แจ้งเตือน

แจ้งเตือน
โรคพืช
ระวังโรคลำต้นแคงเกอร์ โรคผลแคงเกอร์ หรือโรคผลเน่าจุดสีน้ำตาลในแก้วมังกร

โรคลำต้นแคงเกอร์ โรคผลแคงเกอร์ (Stem canker, Fruit canker) หรือโรคผลเน่าจุดสีน้ำตาล (Fruit internal brown spot) ในแก้วมังกร ชื่อโรคชื่อหลังนี้มีที่มาจากจุดสีน้ำตาลที่เน่าที่ผลชัดเจนโดยเฉพาะเวลาผ่าที่ผลตรงบริเวณที่ติดเชื้อเพื่อดูการเน่าภายใน สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Neoscytalidium dimidiatum (Penz.) Crous & Slippers อาการบางลักษณะดูคล้ายโรคราสนิม โรคนี้เพิ่งรู้จักกันในหลายประเทศในเอเชีย และผลจากการมี Seminars and Workshops in April 2018 by Food and Fertilizer Technology Center เรื่องแก้วมังกร ครั้งล่าสุดที่กรุงไทเป ไต้หวัน ทำให้เรารู้จักโรคนี้ดียิ่งขึ้น โรคนี้ระบาดได้รวดเร็วในสภาพที่ความชื้นสูงและสร้างความเสียหายรุนแรงแก่แก้วมังกร (Dragon-fruits, Pitaya) ที่ยอดอ่อน ลำต้น และผล

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน

การป้องกันกำจัด
- ทำความสะอาดสวนเก็บซากพืชที่ตัดทิ้งไว้ไปทำลาย
- ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคออกทำลาย
- การตัดแต่งครั้งใหญ่ทุกครั้งหลังการเก็บเกี่ยว
- การใส่ปุ๋ยหลัก N-P-K ที่เหมาะสมไม่เน้นตัวแรก หรือไนโตรเจน การใช้อาหารเสริมสำหรับธาตุอาหารรอง รวมทั้งการใช้ไตรโครเดอร์มา หลีกเลี่ยงการใช้น้ำที่ไม่สะอาด ระวังอย่าให้ติดดอกติดผลที่มากเกินไปในฤดูฝน
- พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชโดยใช้สารประกอบทองแดง หรือคอปเปอร์ จากนั้นให้พ่นสารอื่นๆ เช่น อะซอกซีสโตรบิน + ไดฟีโนโคนาโซล หรือ โปรปิโคนาโซล + ไดฟีโนโคนาโซล หรือ โปรคลอราส ถ้าการระบาดเบาบางอาจจะใช้ ไทแรม หรือแมนโคเซบ ทุก 7 วัน จำนวน 4 ครั้ง และ พ่นอีก 3 ครั้งช่วงดอกบาน ห่างกัน 7 วัน


อ่านต่อ
วันที่ 8 มิถุนายน 2564
แจ้งเตือน
ศัตรูพืช
ระวัง "ด้วงซัดดัม" หรือ "ด้วงดำ" (Scarab Beetle) ระบาดกัดกินต้นข้าว
"ด้วงซัดดัม" หรือ "ด้วงดำ" (Scarab Beetle) แมลงที่กำลังระบาดกัดกินข้าว และสร้างความเดือดร้อนให้ชาวนาในตอนนี้
ด้วงดำ เป็นแมลงจำพวกด้วงปีกแข็งชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นศัตรูที่สำคัญของการปลูกข้าว โดยวิธีหว่านข้าวแห้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ยโสธร และอุบลราชธานี พบมี 2 ชนิดคือ ด้วงดำขนาดตัวใหญ่ Heteronychus lioderes และขนาดตัวเล็ก Alissonotum cribratellum โดยทั้ง 2 ชนิดชอบบินมาเล่นแสงไฟตามบ้านเกษตรกรช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน และพฤศจิกายนถึงธันวาคม ชนิดที่พบทำลายข้าวในนาส่วนมากเป็นด้วงดำขนาดตัวใหญ่ เกษตรกรในพื้นที่ระบาดรู้จักในชื่อ ด้วงซัดดัม หรือด้วงซัดดำ  มักพบทำลายข้าวที่หว่านเร็วกว่าปรกติระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน และมีฝนทิ้งช่วง 15-45 วันหลังข้าวงอก
ด้วงดำเป็นแมลงศัตรูข้าวสำคัญของข้าวไร่และข้าวนาน้ำฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ นาข้าวที่พบระบาดรุนแรงจากการสำรวจเป็นพื้นที่ที่มีการหว่านข้าวแห้งเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ และหว่านข้าวเร็วกว่าฤดูปลูกปกติ โดยหว่านข้าวในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณด้วงดำที่พบมาเล่นแสงไฟในกับดักที่ติดตั้งไว้ 
ลักษณะการทำลาย ของ ด้วงดำ H. lioderes จะกัดกินส่วนอ่อนของต้นข้าวที่ชิดติดกับรากข้าวแต่อยู่ในดิน ที่เรียกว่า Mesocotyl นอกจากต้นข้าวแล้วด้วงชนิดนี้ยังสามารถกัดกินวัชพืชพวกกก และวัชพืชในนาที่ขึ้นปะปนกับข้าวด้วย โดยลักษณะการทำลายจะเหมือนกับในข้าว ต้นข้าวที่ยังเล็กอายุประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะเสียหายมากเนื่องจากต้นกล้าข้าวยังไม่ทันตั้งตัวเมื่อถูกด้วงชนิดนี้ทำลาย จะเหี่ยวและเแห้งตาย คล้ายอาการเพลี้ยไฟทำลายแต่การแพร่กระจายไม่เหมือน เมื่อถอนต้นข้าวขึ้นมารากข้าวจะหลุดทำให้เข้าใจว่าด้วงชนิดนี้ทำลายรากข้าวด้วย แต่ถ้าใช้วิธีขุดต้นข้าวที่แสดงอาการใบเหลือง เหี่ยว จะพบว่ารากข้าวไม่ถูกกัดกินแต่อย่างไร ด้วงดำจะเคลื่อนย้ายทำลายข้าวต้นอื่น ๆ โดยการทำโพรงอยู่ใต้ดินในระดับใต้รากข้าว ทำให้เห็นรอยขุยดินเป็นแนว ส่วนใหญ่มักพบตัวเต็มวัยของด้วงดำชนิดนี้ 1 ตัวต่อจุดที่ขุดสำรวจ และพบไข่มีลักษณะกลมสีขาวขุ่นขนาดเท่าเม็ดสาคูขนาดเล็ก 5-6 ฟอง ลักษณะการแพร่กระจายไม่แน่นอน
อาจเป็นรูปภาพของ กลางแจ้ง
การป้องกันกำจัด
1. ควรหว่านข้าวตามฤดูกาล (สิงหาคม) ไม่ควรหว่านช่วงระหว่างปลายเมษายนถึงต้นมิถุนายน เพื่อหลีกเลี่ยงตัวเต็มวัยของด้วงดำที่ฟักออกจากดักแด้ในดินหลังฝนแรกของฤดู
2. ล่อและทำลายตัวเต็มวัยของด้วงดำ โดยใช้หลอดไฟชนิดแบล็กไลท์ที่เกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนิยมใช้ล่อแมลงดานา
3. สำรวจนาข้าวเมื่อพบตัวเต็มวัยด้วงดำในกับดักแสงไฟปริมาณมากกว่าปกติ
4. หากพบระบาดรุนแรงให้ฉีดพ่นด้วย เบตาไซฟลูทริน (Betacyfluthrin). สูตร : 2.5 % W/V EC และ แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน (lambda-cyhalothrin) 2.5% W/V EC เฉพาะบริเวณที่ข้าวแสดงอาการแห้ง และในนาข้าวมีความชื้น โดยฉีดพ่นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

อ่านต่อ
วันที่ 8 มิถุนายน 2564
แจ้งเตือน
ศัตรูพืช
มวนมะเขือเทศ มวนที่สำคัญของไทยแต่แทบไม่มีคนรู้จัก
มวนมะเขือเทศ (Tomato bugEngytatus tenuis (Reuter, 1895): Miridae เคยจัดอยู่ในสกุล Nesidiocornis, Cyrtopeltis เป็นแมลงที่รู้จักกันน้อยมากในประเทศไทย แต่เป็นแมลงศัตรูพืชที่สำคัญกำลังระบาดอยู่ที่ปากช่อง มีแต่รายงานไว้ในหนังสือมวนที่สำคัญของของประเทศไทย
ลักษณะทั่วไป ตัวเต็มวัยมีลำตัวยาว 3-4 มิลลิเมตร มีสีเหลืองหรือเขียวอ่อน หัวโต ตาสีดำโต หนวดมีสีดำ โคนของปล้องแรกและโคนกับปลายป้องที่สอง ปล้องที่สาม และปล้องที่สี่สีน้ำตาลแก่ สันหลังอกปล้องแรกคอดตรงด้านหน้าเกือบกึ่งกลางเห็นได้ชัดเจน มีร่องตามยาว ตรงกลางสามเหลี่ยมสันหลังมีด้านทั้งสี่โค้งออกไปเล็กน้อย ปลายสีดำ ปีกมีขอบทางด้านข้างตรงปลายคอเรี่ยมมีจุดข้างละจุดแบะจุดดำเล็กๆอีกข้างละจุดตรงปลายคูเนียสซึ่งมีลักษณะยาวมากกว่ากว้าง แผ่นบางของปีกยื่นเลยลำตัวออกไป ด้านหลังมีขนละเอียดปกคลุม ขายาวปานกลาง ทิเบียมีโคนสีดำ
 
 
เขตแพร่กระจาย ในญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน จีน รัสเซีย อินเดีย บังคลาเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย พบทำลายมะเขือเทศที่ปากช่อง
ชีวประวัติ มวนชนิดนี้วางไข่เป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2-10 ฟองตามใบ ยอดและผลของมะเขือเทศ ไข่จะฟักเป็นตัวอ่อนภายใน 6-10 วัน ตัวอ่อนลอกคราบ 5 ครั้งและเจริญเป็นตัวเต็มวัยในรยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ตลอดวงจรชีวิตใช้เวลาประมาณ 25-30 วัน
 
 
พืชอาหารและการทำลาย ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืช ที่สำคัญคือยาสูลและมะเขือเทศ ทำให้ใบมีลักษณะเป็นจุดสีเหลืองหรือเป็นรูเล็กๆ ส่วนที่ชอบดูดกินมากที่สุดคือส่วนอ่อนของพืช เช่นยอดอ่อน ใบอ่อน ตาอ่อน โดยมากการทำลายจะรุนแรงเมื่อพืชยังเล็กอยู่ในขณะที่มีใบไม่เกิน 10 ใบ ทำให้ใบร่วง เฉาตาย พืชอาศัยอื่น เช่น ฟัก แฟง เช่นเดียวกับชนิด Engytatus modestus ซึ่งพบในอเมริกา
การป้องกันกำจัด พ่นด้วยสารฆ่าแมลง เช่น คาร์บาริล ฟิโพรนิล หรืออิมิดาโคลพริด เป็นต้น
*รูปโดย: Todsapon Tongla
**เอกสารอ้างอิง: มวนที่สำคัญของของประเทศไทย สุธรรม อารีกุล, 2506
หน้า 45-46 

อ่านต่อ
วันที่ 4 มิถุนายน 2564

ข่าวสาร

ข่าวสาร
การแปรรูปผลิตผลเกษตร
วว. วิจัยพัฒนา “AcAnes” ผลิตภัณฑ์เจลชาเฉพาะที่จากสารสกัดผักคราดหัวแหวน
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ประสบผลสำเร็จวิจัยพัฒนา “AcAnes” ผลิตภัณฑ์เจลชาเฉพาะที่จากสารสกัดผักคราดหัวแหวน ระบุเป็นยาชาเฉพาะที่ในรูปแบบการทาภายนอก ช่วยระงับความรู้สึก ลดอาการเจ็บปวด มุ่งตอบโจทย์การเกิดผลข้างเคียงกั
อ่านต่อ
วันที่ 22 กรกฎาคม 2564
ข่าวสาร
สารสนเทศ
กรมวิชาการเกษตรมีการส่งมอบ เทคโนโลยีการผลิตท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและมีคุณภาพ แก่กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมวิชาการเกษตรมีการส่งมอบเทคโนโลยีการผลิตท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและมีคุณภาพให้แก่กรมส่งเสริมการเกษตร โดยผู้แทนกรมวิชาการเกษตร คือ ดร.สมบัติ ตงเต๊า รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วย ดร.ภัสชญภณ หมื่นแจ้ง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน นางสาวจรัญญา ปิ่นสุภา ผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการ
อ่านต่อ
วันที่ 21 กรกฎาคม 2564
ข่าวสาร
เศรษฐศาสตร์การผลิต
ปุ๋ย
'พาณิชย์' จับมือ 3 สมาคมปุ๋ย ลดราคาปุ๋ย ช่วยเกษตรลดต้นทุน
ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาปุ๋ยในตลาดปรับราคาสูงขึ้น สาเหตุสำคัญมาจากวัตถุดิบแม่ปุ๋ยยูเรีย แม่ปุ๋ยฟอสเฟต และแม่ปุ๋ยโพแทสเซียม รวมถึงปุ๋ยเคมีสำเร็จรูปที่ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศและปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ร
อ่านต่อ
วันที่ 20 กรกฎาคม 2564

ถาม-ตอบ

ถาม-ตอบ
ความผิดปกติของพืช
สวัสดีครับ ทุเรียนยอดไหม้เหี่ยวจากการพ่นปุ๋ยเข้มเกินขนาด ตอนนี้ใบเริ่มแก่แล้ว แต่ใบที่แก่แล้วมีลักษณะเหลืองไหม้ตามขอบใบ เพื่อที่จะสร้างยอดใหม่ผมจะฉีดฮอร์โมนเร่งยอดได้หรือเปล่าครับ
รศ.ดร.รวี เสรฐภักดี
ตอบเมื่อ 2 สิงหาคม 2564
แนะนำให้ใช้แค่ปุ๋ยธรรมดา ไม่ต้องใช้ฮอร์โมนตัวไหนเลยครับ ยอดเก่าที่เสียไปเอาคืนไม่ได้ ต้องรักษายอดใหม่เท่านั้น แค่ปุ๋ยกับน้ำให้ครบก็เพียงพอ + การป้องกันศัตรูพืช ปุ๋ยแนะนำ อัตราส่วน N:P:K ที่ 3:1:2 หรือใกล้เคียง ทั้งทางดินและทางใบครับ
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 2 สิงหาคม 2564
ถาม-ตอบ
การค้าภายในประเทศ
กำลังหาผู้รับซื้อดอกอัญชันแห้งค่ะ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 2 สิงหาคม 2564
ไม่ทราบว่าเกษตรกรทำการผลิตอยู่ในพื้นที่ใด เบื้องต้นแนะนำให้พิจารณาผู้รับซื้อเจ้าที่อยู่ใกล้กับแหล่งผลิตของตนเอง และต้องพิจารณาเงื่อนไขการรับซื้อกับปริมาณผลผลิตที่ผลิตได้ประกอบการตัดสินใจนะคะ เพราะราคารับซื้อจะแตกต่างกันไปขึ้นกับปริมาณและคุณภาพผลผลิต ทั้งนี้ได้หารายชื่อผู้ประกอบการที่รับซื้อผลผลิตดอกอัญชันแห้ง แนบมาในข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 30 กรกฎาคม 2564
ถาม-ตอบ
อนุกรมวิธานพืช
การขยายพันธุ์พืช
สอบถามค่ะ ดอกไม้สีชมพูในภาพคือดอกอะไรคะ บางคนเรียกบัวสวรรค์ บางคนก็เรียกบัวดินค่ะ บานหนเดียวแล้วก็ไม่มีอีกเลย ปลูกมานานแล้ว เคยออกแค่ดอกเดียว มีคราวนี้ออกหลายดอก พอบอกว่าจะถอนทิ้ง ดอกเหี่ยวไปแล้วมีเม็ดตุ่มไตที่ดอก ใช้เพาะพันธุ์ได้มั้ยคะ ชอบแดดมั้ยคะ ขอบคุณมากค่ะ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 29 กรกฎาคม 2564
ตอบ คุณสุภาพร บัวดินค่ะ เป็นพืชหัว (Bulb) ล้มลุกขนาดเล็ก จะออกดอกมากช่วงฤดูฝนจึงถูกเรียกว่า Rain Lily สามารถนำเมล็ดสีดำมาเพาะได้ค่ะ ชอบแดด สามารถปลูกกลางแจ้งได้ สามารถอ่านวิธีเพาะเมล็ดได้จาก ข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนะคะ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zephyranthes grandiflora จัดอยู่ในวงศ์ว่านสี่ทิศ (Amaryllidaceae)
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 29 กรกฎาคม 2564

คลังความรู้

แหล่งความรู้อื่นๆ
สารสนเทศ
คู่มือการผลิตท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและมีคุณภาพ
คู่มือการผลิตท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและมีคุณภาพ จัดทำโดย สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตร
โพสต์เมื่อ 21 กรกฎาคม 2564
แหล่งความรู้อื่นๆ
ปุ๋ย
เพื่อนเกษตร
แอปพลิเคชันผสมปุ๋ย สามารถผสมปุ่ยตามสูตรแม่ปุ๋ยได้ด้วยตนเอง และมีข้อมูลทางการเกษตร และรายละเอียดข่าวสารทางการเกษตรที่เกี่ยวข้อง
โพสต์เมื่อ 30 พฤษภาคม 2564
แหล่งความรู้อื่นๆ
การค้าระหว่างประเทศ
ข้อมูลด้านการเกษตรรายประเทศ
รวบรวมข้อมูลต่างๆ ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ พื้นฐานทางเศรษฐกิจ ภาพรวมการค้าสินค้าเกษตร การส่งออก สินค้าส่งออกสำคัญ สินค้านำเข้า ความร่วมมือด้านการเกษตร ความร่วมมือด้านการค้ากับประเทศไทย เป็นต้น ของแต่ละประเทศทั่วโลก
โพสต์เมื่อ 11 พฤษภาคม 2564
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู