แจ้งเตือน

แจ้งเตือน
อารักขาพืช
แมลงศัตรูพืชและโรคพืชที่มักระบาดในฤดูร้อน

ฤดูร้อนเป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงและความชื้นต่ำ เอื้อต่อการเจริญเติบโตของศัตรูพืช รวมถึงการแพร่ระบาดของโรคพืชหลายชนิด การทำความเข้าใจเกี่ยวกับชนิดของศัตรูพืชและโรคพืชที่ระบาดในช่วงนี้ รวมถึงแนวทางป้องกันและควบคุมที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสียหายและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ศัตรูพืชที่ระบาดในฤดูร้อน
1. เพลี้ยไฟ
- ทำลายใบอ่อน ดอก และผล ทำให้ใบหงิกงอ ผลผลิตลดลง
- เป็นพาหะนำเชื้อไวรัสพืช เช่น ไวรัสใบด่างพริก
- การป้องกัน ใช้เชื้อราบิวเวอเรีย หรือสารสกัดจากพืชสมุนไพร เช่น สะเดา
- การใช้สารเคมี ใช้สารกลุ่มสไปนีโทแรม (Spinetoram) หรืออิมิดาคลอพริด (Imidacloprid) โดยใช้ตามคำแนะนำ

2. เพลี้ยแป้ง
- ดูดกินน้ำเลี้ยงพืช ทำให้พืชเจริญเติบโตช้าและแคระแกร็น
- ขับถ่ายสารหวาน ทำให้เกิดราดำที่ลดการสังเคราะห์แสง
- การป้องกัน ใช้แตนเบียน (Anagyrus sp.) ควบคุมตามธรรมชาติ
- การใช้สารเคมี ใช้สารไดโนทีฟูแรน (Dinotefuran) หรือไทอะมีทอกแซม (Thiamethoxam)

3. แมลงหวี่ขาว
- ดูดน้ำเลี้ยงพืช ทำให้ใบเหลืองและเป็นพาหะนำเชื้อไวรัส
- แพร่ระบาดในพืชตระกูลแตงและพืชผักทั่วไป
- การป้องกัน: ใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลือง และปลูกพืชหลากหลายลดการสะสมของแมลง
- การใช้สารเคมี: ใช้สารอเซทามิพริด (Acetamiprid) หรือไพริพรอกซีเฟน (Pyriproxyfen)

4. หนอนกระทู้ผัก
- กัดกินใบและต้นของพืชผัก เช่น คะน้า กะหล่ำปลี
- การป้องกัน: ใช้แบคทีเรีย Bacillus thuringiensis (Bt) ในการควบคุม
- การใช้สารเคมี: ใช้คลอแรนทรานิลิโพรล (Chlorantraniliprole) หรือแลมบ์ดาไซฮาโลทริน (Lambda-cyhalothrin)

โรคพืชที่ระบาดในฤดูร้อน
1. โรคแอนแทรคโนส (Anthracnose)
- พบมากในพริก มะม่วง และพืชตระกูลแตง ทำให้เกิดแผลเน่าและผลร่วง
- การป้องกัน ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma sp.) ป้องกันการเกิดโรค
- การใช้สารเคมี ใช้สารแมนโคเซบ (Mancozeb) หรือโพรคลอราซ (Prochloraz)

2. โรคใบจุด (Leaf Spot)
- พบในพืชผัก เช่น ผักชี ขึ้นฉ่าย ทำให้ใบมีจุดแผลและแห้งตาย
- การป้องกัน หลีกเลี่ยงการให้น้ำแบบพ่นฝอย และใช้สารชีวภัณฑ์ควบคุมเชื้อรา
- การใช้สารเคมี ใช้สารไตรฟลอกซีสโตรบิน (Trifloxystrobin) หรืออะซอกซีสโตรบิน (Azoxystrobin)

3. โรครากเน่าโคนเน่า (Root and Stem Rot)
- พบในพืชตระกูลแตงและพืชตระกูลถั่ว ทำให้รากและโคนต้นเน่า
- การป้องกัน ปรับปรุงระบบระบายน้ำและหลีกเลี่ยงการให้น้ำมากเกินไป
- การใช้สารเคมี ใช้สารเมทาแลกซิล (Metalaxyl) หรือฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม (Fosetyl-Al)

แนวทางป้องกันและควบคุมศัตรูพืชในฤดูร้อน
1. การจัดการแปลงปลูก
- ปลูกพืชหมุนเวียนลดการสะสมของศัตรูพืช
- ใช้พืชคลุมดินเพื่อรักษาความชื้นและลดอุณหภูมิของดิน

2. การใช้ชีวภัณฑ์ในการควบคุมศัตรูพืช เช่น
- ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาและเชื้อแบคทีเรียบีที (Bt) ควบคุมโรคพืชและศัตรูพืช
- ใช้แมลงตัวห้ำ เช่น เต่าทองลายหยัก (Cryptolaemus montrouzieri) กำจัดเพลี้ยแป้ง

3. การใช้สารสกัดจากพืชสมุนไพร เช่น
- สารสกัดสะเดาและน้ำส้มควันไม้ช่วยลดการระบาดของแมลงศัตรูพืช
- สารสกัดข่าและตะไคร้หอมมีฤทธิ์ป้องกันเชื้อรา

4. การใช้สารเคมีอย่างเหมาะสม
- เลือกใช้สารเคมีตามประเภทของแมลงศัตรูพืชและโรคพืชที่พบ
- ใช้สารเคมีตามอัตราที่แนะนำและสลับกลุ่มสารเพื่อลดการดื้อยา
- ปฏิบัติตามหลักการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

5. การเฝ้าระวังและสำรวจแปลงปลูก
- หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดการแพร่ระบาดของศัตรูพืช
- ใช้ระบบเตือนภัยแมลงศัตรูพืชเพื่อคาดการณ์และป้องกันล่วงหน้า

การจัดการแมลงศัตรูพืชและโรคพืชในฤดูร้อนต้องอาศัยแนวทางแบบบูรณาการ โดยรวมถึงการใช้ชีวภัณฑ์ การปลูกพืชหมุนเวียน การใช้สารสกัดจากพืชสมุนไพร และการใช้สารเคมีอย่างเหมาะสมเพื่อลดความเสียหายต่อพืชผลและสิ่งแวดล้อม

 


อ่านต่อ
วันที่ 28 มีนาคม 2568
แจ้งเตือน
ศัตรูพืช
ระวังการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟในทุเรียน

สภาพอากาศที่ร้อนแล้งจะมีการระบาดของเพลี้ยไฟรุนแรง เข้าทำลายใบอ่อน ดอก และผลอ่อนทุเรียนให้เสียหาย เกษตรกรควรหมั่นสำรวจและรีบทำการป้องกันกำจัดให้ทันท่วงทีเพื่อลดความเสียหาย

การป้องกันกำจัด
- การควบคุมด้วยสารเคมีกลุ่มต่างๆ เช่น
กลุ่ม 1 คาร์โบซัลแฟน / คาบาริล
กลุ่ม 2 พิโพรนิล
กลุ่ม 4 อิมิดาโคลพริด / อะเซตทรามิพริด / ไดโนทีฟูแรน
กลุ่ม 6 อะบาเม็กติน / อิมาแมคติน เบนโซเอต
กลุ่ม 3A ไบเฟนทริน
กลุ่ม 5 สไปนีโทแรม สปินโนแซด
พ่นทุก 7-10 วัน และควรสลับกลุ่มยาต่างๆ เพื่อป้องกันและกำจัดเพลี้ยไฟดื้อยา
*ในระยะทุเรียนเป็นดอกหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่เป็นสูตรน้ำมัน คือ สูตร EC (ที่ชาวสวนเรียกว่ายาร้อน) ในระยะทุเรียนเป็นดอก เพราะอาจเกิดทำให้ดอกฝ่อ ดอกร่วงได้


อ่านต่อ
วันที่ 27 มีนาคม 2568
แจ้งเตือน
โรคพืช
เตือนภัยเกษตรกร! โรคกิ่งตายระบาดหนักในสวนทุเรียนภาคใต้ เสี่ยงรุนแรงช่วงหน้าแล้ง

กรมส่งเสริมการเกษตรเตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคกิ่งตาย ที่กำลังแพร่ระบาดในสวนทุเรียนภาคใต้ โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งที่อาจทำให้โรครุนแรงขึ้น

ภัยเงียบจากโรคกิ่งตาย

เชื้อราฟิวซาเรียมแพร่กระจายผ่านทางน้ำและสารอาหาร ทำให้ใบเหี่ยว กิ่งแห้ง และอาจลุกลามถึงต้นตาย หากพบต้นที่ติดโรค ควรรีบตัดและเผาทำลายทันที เพื่อลดการแพร่ระบาด

ภาวะแล้งซ้ำเติมโรคระบาด

ภัยแล้งทำให้ต้นทุเรียนอ่อนแอและติดเชื้อได้ง่าย เกษตรกรควรสำรองน้ำให้เพียงพอ ลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาด

แนวทางป้องกันและลดความเสียหาย

- เฝ้าระวังอาการติดเชื้อ สังเกตใบเหลือง เหี่ยว และกิ่งแห้งผิดปกติ

- กำจัดต้นที่ติดเชื้ออย่างถูกวิธี ตัดและเผากิ่งที่เป็นโรคทันที

- บริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ สำรองน้ำและดูแลต้นทุเรียนให้แข็งแรง

- ใช้สารชีวภัณฑ์และปรับปรุงดิน ใช้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เพื่อควบคุมเชื้อโรค

แนวโน้มตลาดทุเรียนไทย

ทุเรียนไทยเผชิญการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน เกษตรกรควรมุ่งเน้นคุณภาพและมาตรฐานการผลิต เพื่อลดปัญหาทุเรียนอ่อนและรักษาความสามารถในการแข่งขัน

ขอให้เกษตรกรติดตามข่าวสาร และดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด เพื่อปกป้องผลผลิตทุเรียนไทยจากวิกฤตโรคระบาดในครั้งนี้


อ่านต่อ
วันที่ 26 มีนาคม 2568

ข่าวสาร

ข่าวสาร
การเกษตรทั่วไป
ครม. เห็นชอบให้วันที่ 18 มกราคมของทุกปีเป็น "วันกล้วยไม้แห่งชาติ" ตอกย้ำไทยเป็นผู้นำส่งออกกล้วยไม้โลก
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 18 มกราคมของทุกปี เป็น "วันกล้วยไม้แห่งชาติ" โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของกล้วยไม้ไทย และภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของชาติ ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้นำการผลิตและส่งออกกล้วยไม้เขตร้
อ่านต่อ
วันที่ 3 เมษายน 2568
ข่าวสาร
การแปรรูปอาหาร
ข้าวอัลฟาไรซ์ : ทางเลือกของอาหารฉุกเฉินที่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์
🍚ข้าวอัลฟาไรซ์ ทางเลือกของอาหารฉุกเฉินที่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม หรือไฟฟ้าดับ การเข้าถึงอาหารปรุงสดอาจทำได้ยาก การเตรียม “อาหารฉุกเฉิน” ที่สามารถบริโภคได้ทันทีจึงเป็นแนวทางสำคัญในการเสริมความมั่นคงด้านอาหารในภาวะไม่ปกติ ⚡อาหารฉุกเฉินคืออะไรอาหารฉุกเฉ
อ่านต่อ
วันที่ 3 เมษายน 2568
ข่าวสาร
การผลิตพืช
📒 แนะนำ E-Book 📒เรื่อง : คู่มือการผลิตไม้ประดับและไม้ตัดใบเพื่อการค้า
🎯 ผู้แต่ง: เมธี มานะพงศ์, โอฬาร พิทักษ์, สุทนต์ ขำบุญเกิด🎯 หน่วยงานผู้แต่ง: กรมส่งเสริมการเกษตร กองส่งเสริมพืชพันธุ์ กลุ่มพืชสวน งานไม้ดอกไม้ประดับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม (จัดทำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์)🎯 จำนวนหน้า: 46 หน้า📒 อ่าน E-Book เรื่องนี้ ได้ที่ https://ebook.lib.ku.ac.
อ่านต่อ
วันที่ 3 เมษายน 2568

ถาม-ตอบ

ถาม-ตอบ
โรคพืช
ถ้าใช้น้ำส้มควันไม้ราดลงดิน เพื่อฆ่าเชื้อรา รากเน่า แล้วน้ำส้มควันไม้ฆ่าจุลินทรีย์ /เชื้อราดี ในดินไหมครับ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 3 เมษายน 2568
อาจไปมีผลกระทบกับจุลินทรีย์ชนิดอื่นในดินได้ค่ะ เพราะน้ำส้มควันไม้มีคุณสมบัติที่เป็นกรด (ค่า pH ประมาณ 1.5 - 3.7) ใช้ฉีดพ่นลงดินเพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ไส้เดือนฝอย และศัตรูพืชในดินได้ (การใช้น้ำส้มควันไม้เพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์และแมลงในดินนั้น มีโทษต่อพืชที่ปลูก ควรทำก่อนการเพาะปลูกอย่างน้อย 10 วัน) ปกติการใช้น้ำส้มควันไม้เพื่อรักษาอาการรากเน่าจากเชื้อรา จะใช้น้ำส้มควันไม้ 1 ลิตร ผสมน้ำ 100 ลิตร ราดที่โคนต้นเพื่อรักษาโรคราและโรครากเน่า ทั้งนี้ น้ำส้มควันไม้อาจมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญของเชื้อราไม่ 100% เพราะน้ำส้มควันไม้ที่จะไปยับยั้งเชื้อราได้ชั่วคราวเท่านั้น แนะนำให้ลองใช้สารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา, เชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส ฯลฯ ที่สามารถกำจัดเชื้อราโรคพืชได้หลายชนิดแทน
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 2 เมษายน 2568
ถาม-ตอบ
ศัตรูพืช
โรคพืช
ต้นพริกเป็นโรคอะไรครับ มีวิธีป้องกันและรักษาอย่างไร
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 28 มีนาคม 2568
สังเกตจากภาพที่ส่งมาคล้ายอาการโรคใบด่างจุดวงแหวน ที่มีเพลี้ยไฟเป็นพาหะ นะคะ และช่วงนี้อากาศร้อนแห้งแล้งเป็นช่วงที่ระบาดได้ง่าย ส่วนแนวทางป้องกัน ทำได้ดังนี้ 1. ใช้พันธุ์ต้านทานโรค 2. ไม่นำเมล็ดพริกจากต้นที่เป็นโรคมาเพาะขยายพันธุ์ 3. ควรเพาะกล้าพริกในมุ้งกันแมลง และคัดเลือกกล้าพริกที่แข็งแรงและไม่เป็นโรคมาปลูก 4. หมั่นตรวจแปลงปลูก หากพบพริกที่แสดงอาการของโรคให้ถอนและนำไปทำลาย หรือฝังดินนอกแปลงทันที 5. หมั่นกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูก เพื่อลดแหล่งสะสมของเชื้อไวรัสและแมลงพาหะ เช่น สาบแร้งสาบกา กะเม็ง หญ้ายาง และกระทกรก 6. ไม่ปลูกพืชหมุนเวียนที่เป็นพืชอาศัยของเชื้อไวรัส เช่น มะเขือต่าง ๆ ยาสูบ แตงกวา ฟักทอง บวบเหลี่ยม และมะระจีน 7. เชื้อไวรัสสาเหตุโรคพืชยังไม่มีสารป้องกันกำจัดโดยตรง แต่ป้องกันการระบาดของโรคได้โดยพ่นสารกำจัดเพลี้ยไฟพริก ซึ่งเป็นพาหะนำโรคนี้ ได้แก่ สารสไปนีโทแรม 12% SC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไซแอนทรานิลิโพรล 10% OD อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอร์ฟีนาเพอร์ 10% SC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สไปโรมีซิเฟน 24% SC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟิโพรนิล 5% SC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% EC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อิมิดาโคลพริด 70% WG อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร 8. หมั่นสำรวจเพลี้ยไฟบริเวณใต้ใบหรือตามส่วนอ่อนๆของพืช ถ้าพบเพลี้ยไฟ 5 ตัวขึ้นไป/ยอด ควรพ่นสารกำจัด 9. ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พืชขาดน้ำ เพราะจะทำให้ พืชอ่อนแอ และเพลี้ยไฟพริกจะระบาดอย่างรวดเร็ว
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 28 มีนาคม 2568
ถาม-ตอบ
การแปรรูปอาหาร
ช่วงนี้มะม่วงที่บ้านออกเยอะมาก ทานไม่ทัน อยากได้สูตรทำน้ำมะม่วง และไอศกรีมมะม่วง ไม่ทราบว่ามีข้อมูลหรือเอกสารแนะนำมั้ยคะ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 27 มีนาคม 2568
สามารถหาข้อมูลวิธีทำได้จาก หนังสือผลิตภัณฑ์มะม่วง (หน้า 41-49) คลิกที่ข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างค่ะ
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 27 มีนาคม 2568

คลังความรู้

แหล่งความรู้อื่นๆ
การผลิตสัตว์
การเลี้ยงหนอนแมลง BSF เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนอาหารเม็ดสำหรับสัตว์น้ำ
Ebooks เรื่อง "การเลี้ยงหนอนแมลง BSF เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนอาหารเม็ดสำหรับสัตว์น้ำ" เรียบเรียงโดย : เทพพิทักษ์ บุญทา นักวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
โพสต์เมื่อ 25 พฤศจิกายน 2567
แหล่งความรู้อื่นๆ
การผลิตสัตว์
การตัดชิ้นส่วนเนื้อแพะเพื่อสร้างมูลค่า - DLD goat cuts
การตัดชิ้นส่วนเนื้อแพะเพื่อสร้างมูลค่า - DLD goat cuts จัดทำโดย กรมปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ กองผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ปทุมธานี 1. สันสะเอว (loins): ใช้สำหรับเมนูสเต็กหรือบาร์บีคิว 2. ขาหลัง (hind leg): นำไปทำเป็นลูกชิ้นหรือใช้ทำเมนูย่าง 3. สะโพก (chump): สำหรับทำเมนูสเต็กหรือแพะแดดเดียว 4. สันซี่โครง (rack): ทำสเต็กซี่โครงแพะหรือนำไปย่าง 5. ไหล่ (shoulder): เหมาะสำหรับการทำอาหารประเภทหม้อหรือสเต็ก 6. ขาหน้า (fore leg): ใช้สำหรับเมนูสตูว์หรือซุป 7. อก (breast): เหมาะสำหรับการทำสเต็กอกหรือบาร์บีคิว 8. คอ (neck): ทำเมนูสเต็กคอหรือนำไปทำเบอร์เกอร์ 9. สันใน (tenderloin): ใช้ทำสเต็กหรือแพะแดดเดียว
โพสต์เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2567
แหล่งความรู้อื่นๆ
การผลิตสัตว์
การตัดแต่งซากโคเพื่อสร้างมูลค่า DLD beef cuts
DLD Beef Cuts การตัดชิ้นส่วนเนื้อวัว เพื่อเพิ่มมูลค่า จัดทำโดย กรมปศุสัตว์ กองผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์มหาสารคาม
โพสต์เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2567
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู