แจ้งเตือน

แจ้งเตือน
ศัตรูพืช
ระวังแมลงวันทองพริกในพริก

สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรเตือนผู้ปลูกพริก ในระยะ เก็บเกี่ยว รับมือแมลงวันทองพริก ตัวเต็มวัยวางไข่ในระยะพริกใกล้เปลี่ยนสี ไปจนกระทั่งผลสุก หนอนกัดกินชอนไชอยู่ภายในผล ทำให้ผลพริกเน่า ร่วงหล่น เมื่อหนอนโตเต็มที่จะเจาะออกมาเข้าดักแด้ในดิน

อาจเป็นรูปภาพของ กลางแจ้ง และข้อความพูดว่า "ระวัง วัน ทอง พริก ใน พริก"

แนวทางป้องกัน/แก้ไข
1. ทำความสะอาดแปลงปลูก โดยการเก็บพริกที่ร่วงหล่นเผาทำลาย เพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวันทองพริก
2. ใช้น้ำมันปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์ 83.9% EC อัตรา 60 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร เน้นพ่นที่ผลพริกทุก 5-7 วัน ในกรณีพื้นที่ที่พบการระบาดเป็นประจำ พ่นครั้งแรกเมื่อพริกเริ่มติดผล หยุดพ่นก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 5-7 วัน
3. เมื่อพริกเริ่มติดผล พ่นเหยื่อพิษโปรตีนเป็นจุดทุกต้นรอบแปลงและพ่นเป็นแถวต้นละจุด ห่างกันแถวละ 5 เมตร พ่นทุกสัปดาห์ หรือเทเหยื่อพิษโปรตีนใส่ในกับดักดัดแปลง เช่น ขวดพลาสติกเจาะช่องให้แมลงสามารถบินเข้ากับดักได้ และติดตั้งกับดักสูงจากพื้นดิน 15 เซนติเมตร รอบแปลงปลูก
4. ใช้สารป้องกันกำจัดแมลงที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ มาลาไทออน 83% EC อัตรา 50 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร


อ่านต่อ
วันที่ 11 มีนาคม 2564
แจ้งเตือน
โรคพืช
เตือนระวังโรคแอนแทรคโนสในมะปราง มะยงชิด

สภาพอากาศในช่วงนี้มีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น แดดแรง ลมแรง และอากาศแห้งในตอนกลางวัน อากาศเย็นอุณหภูมิลดต่ำลงในตอนกลางคืน เตือนผู้ปลูกมะปราง มะยงชิด ในระยะติดผลจนกระทั่งเก็บเกี่ยวรับมือโรคแอนแทรคโนส (เชื้อรา Colletotrichum sp.) เข้าทำลายพืชได้ในทุกระยะการเจริญเติบโต อาการบนใบ พบแผลรูปร่างไม่แน่นอน ขอบแผลชัดเจนเป็นสีน้ำตาลเข้ม กลางแผลมีสีน้ำตาลอ่อนและมีลักษณะบางใสกว่าเนื้อใบรอบ ๆ เมื่อความชื้นสูงแผลที่เกิดบนใบอ่อนจะขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว หากมีแผลจำนวนมากจะขยายติดกันทั้งผืนใบ ทำให้ใบบิดเบี้ยว หรือไหม้แห้ง ถ้าอาการของโรครุนแรงจนถึงระยะออกดอก เชื้อสาเหตุโรคจะเข้าทำลายช่อดอกเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลดำ กระจายบนก้านดอก ทำให้ดอกเหี่ยวและหลุดร่วง ไม่ติดผล หากเข้าทำลายรุนแรงในระยะผลอ่อน ผลที่เป็นโรคจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำและร่วงหล่น เชื้อสาเหตุโรคนี้สามารถแฝงอยู่ที่ผลอ่อน โดยไม่แสดงอาการของโรค แต่จะแสดงอาการเมื่อผลแก่ โดยพบจุดแผลสีดำเล็ก ๆ ต่อมาแผลขยายลุกลาม บริเวณแผลอาจพบรอยแตก ทำให้เน่า

แนวทางป้องกันแก้ไข
1. หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบพืชเริ่มมีอาการของโรค ตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรค นำไปทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค
2. กำจัดวัชพืชรอบโคนต้น เพื่อลดความชื้นในทรงพุ่ม
3. ควบคุมปริมาณธาตุอาหารให้เหมาะสม ไม่ควรใส่ปุ๋ยที่มีค่าไนโตรเจนมากเกินไป
4. แหล่งปลูกที่พบการระบาดของโรคเป็นประจำ ในช่วงแตกใบอ่อน เริ่มแทงช่อดอก และหลังติดผลอ่อน ควรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช แมนโคเซบ 80% WP อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อะซอกซีสโตรบิน 25% SC อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ
โพรคลอราซ 45% EC อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7-10 วัน
5. หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต ควรตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่ง โดยเฉพาะกิ่งที่เป็นโรค และเก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของโรคในฤดูกาลผลิตต่อไป *ควรหลีกเลี่ยงการพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชในช่วงดอกบาน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการผสมเกสรของพืช


อ่านต่อ
วันที่ 3 มีนาคม 2564
แจ้งเตือน
ศัตรูพืช
ระวังเพลี้ยจักจั่นในมะม่วง

สภาพอากาศในช่วงนี้มีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น แดดแรง ลมแรงและอากาศแห้งในตอนกลางวัน อากาศเย็นอุณหภูมิลดต่ำลงในตอนกลางคืน เตือนผู้ปลูกมะม่วง ในระยะแทงช่อดอกถึงระยะพัฒนาผล รับมือเพลี้ยจักจั่นมะม่วง 

การเข้าทำลาย
ตัวอ่อน และตัวเต็มวัยทำลายใบอ่อน ช่อดอก ก้านดอก และยอดอ่อน ระยะที่ทำความเสียหายให้มากที่สุด คือ ระยะที่มะม่วงกำลังออกดอกโดยดูดน้ำเลี้ยงจากช่อดอก ทำให้แห้งและดอกร่วง ติดผลน้อย หรือ ไม่ติดเลย ระหว่างที่เพลี้ยจักจั่นมะม่วงดูดกินน้ำเลี้ยงจะถ่ายมูลมีลักษณะเป็นน้ำหวานเหนียวๆ ติดตามใบ ช่อดอก ผล และรอบๆ ทรงพุ่ม ทำให้ใบมะม่วงเปียก ต่อมาจะเกิดราดำปกคลุม ถ้าเกิดมีราดำปกคลุมมาก มีผลต่อการสังเคราะห์แสง ใบอ่อนที่ถูกดูดน้ำเลี้ยง (โดยเฉพาะระยะใบเพสลาด) จะบิดงอโค้งลงด้านใต้ใบจะมีอาการปลายใบแห้งให้สังเกตได้

แนวทางป้องกันแก้ไข
1. การตัดแต่งกิ่งภายหลังเก็บผลผลิต ช่วยลดที่หลบซ่อนของเพลี้ยจักจั่นมะม่วงลง ทำให้การพ่นสารฆ่าแมลงมีประสิทธิภาพดีขึ้น
2. ถ้าไม่มีการป้องกันกำจัดมะม่วงจะไม่ติดผลเลย จึงควรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดแมลงแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% EC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์บาริล 85% WP อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20ลิตร หรืออิมิดาโคลพริด 10% SL อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ก่อนมะม่วงออกดอก 1 ครั้ง *เมื่อช่อดอกบานแล้วไม่ควรพ่นสารฆ่าแมลง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อแมลงผสมเกสร และหมั่นตรวจดูตามช่อดอกอยู่เรื่อย ๆ
3. การพ่นสารป้องกันกำจัดแมลงให้มีประสิทธิภาพ ควรพ่นให้ทั่วถึงลำต้น มิเช่นนั้นตัวเต็มวัยจะเคลื่อนย้ายหลบซ่อนไปยังบริเวณที่พ่นสารไม่ทั่วถึง นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงการปรับหัวพ่นให้เป็นละอองฝอย และระยะเวลาการพ่น
4. ใช้น้ำพ่นล้างช่อดอกและใบ เพื่อช่วยแก้ปัญหาช่อดอกและใบดำจากโรคราได้บ้าง ถ้าแรงอัดฉีดของน้ำแรงพอ ก็ช่วยให้เพลี้ยจักจั่นมะม่วงในระยะตัวอ่อนกระเด็นออกจากช่อดอกได้ ต้องระมัดระวังอย่าให้กระแทกดอกมะม่วงแรงเกินไป เพราะอาจทำให้ดอกหรือผลที่เริ่มติดร่วงได้
5. ใช้กับดักแสงไฟ ดักตัวเต็มวัยที่บินมาเล่นไฟ


อ่านต่อ
วันที่ 3 มีนาคม 2564

ข่าวสาร

ข่าวสาร
การค้า/การตลาด
เคอรี่ เอ็กซ์เพรส มอบส่วนลดทันที 10% ให้เกษตรกรไทยทั่วประเทศ
บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรไทย มอบส่วนลดค่าจัดส่งทันที 10% สำหรับเกษตรกรที่นำสมุดทะเบียนเกษตรกร (เล่มเขียว) มายื่นที่ร้านเคอรี่ เอ็กซ์เพรส พาร์เซลช็อปทุกสาขา นอกจากนี้ยังมีบริการจำหน่ายกล่องพัสดุสำหรับบรรจุผลไม้ที่มีรู
อ่านต่อ
วันที่ 9 เมษายน 2564
ข่าวสาร
โครงสร้างของพืช
เรื่องน่ารู้ : เบาะสะแอน
เบาะสะแอน หรือเสลาขาว, เบาะโยง, เบาะเส้า, เปื๋อยขาว เป็นไม้ต้นผลัดใบ สูงถึง 35 ม. ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปใบหอก รูปรีหรือรูปไข่ กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 8-13 ซม. มีขนรูปดาวนุ่มคล้ายขนสัตว์หนาแน่น หลุดร่วงง่าย ช่อดอกออกที่ปลายกิ่งหรือบางครั้งออกที่ซอกใบ ยาวถึง 40 ซม. ดอกสีขาว หรือสีฟ้าอ่อน รังไข่มีขน ผลแ
อ่านต่อ
วันที่ 9 เมษายน 2564
ข่าวสาร
การส่งเสริม
กยท. เตรียมแผนลุย หนุนเกษตรกรกรีดยางหน้าสูง ยืดอายุ เพิ่มรายได้
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนได้หารือกับฝ่ายวิจัย ฝ่ายส่งเสริม เพื่อหาแนวทางที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรหันมายืดอายุยางพาราด้วยการกรีดยางหน้าสูงให้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัด ความเชื่อ หรือปัญหาและอุปสรรค ที่ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเปลี่ยนวิธีการ เพราะจะเป็นตัวช่วยเกษตรกรให้
อ่านต่อ
วันที่ 9 เมษายน 2564

ถาม-ตอบ

ถาม-ตอบ
การเงิน/สินเชื่อ
ผมลืมรหัส 12 หลักสมุดเกษตร ทำไงได้บ้างครับ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 9 เมษายน 2564
ตอบคุณ fantXX หากต้องการทราบเลข 12 หลัก สามารถโทร.ถามได้ทาง โทร. 0 2955 1642 หรือแจ้งเลขบัตรประชาชนไปที่ inbox Facebook Digital DOAE ได้ที่ https://web.facebook.com/digitaldoae/ จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเลขทะเบียนเกษตรกรให้ กรณีที่ไม่มีสมุดเล่มเขียว หรือสูญหายสามารถไปติตต่อขอรับได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ที่ท่านได้ลงทะเบียนเกษตรกรไว้ได้ค่ะ หรือหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามโดยตรงทางอินบ็อกซ์ Facebook Digital DOAE ได้ที่ https://web.facebook.com/digitaldoae/ ได้ค่ะ
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 9 เมษายน 2564
ถาม-ตอบ
การเงิน/สินเชื่อ
ผมลืมรหัส 12 หลักในสมุดเขียว จะทำอย่างไรได้บ้างครับ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 9 เมษายน 2564
กรณีที่ไม่มีสมุดเล่มเขียว หรือสูญหายสามารถไปติตต่อขอรับได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ที่ท่านได้ลงทะเบียนเกษตรกรไว้ได้ค่ะ หรือหากต้องการทราบเลข 12 หลัก หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามโดยตรงทางอินบ็อกซ์ Facebook Digital DOAE ได้ที่ https://web.facebook.com/digitaldoae/ ได้ค่ะ และโทร.ถามได้ทาง โทร. 0 2955 1642 หรือแจ้งเลขบัตรประชาชนไปที่ inbox Facebook Digital DOAE ได้ที่ https://web.facebook.com/digitaldoae/ จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเลขทะเบียนเกษตรกรให้
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 9 เมษายน 2564
ถาม-ตอบ
การผลิตพืช
ต้องการคำปรึกษาด้านการปลูกปาล์มฯ เกี่ยวกับการใส่ปุ๋ย ต้นทุนปุ๋ยทำให้ขาดทุน ต้องการทราบว่าควรใส่ปุ๋ยอย่างไรให้ประหยัดเงินและได้ผลคะ ปัจจุบันปลูกอยู่ที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 9 เมษายน 2564
วิธีการใส่ปุ๋ยปาล์มน้ำมัน • ปีที่ 1 ใส่ปุ๋ยเมื่อมีการย้ายกล้าปลูก (กล้าปาล์มมีอายุ 10 ถึง 12 เดือน) ให้ใส่ร็อกฟอสเฟตเพื่อรองก้นหลุม ประมาณ 250 กรัมต่อหลุม เนื่องจากปุ๋ยนี้จะตกค้างเป็นประโยชน์ได้ระยะเวลา 2 ถึง 3 ปี จึงไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยทุกปี และหลังจากปลูกแล้วทุก 3 เดือน ก็ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 20-11-11+1.2 MgO ต้นละ 200 ถึง 300 กรัม และใส่อีกครั้งเมื่อปลูกและมีอายุได้ 6 เดือนในอัตราเดิม และใส่อีกครั้งเมื่ออายุ 9 เดือนในอัตราเดิม • ปีที่ 2 ใส่ปุ๋ยเมื่ออายุได้ 18 เดือนใส่ปุ๋ยสูตร 14-9-20+2 MgO ในอัตราต้นละ 400 ถึง 500 กรัม เมื่ออายุได้ 24 เดือนเต็ม ใช้ปุ๋ยสูตรเดิม คือ 14-9-20+2 MgO ในอัตราต้นละ 0.5 กิโลกรัม ร่วมกับปุ๋ยโปแตสเซียมคลอไรด์ (สูตร 0-0-60) ในอัตราต้นละ 0.5 กิโลกรัม • ปีที่ 3 ใส่ปุ๋ยเมื่ออายุปาล์มได้ 30 เดือน ใช้ปุ๋ยสูตร 14-9-20+2 MgO ในอัตราต้นละ 800 กรัม และเมื่อปาล์มอายุได้ 36 เดือน ใช้ปุ๋ยสูตร 14-14-21 ในอัตราต้นละ 1 กิโลกรัม • ปีที่ 4 ใส่ปุ๋ยเมื่ออายุปาล์มได้ 42 เดือน ใช้ปุ๋ยสูตร 14-9-20+2 MgO ในอัตราต้นละ 1.5 กิโลกรัม ร่วมกับปุ๋ยร็อกฟอสเฟตอีกในอัตราต้นละ 1 กิโลกรัม (สูตร 0-3-0) และปุ๋ยโปแตสเซียมคลอไรด์ (สูตร 0-0-60)อัตราต้นละ 1.5 กิโลกรัม • ปีที่ 5 ใส่ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยสูตร 14-9-20+2 MgO ในอัตราต้นละ 2 กิโลกรัม ใส่ ร่วมกับปุ๋ยโปแตสเซียมคลอไรด์ (สูตร 0-0-60) ในอัตราต้นละ 1.5 กิโลกรัม ครั้งที่ 2 ใช้ปุ๋ยสูตร 14-14-21 อัตราต้นละ 2 กิโลกรัม • ปีที่ 6 ใส่ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง โดยใช้ปุ๋ยสูตรเดิม คือครั้งแรกใส่ปุ๋ยสูตร 14-9-20+2 MgO ในอัตราต้นละ 2 กิโลกรัม ร่วมกับปุ๋ยโปแตสเซียมคลอไรด์ (สูตร 0-0-60) ในอัตราต้นละ 1.5 กิโลกรัม ครั้งที่ 2 ใช้ปุ๋ยสูตร 14-14-21 อัตราต้นละ 2 กิโลกรัม • ปีที่ 7 ใส่ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยสูตร 14-9-20+2 MgO ในอัตราต้นละ 2 กิโลกรัม ใส่ ร่วมกับปุ๋ยโปแตสเซียมคลอไรด์ (สูตร 0-0-60) ในอัตราต้นละ 1.5 กิโลกรัม และครั้งที่ 2 ใช้ปุ๋ยสูตร 14-14-21 ในอัตราต้นละ 2.5 กิโลกรัม • ปีที่ 8 ใส่ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยสูตร 14-9-20+2 MgO ในอัตราต้นละ 2.5 กิโลกรัม ร่วมกับปุ๋ยโปแทสเซียมคลอไรด์ (สูตร 0-0-60) ในอัตราต้นละ 2 กิโลกรัมและปุ๋ยร็อกฟอสเฟตอัตราต้นละ 2 กิโลกรัมครั้งที่ 2 ใช้ปุ๋ยสูตร 14-14-21 ในอัตราต้นละ 2.5 กิโลกรัม • ปีที่ 9 การใส่ปุ๋ยตั้งแต่ปีที่ 9 เป็นต้นไป ต้องใช้ปุ๋ยร็อกฟอสเฟต เพราะปุ๋ยร็อกฟอสเฟตใส่ 3 ปี ต่อครั้ง ไม่ต้องใส่ทุกปี ส่วนปุ๋ยสูตรอื่นๆ ยังคงใส่เหมือนเดิมทุกปี ดังนี้ - ปุ๋ยสูตร 20-11-11+1.2 MgO เป็นปุ๋ยหลักที่ใส่ให้กับปาล์มที่ปลูกในปีแรก - ปุ๋ยสูตร 14-9-20+2 MgO เป็นสูตรปุ๋ยที่ใช้ใส่ต้นปาล์มทุกปี - ปุ๋ยสูตร 0-0-60 หรือ ปุ๋ยโปแตสเซียมคลอไรด์ โดยใช้ร่วมกับปุ๋ยสูตร 14-9-20+2 MgO ปุ๋ยทั้ง 2 สูตรนี้ ใส่ให้ต้นปาล์มครั้งแรกของทุกปี - ปุ๋ยสูตร 14-14-21 (หรือปุ๋ยสูตรตัวท้ายอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน) เป็นปุ๋ยที่ใส่ให้ต้นปาล์มทุกปีๆ ละ 1 ครั้ง (ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2) - ปุ๋ยร็อกฟอสเฟตใส่ทุกๆ 2 ปี หรือทุกๆ 3 ปี ก็ได้ ประมาณ 2 กิโลกรัมต่อต้น การใส่ปุ๋ยปาล์มน้ำมันที่ให้ผลผลิตแล้ว ควรแบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยสูตร 14-9-20+2 MgO ผสมกับปุ๋ยโปแตสเซียมคลอไรด์ (สูตร 0-0-60) หรือบางปีอาจจะใส่ร่วมกับปุ๋ยร็อกฟอสเฟตด้วยเมื่อมีความจำเป็นเมื่อผสมปุ๋ยทั้ง 3 สูตรนี้เข้าด้วยกันแล้ว จะต้องรีบใส่ให้ต้นปาล์มน้ำมันทันที ในสวนปาล์มน้ำมันส่วนใหญ่ ค่าใช้จ่ายเป็นค่าซื้อปุ๋ยจะเป็นค่าใช้จ่ายที่มากที่สุด และในบางครั้งก็อาจจะได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มค่า หรือเกิดการสูญเปล่า ดังนั้นในสวนปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่ จึงควรตระหนักเกี่ยวกับการเพิ่มผลผลิต การใช้ปุ๋ยให้มีประสิทธิภาพ โดยอาจจะพิจารณาจากผลการวิเคราะห์ดินใบปาล์มน้ำมัน อัตราปุ๋ยและชนิดปุ๋ย ทั้งนี้เพื่อจะลดการสูญเสีย เนื่องจากขาดความเอาใจใส่ในการใส่ปุ๋ยให้มากที่สุด อย่างไรก็ตามความผิดพลาดต่างๆ ที่มักพบโดยทั่วไป คือ - ใส่ปุ๋ยผิดวิธี การใส่ปุ๋ยในลักษณะเป็นบริเวณแคบๆ หรือกองไว้เป็นจุดๆ แทนที่จะหว่านให้ทั่วบริเวณนั้น อาจจะเป็นอันตรายกับรากและทำให้เกิดการสูญเสียเนื่องจากการชะล้างและไหลบ่าได้ - เวลาในการใส่ปุ๋ยไม่เหมาะสม การใส่ปุ๋ยในขณะที่ดินมีความแห้งหรือเปียกเกินไป จะส่งผลต่อการสูญเสียไนโตรเจนมากที่สุด - ปริมาณใส่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในปาล์มเล็ก - ความไม่สมดุลระหว่างธาตุอาหารที่ใส่ - ใส่ไม่ถูกต้อง (ใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือไม่เหมาะสม) สิ่งสำคัญในการปลูกปาล์มน้ำมันคือ ตลาดรับซื้อต้องอยู่ใกล้ เพราะต้นทุนเรื่องการขนส่งค่อนข้างสูงเพราะน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับราคาผลผลิต การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมและมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และแนะนำให้วิเคราะห์ดินก่อนปลูก การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินจะทำให้ไม่สิ้นเปลือง หลังจากวิเคราะห์ดินแล้วก็ใช้หลักการใช้ปุ๋ยแบบสั่งตัดค่ะ รายละเอียดดังนี้นะคะ http://www.ssnm.info/ ทั้งนี้ บริการตรวจวิเคราะห์ดิน แนะนำที่กรมพัฒนาที่ดิน และสามารถติดตามผลผ่านทางแอปพลิเคชันได้ด้วยนะคะ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.ionicframework.soilmobile281474 นอกจากปริมาณธาตุอาหารในดินแล้ว คุณสมบัติทางเคมี ความเป็นกรดเป็นด่างของดินก็ค่อนข้างสำคัญ ถ้าเรานำดินไปวิเคราะห์ก็ทราบเรื่องพวกนี้ด้วย ก็จะช่วยให้เราปรับสภาพทางเคมีและกายภาพของดินให้เหมาะสมกับพืชปลูกได้เช่นกัน เพราะหากดินในสวนเรามีธาตุอาหารตกค้างสูง การปรับสภาพดินให้เหมาะสม ก็จะช่วยให้พืชดึงธาตุอาหารที่ถูกตรึงไว้ในดินออกมาใช้ได้เช่นกันค่ะ ซึ่งการแก้ไขก็เช่น การเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน เช่นปุ๋ยอินทรีย์ หรือใส่สารปรับปรุงบำรุงดิน เพื่อลดความเป็นกรดในดิน และปรับสภาพดินให้ปลดปล่อยธาตุอาหารได้ดียิ่งขึ้นค่ะ เพราะโดยปกติแล้วการใส่แต่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวจะเพิ่มความเป็นกรดให้ดินปลูกจนดินเสื่อมคุณภาพได้ และข้อมูลเบื้องต้นของดิน ซึ่งสามารถหาข้อมูลได้จากข้อมูลเว็บไซต์ของแต่ละท้องถิ่น สามารถนำมาประกอบการการวิเคราะห์เบื้องต้นเพื่อกำหนดการบำรุงดิน (การใส่ปุ๋ยพืช) ได้แบบคล่าว ๆ ก่อนนำส่งดินวิเคราะห์เพื่อหาค่าวิเคราะห์ที่ละเอียดขึ้นในลำดับถัดไปค่ะ ดังเช่น ตย.ข้อมูลดินที่ ต.หนองหงส์ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช (ซึ่งไม่แน่ใจว่าเกษตรกรปลูกปาล์มฯ อยู่ที่ตำบลไหน) กลุ่มชุดดินในตำบลหนองหงส์ มีทั้งหมด 5 ชุดดิน จึงสามารถปลูกพืชต่าง ๆ ได้หลายชนิด สภาพดินในตำบลหนองหงส์จัดได้ว่าเป็นดิน ประเภทดินเรดเยลโลว์ พอดโซลิก (Red yellow podzolic) เป็นดินซึ่งเกิดจากการสลายตัวของหินที่มีลักษณะเป็นกรด สามารถระบายน้ าได้ดี มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง พบในบริเวณกว้าง ๆ ทั่วไป ใช้ประโยชน์ในการปลูกยางพาราและผลไม้ต่าง ๆ โดยสภาพดินเป็นดินบริเวณที่ราบที่มีลักษณะเป็นดินร่วนและดินร่วนปนทราย ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การท านาและปลูกผลไม้ อีกส่วนจะเป็นพื้นที่ปลูกยางพาราตามสภาพที่เหมาะสม ส่วนบริเวณที่เป็นภูเขาและที่เนินสูงจะมีสภาพดินเป็นดินเหนียวปนลูกรังหรือหินผุ บริเวณนี้เหมาะแก่การปลูกยางพารา เป็นต้น
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 9 เมษายน 2564

คลังความรู้

แหล่งความรู้อื่นๆ
ชีวเคมีของพืช
การแปรรูปผลิตผลเกษตร
กฎหมาย
เว็บไซต์ กัญชาทางการแพทย์.com
เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร บทความการใช้กัญชาทางการแพทย์ในประเทศไทย
โพสต์เมื่อ 2 เมษายน 2564
แหล่งความรู้อื่นๆ
การค้า/การตลาด
การผลิตพืช
กฎหมาย
รายงานข้อมูลตลาดกัญชงและผลิตภัณฑ์กัญชงในอิตาลี
1. รายงานข้อมูลตลาดกัญชงและผลิตภัณฑ์กัญชงในอิตาลี 1.1 สถานการณ์สินค้ากัญชงและผลิตภัณฑ์กัญชง 1.2 ช่องทางการจำหน่าย 1.3 แนวโน้มตลาด 2. ข้อมูลด้านการตลาด 2.1 มูลค่าทางการตลาดของกัญชง 2.2 มูลค่าการส่งออกของอิตาลี 2.3 มูลค่าการนำเข้าของอิตาลี 3. ข้อมูลด้านกำลังการผลิต 3.1 พื้นที่เพาะปลูกกัญชง 3.2 การเพาะปลูกและการผลิตสินค้า 4. ข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ 5. ข้อมูลด้านกฎหมาย 5.1 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 5.2 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า ภาษีการนำเข้า และเอกสารประกอบการนำเข้า 5.3 ปริมาณส่วนผสมของสาร THC ตามกฎหมาย 5.4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6. ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ
โพสต์เมื่อ 25 มีนาคม 2564
แหล่งความรู้อื่นๆ
ระบบการปลูกพืช
ฐานข้อมูลเกษตรอินทรีย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ Organic Farming Maejo University : OM
ฐานข้อมูล ประกอบด้วย รายชื่อเกษตรกรเกษตรอินทรีย์ ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อกลุ่ม พิกัดแปลง มาตรฐาน งานวิจัยด้านเกษตรอินทรีย์ เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง วิดีโอเกษตรอินทรีย์ ความเชี่ยวชาญของบุคลากร
โพสต์เมื่อ 3 มีนาคม 2564
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู