แจ้งเตือน
ช่วงนี้สภาพอากาศร้อน มีฝนตก และบางพื้นที่มีฝนตกหนัก ขอเตือนเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ โดยเฉพาะในระยะ ติดผลจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต ให้เฝ้าระวังการระบาดของ หนอนเจาะขั้วผล ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญที่ทำให้ผลลิ้นจี่ร่วงและเสียคุณภาพ

หนอนชนิดนี้จะเริ่มเข้าทำลายตั้งแต่ลิ้นจี่ติดผลได้ประมาณ 1 เดือน ไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยว ในช่วงผลยังเล็ก ผีเสื้อจะวางไข่บริเวณปลายผล เมื่อหนอนฟักออกมาจะเจาะเข้าไปกัดกินภายในผล โดยภายนอกอาจไม่เห็นร่องรอยความเสียหาย แต่เมื่อผ่าผลดูจะพบรอยทำลาย ทำให้ผลไม่สามารถเจริญเติบโตต่อได้และร่วงหล่น
เมื่อลิ้นจี่มีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนักผลมากขึ้น และช่อผลเริ่มโค้งลง ผีเสื้อมักวางไข่บริเวณใกล้ขั้วผล จึงมักพบหนอนหรือมูลหนอนบริเวณขั้วผล ผลที่ถูกทำลายในช่วงนี้จะร่วงง่าย หรือแม้ไม่ร่วงก็อาจเสียคุณภาพโดยที่มองจากภายนอกไม่ชัดเจน หากสังเกตใกล้ขั้วผลอาจพบรูเล็ก ๆ ซึ่งเป็นรอยที่หนอนเจาะออกมาเพื่อเข้าดักแด้ภายนอก
แนวทางป้องกัน
1. เก็บรวบรวมผลลิ้นจี่ที่ร่วงหล่นบริเวณโคนต้น ซึ่งเกิดจากการทำลายของหนอนเจาะขั้วผล แล้วนำไปทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดแหล่งสะสมของศัตรูพืช
2. สำรวจและเก็บดักแด้ของหนอนเจาะขั้วผลที่พบบนใบ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน แล้วนำไปทำลาย
3. หากพบการระบาด ให้พ่นสารฆ่าแมลงตามคำแนะนำ เช่น
อิมิดาโคลพริด 10% SL อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
หรือ คาร์บาริล 85% WP อัตรา 45 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร
หรือ ฟิโพรนิล 5% SC อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
เกษตรกรควรหมั่นสำรวจสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงผลเริ่มพัฒนาและใกล้เก็บเกี่ยว เพื่อป้องกันความเสียหาย ลดผลร่วง และรักษาคุณภาพผลผลิตลิ้นจี่ให้ได้มาตรฐาน
อ่านต่อ

ช่วงนี้หลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่องและบางแห่งมีฝนตกหนัก ส่งผลให้สภาพอากาศมีความชื้นสูง ซึ่งเอื้อต่อการระบาดของโรคใบติด หรือใบไหม้ ที่เกิดจากเชื้อรา Rhizoctonia solani โดยเฉพาะในสวนทุเรียนระยะเตรียมต้นหรือระยะเจริญทางใบ เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกอย่างใกล้ชิด
อาการของโรคมักเริ่มพบที่ใบอ่อน โดยจะเกิดแผลคล้ายถูกน้ำร้อนลวก ต่อมาแผลจะขยายเป็นสีน้ำตาลและลุกลามไปยังใบข้างเคียง หากสภาพอากาศมีความชื้นสูง เชื้อราจะสร้างเส้นใยคล้ายใยแมงมุมยึดใบให้ติดกัน ทำให้ใบไหม้ แห้ง และร่วงหล่นลงสู่ใบด้านล่าง ส่งผลให้โรคแพร่กระจายเป็นวงกว้าง ใบแห้งติดกันเป็นกระจุกตามกิ่ง จนท้ายที่สุดอาจทำให้กิ่งแห้งและต้นเสียรูปทรงได้
แนวทางป้องกันและลดการระบาด ควรตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่ง เพื่อให้อากาศถ่ายเทและแสงแดดส่องถึง ลดความชื้นสะสมภายในทรงพุ่ม ในพื้นที่ที่มีการระบาดประจำ ควรหลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเพื่อลดการแตกใบอ่อน นอกจากนี้ หากพบอาการของโรค ควรรีบตัดส่วนที่เป็นโรคและเก็บเศษพืชหรือใบที่ร่วงหล่นออกจากแปลงไปทำลายทันที
เกษตรกรสามารถพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชตามคำแนะนำ เช่น กลุ่มคอปเปอร์ เฮกซะโคนาโซล เพนทิโอไพแรด ฟลูไตรอะฟอล หรือทีบูโคนาโซลร่วมกับไตรฟลอกซีสโตรบิน โดยพ่นให้ทั่วทรงพุ่มทุก 7 วัน เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดและป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตในช่วงฤดูฝน
อ่านต่อ
ข่าวสาร
อ่านต่อ
อ่านต่อ
อ่านต่อ
ถาม-ตอบ
อ่านต่อ
อ่านต่อ
อ่านต่อ

