melonis)

ในช่วงนี้สภาพอากาศร้อน และมีฝนตกในบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการระบาดของโรคโคนเน่า หัวเน่า ในมันสำปะหลัง โดยเฉพาะในระยะปลูกใหม่จนถึงระยะสร้างหัวและสะสมแป้ง จึงขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

🔴 ลักษณะอาการของโรค 
- ใบมีอาการเหลือง เหี่ยว และร่วง
- โคนต้นเน่าเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำ
- บางพันธุ์ เช่น ห้วยบง 60 พบอาการคอดินแตก
- เมื่อขุดหัวพบอาการเน่า ภายในเป็นสีน้ำตาล
- หากเกิดการระบาดรุนแรง อาจทำให้ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

 

 

⚠️ แนวทางป้องกันและแก้ไข
1. เตรียมแปลงปลูกให้เหมาะสม โดยไถระเบิดชั้นดินดาน และตากดินอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนปลูก
2. ยกร่องแปลงปลูก เพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง
3. ใช้ท่อนพันธุ์จากแหล่งที่ปลอดโรค
4. แช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูกด้วยสารป้องกันเชื้อรา เช่น เมทาแลกซิล หรือ ฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม ตามอัตราที่แนะนำ
5. จัดระยะปลูกให้เหมาะสม เพื่อลดความชื้นสะสมในแปลง
6. ตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบต้นที่เป็นโรค ให้ถอนและนำไปทำลายนอกแปลง พร้อมโรยปูนขาวหรือราดสารป้องกันเชื้อราในบริเวณดังกล่าว
7. หลังเก็บเกี่ยว ควรเก็บเศษซากพืชออกจากแปลง และนำไปทำลาย
8. ทำความสะอาดเครื่องมือและเครื่องจักรกลการเกษตรทุกครั้งหลังใช้งาน
9. ในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง ควรปลูกพืชหมุนเวียน เช่น อ้อย ข้าวโพด หรือพืชตระกูลถั่ว

🚨 แนวทางปฏิบัติเมื่อพบการระบาดรุนแรง
หากพบการระบาดมากกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ ควรไถกลบทำลาย และตากดิน
หากพบการระบาดร้อยละ 30–50
• อายุ 1–3 เดือน ควรไถทิ้งและตากดิน
• อายุ 4–7 เดือน ควรใส่ปูนขาวและเร่งเก็บเกี่ยว
• อายุ 8 เดือนขึ้นไป ควรเร่งเก็บเกี่ยวทันที

📌 ข้อแนะนำเพิ่มเติม
เกษตรกรควรสำรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังฝนตก เพื่อสามารถควบคุมการระบาดได้อย่างทันท่วงที

 


อ่านต่อ
วันที่ 8 เมษายน 2569

ข่าวสาร

ข่าวสาร
พลังงานทดแทน
สาหร่าย KU-01 โปรตีนพุ่ง-ให้น้ำมันแซงปาล์มฯ 16 เท่า สยบวิกฤตต้นทุนพุ่ง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมกับภาคเอกชน เปิดตัวนวัตกรรมพลิกโลกอย่าง จุลสาหร่าย Chlorella vulgaris KU-01 ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสายพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตรแล้ว   นวัตกรรมชิ้นนี้มีความสำคัญอย่างไร และจะกลายมาเป็นทางรอดของพี่น้องเกษตรกรในยุคที่ต้นทุนทุกอย่างพุ่งทะยานได้อย่างไร   1. ปลดแอกค่าอาหารสัตว์ (
อ่านต่อ
วันที่ 10 เมษายน 2569
ข่าวสาร
การค้าระหว่างประเทศ
การค้า/การตลาด
ไทยเร่งขยายตลาดปศุสัตว์สู่มาเลเซีย ดันรายได้เกษตรกรเพิ่ม คาดปี 2569 โตแตะพันล้าน
ประเทศไทยเดินหน้าผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตรด้านปศุสัตว์ไปยังประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดเนื้อสุกรได้แล้ว ล่าสุดกรมปศุสัตว์เตรียมต่อยอดขยายการส่งออกไปยังสินค้าอื่นเพิ่มเติม หวังเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรม การดำเนินงานดังกล่าวเป็นความร่วมมื
อ่านต่อ
วันที่ 10 เมษายน 2569
ข่าวสาร
การเงิน/สินเชื่อ
รัฐเดินหน้าโครงการธงเขียว ลดต้นทุนปุ๋ย ช่วยเกษตรกรพยุงรายได้
รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือภาคการเกษตรผ่านโครงการธงเขียว เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาปุ๋ยและพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพาะปลูกของเกษตรกรทั่วประเทศ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักในการนำปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และอุปกรณ์ทางการเกษตร มาจำหน่า
อ่านต่อ
วันที่ 10 เมษายน 2569

ถาม-ตอบ

ถาม-ตอบ
การผลิตพืช
เพาะเมล็ดพืชขนาดเล็ก อย่างพิทูเนีย ขึ้นช่าย เดซี่ จิปโซฟิล่า พิทูเนีย หรือแม้แต่กะเพรา เวลาโรยลงดินทีไรก็ไปกระจุกรวมกัน พอโตมาก็เบียดกันแย่งอาหารจนต้นยืดแคระแกร็น อยากทราบเทคนิคการเพาะแบบมืออาชีพ หรือพอมีทริคโรยเมล็ดให้เนียน ๆ ไม่กระจุกไหมคะ?
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 27 มีนาคม 2569
การเพาะเมล็ดพืชขนาดเล็ก เช่น ขึ้นช่าย เดซี่ จิปโซฟิล่า พิทูเนีย และกะเพรา ให้ได้ต้นกล้าที่สม่ำเสมอและไม่ยืดทำได้ไม่ยาก เมล็ดขนาดเล็กต้องการแสงในการงอก จึงต้องโรยให้เมล็ดอยู่ที่ผิววัสดุเพาะโดยไม่ต้องกลบ และควบคุมการกระจายเมล็ดไม่ให้กระจุก เทคนิคที่ใช้ ได้แก่ การใช้ถาดหลุม หยอด 1 เมล็ดต่อหลุม หรือใช้วิธีง่าย ๆ อย่าง พับกระดาษครึ่งแผ่นเป็นราง แล้วค่อย ๆ เคาะให้เมล็ดไหลลงอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยลดความหนาแน่นหรือกระจุกตัว นอกจากนี้การผสมเมล็ดกับทรายหรือ Vermiculite ก็เป็นเทคนิคที่ใช้กันแพร่หลายเพื่อกระจายเมล็ดให้ทั่ว หลังจากงอก ปัจจัยสำคัญที่สุดคือแสงและอุณหภูมิ เมล็ดส่วนใหญ่มีอัตราการงอกดีที่สุดใกล้ 24-30°C (ขึ้นกับเมล็ดพืชเมืองหนาว หรือพืชเมืองร้อน) และต้องมีช่วงแสงที่เหมาะสม แต่ในระยะต้นกล้าหากได้รับแสงไม่เพียงพอจะทำให้ต้นยืดอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัญหาที่พบทั่วไป หลังงอก ควรให้แสงทันที 12–16 ชั่วโมงต่อวัน เปิดฝาครอบทันทีเพื่อลดความชื้นส่วนเกิน และเพิ่มการระบายอากาศ รวมถึงต้องถอนแยกให้เหลือ 1 ต้นต่อหลุมเพื่อลดการแข่งขัน
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 27 มีนาคม 2569
ถาม-ตอบ
อนุกรมวิธานพืช
ต้นอะไรครับ ใช่อ่อมแซ่บมั้ยครับ เห็นดอกคล้ายกัน แต่เหมือนใบจะต่างกับอ่อมแซ่บครับ เห็นปลูกอยู่ที่สวนชั้น 4 สำนักหอสมุด
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 23 มีนาคม 2569
ภาพที่ส่งมา น่าจะเป็นวัชพืช หญ้าในพริก ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับอ่อมแซ่บ หญ้าใบพริก และอ่อมแซ่บ (เบญจรงค์ 5 สี) เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกัน (Acanthaceae) จึงมีลักษณะคล้ายกันมากจนคนส่วนใหญ่มักสับสน แต่มีข้อแตกต่างที่สังเกตได้ดังนี้ 1. ลักษณะใบและลำต้น หญ้าใบพริก ต้นมีลักษณะเหลี่ยม ใบมีลักษณะเรียวยาวและปลายแหลมคล้ายกับใบพริก ผิวใบมีความสากหรือมีขนเล็กน้อย ส่วนอ่อมแซ่บ ลำต้นจะมีลักณะกลมมนกว่า ใบเป็นรูปหัวใจหรือรูปไข่ ใบกว้างกว่าหญ้าใบพริก และมีใบที่นุ่มกว่า 2. ดอก ดอกหญ้าใบพริกมีขนาดเล็กกว่า สีส่วนใหญ่มักเป็นสีขาวหรือม่วงอ่อน และมักถูกเรียกว่า อ่อมแซ่บป่า ส่วนดอกอ่อมแซ่บมีขนาดใหญ่กว่าและมีหลากหลายสี เช่น ขาว, เหลือง, ม่วง, ชมพู, และม่วงอ่อน จึงเป็นที่มาของชื่อ เบญจรงค์ 5 สี หรือบุษบาริมทาง 3. การนำไปใช้ หญ้าใบพริกมักขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นวัชพืชที่โตเร็วและกำจัดยาก แต่สามารถกินได้เหมือนอ่อมแซ่บ โดยนิยมนำไปทำแกงอ่อม แกงคั่ว หรือลวกจิ้มน้ำพริก ส่วนอ่อมแซ่บนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เนื่องจากดอกสวยงาม และเป็นผักพื้นบ้านที่นิยมนำมาปรุงอาหารเช่นกัน มีสรรพคุณบำรุงเลือดและช่วยคลายเส้น *สามารถเปรียบเทียบภาพอ่อมแซ่บได้จากภาพประกอบด้านล่าง
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 23 มีนาคม 2569
ถาม-ตอบ
ความผิดปกติของพืช
ชลประทาน
มะนาวที่บ้าน ช่วงบ่ายมีอาการใบม้วนเข้าหากันทั้งต้น (พอช่วงเย็นก็กลับมาคลี่ใบตามเดิม) ลองหาแมลง หนอน เพลี้ยไฟก็ไม่พบ ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 20 มีนาคม 2569
ช่วงบ่ายแดดจัด บางครั้งถ้าลมแรงและแดดจัดเกิน ใบจะม้วนเพื่อลดการสูญเสียน้ำ เพราะเป็นช่วงที่ต้นไม้คายน้ำสูงสุด มักเกิดกับต้นที่ให้น้ำไม่พอ หรือรากดูดน้ำไม่ทัน ให้สังเกตว่าพอถึงช่วงเย็นหรือเช้าใบก็กลับมาปกติ ถือว่าปกติจากความร้อน ส่วนวิธีแก้ให้รดน้ำช่วงเช้าให้ชุ่ม (ไม่ใช่รดบ่อยแต่รดแค่ผิวดินตื้นๆ ) คลุมโคนต้นด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง เพื่อลดการระเหย ถ้าปลูกในกระถางอาจต้องรดน้ำเพิ่ม ให้ลองตรวจดูว่ารากแน่นหรือดินแน่นระบายน้ำไม่ดีหรือเปล่า ควรพรวนดิน อย่าปล่อยให้ดินแน่น
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 20 มีนาคม 2569

คลังความรู้

แหล่งความรู้อื่นๆ
ศัตรูพืช
โรคพืช
วัชพืช
คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชจากงานวิจัย ปี 2568
กรมวิชาการเกษตรเผยแพร่ “คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชจากงานวิจัย ปี 2568” เสริมความปลอดภัยเกษตรกร ลดดื้อยา ยกระดับเกษตรไทยอย่างยั่งยืน กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยเอกสารวิชาการ “คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชจากงานวิจัย ปี 2568” เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกร นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยต่อสุขภาพผู้ใช้ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม เอกสารฉบับนี้รวบรวมผลการวิจัยล่าสุด ครอบคลุมการใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช แมลง ไร สัตว์ศัตรูพืช และวัชพืชในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ พร้อมเน้นการจัดการศัตรูพืชตามหลักวิชาการ โดยอ้างอิงการจัดกลุ่มสารตามกลไกการออกฤทธิ์ของ FRAC, IRAC และ HRAC เพื่อชะลอปัญหาการดื้อยาซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของภาคเกษตรในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการทำงาน ตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล การเก็บรักษา การขนส่ง ไปจนถึงการอ่านฉลากและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตลอดจนแนวทางลดสารตกค้างในผลผลิต ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและตลาดส่งออก กรมวิชาการเกษตรคาดหวังว่า เอกสารฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการผลิตพืชตามหลัก เกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) ลดการใช้สารเคมีเกินความจำเป็น และยกระดับเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในอนาคต
โพสต์เมื่อ 15 ธันวาคม 2568
แหล่งความรู้อื่นๆ
การค้า/การตลาด
สินค้า GI อัตลักษณ์ท้องถิ่นไทย
สินค้า GI คือสินค้าที่มีชื่อเสียงและคุณภาพเฉพาะตัวจากแหล่งผลิตในท้องถิ่น อันเกิดจากภูมิศาสตร์หรือภูมิปัญญาในพื้นที่ มีการจดทะเบียนเพื่อคุ้มครองสิทธิ์และสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนแก่ชุมชน จัดทำโดย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
โพสต์เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2568
แหล่งความรู้อื่นๆ
การเพาะเลี้ยง
การเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอน
เรียนรู้เทคนิคการเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนอย่างถูกวิธี พร้อมรับมือกับความท้าทายจากภาวะโลกร้อน! นำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับ การเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอน (Plankton Culture) ซึ่งเป็นอาหารมีชีวิตที่มีความสำคัญต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง ปลา หอย และสัตว์น้ำวัยอ่อน เนื้อหาอธิบายตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐานไปจนถึงเทคนิคสำคัญในการดูแลคุณภาพน้ำ และการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อให้แพลงก์ตอนเจริญเติบโตได้ดี โดยเน้นให้ผู้เพาะเลี้ยงเข้าใจถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตของแพลงก์ตอน เช่น ความเข้มแสงและอุณหภูมิ ปริมาณสารอาหารและการควบคุมเชื้อปนเปื้อน วิธีการเก็บเกี่ยวและการใช้ประโยชน์จากแพลงก์ตอนในระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพน้ำและระบบนิเวศทางทะเล พร้อมแนะนำแนวทางการจัดการที่ยั่งยืนเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมประมงไทย 📌ผู้สนใจสอบถามได้ที่ สถานีวิจัยประมงคลองวาฬ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร.0-3266-1168 🔍 เหมาะสำหรับผู้สนใจอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ งานวิจัย หรือผู้ประกอบการด้านการเพาะเลี้ยงน้ำ
โพสต์เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู