แจ้งเตือน

แจ้งเตือน
อุตุนิยมวิทยา
โรคพืช
การประมง
เตือนเกษตรกร ชาวประมง รับมือฝนหนักถึงหนักมาก 31 ส.ค.–6 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน–น้ำป่าไหลหลาก


กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนเกษตรกรและชาวประมงเฝ้าระวังสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 6 กันยายน 2569 หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ขณะที่ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วง 31 สิงหาคม–2 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกข่าวพยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า ฉบับที่ 70/2569 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569 ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ส่วนช่วงวันที่ 3–6 กันยายน ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัยจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง รวมถึงน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตร ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อพืชผลและสัตว์เลี้ยงได้

เกษตรกรเฝ้าระวังโรคพืช–แมลงช่วงฝนชุก
สภาพอากาศที่มีฝนตกต่อเนื่องและความชื้นสูงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคพืชและแมลงศัตรูพืช กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้เกษตรกรแต่ละพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ เช่น โรคแส้ดำในอ้อย หนอนม้วนใบในลำไย โรคโคนเน่าหัวเน่าในมันสำปะหลัง หนอนหัวดำและด้วงแรดในมะพร้าว หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด และโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียน

ผู้เลี้ยงสัตว์ควรหลีกเลี่ยงการปล่อยสัตว์อยู่ในพื้นที่ชื้นแฉะเป็นเวลานาน และไม่ควรปล่อยสัตว์ไว้ในที่โล่งแจ้งขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง พร้อมหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของสัตว์ หากพบสัตว์ป่วยควรแยกออกจากฝูงเพื่อทำการรักษา

ชาวประมงระวังคลื่นสูง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
สำหรับชาวประมงและผู้ประกอบอาชีพทางทะเล ช่วงวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569 ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ขณะที่อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ชาวเรือและชาวประมงเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงดังกล่าว สำหรับผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในภาคใต้ ควรป้องกันไม่ให้น้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงสู่บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำโดยตรง และหลังฝนตกควรเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ

สิ่งที่ควรเตรียมพร้อม
เกษตรกรควรตรวจสอบระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมขังในแปลง ดูแลสวนให้โปร่งเพื่อลดความเสี่ยงโรคจากเชื้อรา จัดทำที่กำบังลมและฝนสำหรับสัตว์เลี้ยง และติดตามอาการของพืชและสัตว์อย่างสม่ำเสมอ ส่วนชาวประมงควรติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนก่อนออกเรือ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนองและคลื่นลมแรง

สาระสำคัญ ช่วงวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 6 กันยายน 2569 เป็นช่วงที่ภาคการเกษตรควรเฝ้าระวังฝนหนักและผลกระทบจากน้ำเป็นพิเศษ ขณะที่ชาวประมงฝั่งอันดามันต้องเพิ่มความระมัดระวังจากคลื่นลมแรง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน

ที่มา: กรมอุตุนิยมวิทยา, ข่าวพยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า ฉบับที่ 70/2569 
ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม–6 กันยายน 2569, ออกประกาศวันที่ 31 สิงหาคม 2569

 


อ่านต่อ
วันที่ 2 กันยายน 2569
แจ้งเตือน
ศัตรูพืช
โรคพืช
แจ้งเตือน โรคพืชและศัตรูพืชในสวนมะนาว
วันที่ 6 สิงหาคม 2569
แจ้งเตือน
โรคพืช
เฝ้าระวังโรครากขาว ภัยเงียบที่ลุกลามทำลายสวนยางพารา

เช็กด่วน! ขณะนี้ต้นยางของคุณกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงจากโรครากขาวหรือไม่ โรคนี้ถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่ทำให้ต้นยางยืนต้นตาย และสามารถแพร่กระจายไปยังต้นข้างเคียงได้อย่างรวดเร็วผ่านทางราก ขอให้พี่น้องชาวสวนยางเร่งลงพื้นที่สำรวจโคนต้นและรากยางอย่างใกล้ชิด หากพบความผิดปกติหรือต้นที่ต้องสงสัย ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หรือสำนักงานเกษตรในพื้นที่ เพื่อขอรับคำแนะนำในการใช้สารชีวภัณฑ์หรือสารเคมีกำจัดเชื้อราอย่างถูกวิธี


อ่านต่อ
วันที่ 4 สิงหาคม 2569

ข่าวสาร

ข่าวสาร
การค้าระหว่างประเทศ
ก.พาณิชย์ลุยศรีสะเกษ ปั้นกล้วยหอมไทยสู่ตลาดญี่ปุ่น เร่งใช้สิทธิ JTEPA 8,000 ตันเต็มโควตา
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าขยายตลาดกล้วยหอมไทยสู่ประเทศญี่ปุ่น ตามแนวทางตลาดนำการผลิต ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 1–2 กันยายน 2569 เพื่อพบปะเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและสนใจผลิตกล้วยหอมเพื่อการส่งออก พร้อมเตรียมความพร้อมตั้งแต่พื้นที่เพาะปลูก คุณภาพผลผลิต ไปจนถึงการ
อ่านต่อ
วันที่ 2 กันยายน 2569
ข่าวสาร
การเพาะเลี้ยง
กฎหมาย
กรมประมงปรับพื้นที่ระบาดปลาหมอคางดำ เหลือ 18 จังหวัด แต่เพิ่มเป็น 85 อำเภอ สะท้อนการระบาดขยายวง
กรมประมงเตรียมปรับปรุงเขตพื้นที่แพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ หรือปลาหมอคางดำ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยแม้จำนวนจังหวัดที่พบการระบาดจะลดลงจาก 19 จังหวัด เหลือ 18 จังหวัด แต่จำนวนอำเภอกลับเพิ่มขึ้นจาก 76 อำเภอ เป็น 85 อำเภอ สะท้อนว่าการแพร่ระบาดยังขยายวงในหลายพื้นที่ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ม
อ่านต่อ
วันที่ 2 กันยายน 2569
ข่าวสาร
กรมประมงเร่งเพาะพันธุ์ “หอยหวาน” ฟื้นฟูทะเลไทย สร้างรายได้ชุมชนชายฝั่ง
กรมประมงเดินหน้าเพาะพันธุ์ “หอยหวาน” ฟื้นฟูทรัพยากรทะเล สร้างรายได้ชุมชนชายฝั่ง กรมประมงเดินหน้าวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะขยายพันธุ์ หอยหวาน (Babylonia areolata) สัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง พร้อมผลิตลูกพันธุ์ปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล และสร
อ่านต่อ
วันที่ 1 กันยายน 2569

ถาม-ตอบ

ถาม-ตอบ
การเงิน/สินเชื่อ
สวัสดีครับปีนี้ผมพึ่ง ขึ้นทะเบียนเกษตร แต่ผมมีชื่ออยู่ในทะเบียนเกษตรของพ่อ ที่ เชียงราย อำเภอเทิง ตำบลตับเต่า แต่ตอนนี้ผมมาทำเกษตร ในพื้นที่ ตำบลบ่อภาคอำเภอชาติตระการจังหวัดพิษณุโลก เมื่อผมไปขึ้นทะเบียน ไม่สามารถขึ้นได้เพราะชื่อติดอยู่ใน เล่มสมุดเขียวของพ่อ ผมต้องดำเนินการอย่างไร
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 11 สิงหาคม 2569
กรณีนี้ สามารถดำเนินการขอยกเลิกการเป็นสมาชิกครัวเรือนเกษตรกรเดิมออกจากทะเบียนเกษตรกรของคุณพ่อ แล้วขึ้นทะเบียนเป็นครัวเรือนเกษตรกรของตนเองได้ เนื่องจากปัจจุบันชื่อของคุณยังมีสถานะเป็นสมาชิกครัวเรือนเกษตรกรของคุณพ่อที่ ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย จึงต้องจัดการสถานะเดิมก่อน แนวทางที่แนะนำคือ ยื่นคำร้องขอยกเลิกการเป็นสมาชิกครัวเรือนเกษตรกรเดิม โดยสมาชิกในครัวเรือนสามารถยื่นขอยกเลิกสถานะของตนเองได้ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนที่รับรองสำเนาถูกต้อง และเอกสารประกอบอื่น ๆ (ถ้ามี) เมื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการนำชื่อออกจากครัวเรือนเกษตรกรของคุณพ่อแล้ว ให้ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรในฐานะครัวเรือนใหม่ เนื่องจากกรณีเกษตรกรรายใหม่หรือเพิ่มแปลงใหม่ ต้องแจ้ง ณ สำนักงานเกษตรอำเภอที่เป็นที่ตั้งของแปลงเกษตร แนะนำให้ดำเนินการตามลำดับดังนี้ 1. ติดต่อ สำนักงานเกษตรอำเภอเทิง จ.เชียงราย แจ้งว่าปัจจุบันมีชื่อเป็นสมาชิกในทะเบียนเกษตรกรของบิดา และประสงค์ “ยกเลิกการเป็นสมาชิกครัวเรือนเกษตรกรเดิม เพื่อแยกไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรของตนเอง” 2. เตรียมบัตรประชาชน/สำเนาบัตรประชาชน และหากมีสำเนาสมุดทะเบียนเกษตรกร (สมุดเขียว) ของครัวเรือนเดิม ควรนำข้อมูลไปประกอบด้วย ทั้งนี้สมาชิกสามารถยื่นคำร้องยกเลิกการเป็นสมาชิกของตนเองได้ 3. หลังจากระบบปรับสถานะเรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่ สำนักงานเกษตรอำเภอชาติตระการ เพื่อขึ้นทะเบียนตามแปลงที่ทำการเกษตรจริงใน ต.บ่อภาค 4. เตรียมหลักฐานเกี่ยวกับพื้นที่ทำการเกษตร เช่น เอกสารสิทธิ์ สัญญาเช่า หนังสืออนุญาตให้ใช้พื้นที่ หรือหลักฐานตามลักษณะการถือครองจริง โดยหลักเกณฑ์ปัจจุบันอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนได้ทั้งพื้นที่ของตนเอง พื้นที่เช่า พื้นที่ทำฟรี รวมถึงพื้นที่บางประเภทที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่กรณีไม่มีเอกสารสิทธิ์อาจต้องมีผู้นำชุมชนรับรองการใช้ประโยชน์ กรมส่งเสริมการเกษตรมีระบบตรวจสอบสถานะและแบบคำร้องการขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2569 ที่ ระบบทะเบียนเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร และปัจจุบันมีช่องทางออนไลน์สำหรับขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงข้อมูลด้วย แต่กรณีของคุณมีประเด็น ชื่อซ้ำอยู่ในครัวเรือนเดิม จึงแนะนำให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอโดยตรง จะช่วยตรวจสอบและแก้สถานะในฐานข้อมูลได้ชัดเจนที่สุด กรณีผู้ยื่นคําร้องเป็นสมาชิกในครัวเรือน สามารถยกเลิกการเป็นสมาชิกของตนเองได้ โดยแนบสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้ยื่นคําร้อง พร้อมรับรองสําเนา และเอกสารอื่น (ถ้ามี) กรณีที่หัวหน้าครัวเรือนไม่สามารถมาด้วยตนเอง ให้ทําหนังสือมอบอํานาจได้ หรือสามารถแจ้งที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่ขึ้นทะเบียนได้เลยค่ะ
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 11 สิงหาคม 2569
ถาม-ตอบ
ศัตรูพืช
ปุ๋ย
สวัสดีค่ะ ขอสอบถามเกี่ยวกับต้นปอเทืองที่ปลูกไว้เป็นปุ๋ยพืชสดเพื่อบำรุงดินค่ะ ขณะนี้ใบมีลักษณะผิดปกติตามภาพ โดยไม่ได้พ่นสารเคมีหรือใส่ปุ๋ยใด ๆ จึงไม่แน่ใจว่าอาการดังกล่าวเกิดจากแมลง โรคพืช หรือสาเหตุอื่น เนื่องจากยังไม่พบตัวแมลงบริเวณต้น รบกวนช่วยแนะนำสาเหตุที่เป็นไปได้และแนวทางแก้ไขด้วยค่ะ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569
ตอบ คุณ Pitchy จากลักษณะอาการในภาพ เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ว่าปอเทืองถูกหนอนแมลงวันชอนใบเข้าทำลาย โดยตัวหนอนจะอาศัยและกัดกินอยู่ภายในเนื้อใบ ทำให้เกิดรอยชอนสีขาวหรือเป็นทางคดเคี้ยวบนใบ แนะนำให้ลองเด็ดใบที่มีอาการแล้วส่องกับแสง หากพบตัวหนอนขนาดเล็กสีเหลืองอ่อนอยู่บริเวณปลายรอยชอน หรือพบจุดดำซึ่งเป็นมูลของหนอนอยู่ภายในทางชอน จะช่วยยืนยันได้มากขึ้นว่าเกิดจากหนอนแมลงวันชอนใบ อย่างไรก็ตาม จากภาพยังพบรอยใบแหว่งบางส่วน จึงอาจมีแมลงกัดกินใบชนิดอื่นเข้าทำลายร่วมด้วย ควรสำรวจใต้ใบ บริเวณยอด และรอบแปลงในช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็น เพราะแมลงบางชนิดอาจหลบซ่อนในเวลากลางวัน ในกรณีที่ปลูกปอเทืองเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสดและเตรียมไถกลบ หากพบการทำลายเพียงเล็กน้อย ต้นยังเจริญเติบโตได้ดี และไม่ระบาดรุนแรง โดยทั่วไปไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ยพืชสดหรือพืชปลูกในรอบถัดไป จึงยังไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี ควรติดตามอาการอย่างต่อเนื่องและกำจัดเฉพาะใบที่ถูกทำลายรุนแรงออกจากแปลงค่ะ
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569
ถาม-ตอบ
การผลิตพืช
ปุ๋ย
ขอความรู้การดูแลต้น การให้ปุ๋ยการเก็บเกี่ยวและบำรุงรักษา การตอน การเก็บ การให้ปุ๋ย ต้นมัลเบอร์รี่ครับ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569
ตอบคุ ณ NITI - Ahar ขั้นตอนการปลูกและดูแลรักษา 1. การเตรียมดินและระยะปลูก พื้นที่ควรเป็นที่ราบสูง น้ำไม่ท่วมขัง ดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ระยะปลูก: หากปลูกเพื่อกินผลสด นิยมใช้ระยะ 0.75 × 2.0 เมตร หรือระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 2 เมตร 2. วิธีการขยายพันธุ์นิยมใช้วิธี การปักชำกิ่ง โดยตัดท่อนพันธุ์ความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร (มีตาหม่อน 4-5 ตา) ตัดโคนเฉียง 45 องศา ปักชำในถุงเพาะชำหรือแปลงที่เตรียมไว้ประมาณ 1-2 เดือนก่อนย้ายลงแปลงปลูก 3. การให้น้ำและปุ๋ยการให้น้ำ หม่อนชอบความชื้นแต่ไม่ชอบน้ำขังแฉะ ควรรดน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังติดผลการให้ปุ๋ย: ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักปีละ 2 ครั้ง (ช่วงต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน) เพื่อบำรุงต้น การบังคับให้หม่อนติดผล (มัลเบอร์รี่) หากต้องการให้ต้นหม่อนติดผลดก นอกฤดูหรือต่อเนื่องทั้งปี สามารถทำได้โดยวิธีการตัดแต่งกิ่งและโน้มกิ่ง ดังนี้ตัดแต่งกิ่งให้ต้นมีความสูงประมาณ 70-100 เซนติเมตร รูดใบออกให้หมดปล่อยให้ต้นแตกกิ่งใหม่และดูแลบำรุงต่อประมาณ 6 เดือน จนกิ่งมีความยาวประมาณ 1.50 เมตรลิดใบและตัดยอดทิ้งประมาณ 30 เซนติเมตร จากนั้นโน้มกิ่งเข้าหากันหรือผูกเป็นกระโจม ต้นจะเริ่มออกดอกภายใน 2 สัปดาห์ และเก็บเกี่ยวผลได้หลังออกดอก 60 วัน การเก็บเกี่ยวผลหม่อน (มัลเบอร์รี่) - ระยะเวลาเก็บเกี่ยว: หม่อนจะเริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุประมาณ 2 ปีขึ้นไป สามารถให้ผลผลิตได้ปีละ 2 ครั้ง (ในฤดูช่วงเดือนมี.ค. - เม.ย. หรือเก็บนอกฤดูได้) - ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ควรเก็บเกี่ยวในช่วงเช้าตรู่ (อากาศยังเย็นอยู่) จะช่วยให้ผลไม้ไม่ช้ำและเก็บรักษาได้นานขึ้น - วิธีการเก็บ: สังเกตสีของผล หากต้องการรสหวานอมเปรี้ยวหรือทำแยม ให้เก็บผลสีแดงอมม่วง แต่ถ้าต้องการรสหวานจัดเต็มให้เลือกเก็บผลสีม่วงเข้มเกือบดำ ใช้วิธีเด็ดทีละช่อหรือรูดเบาๆ ใส่ตะกร้าที่มีใบตองหรือผ้ารองก้นเพื่อไม่ให้ผลหม่อนช้ำ - การเก็บรักษา: ผลหม่อนสุกเน่าเสียได้ง่าย ควรเก็บไว้ในตู้เย็น (อุณหภูมิ 2-4° C) สามารถเก็บไว้ได้นานประมาณ 3-7 วัน ขั้นตอนการตอนกิ่งหม่อน 1. เตรียมตุ้มตอน: นำขุยมะพร้าวแช่น้ำบีบหมาด ใส่ถุงพลาสติกใสขนาดประมาณ 2 × 4 นิ้ว มัดปากให้แน่น 2. เลือกกิ่ง: เลือกกิ่งที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป เป็นกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน ไม่มีโรค ริดใบออกบริเวณที่จะตอน 3. ควั่นกิ่ง: ควั่นเปลือกกิ่งเป็นวงแหวนยาวประมาณ 1 นิ้ว แล้วใช้สันมีดขูดเยื่อเมือกลื่นๆ ออก เพื่อตัดท่ออาหารและกระตุ้นการออกราก 4. หุ้มตุ้มตอน: ผ่าตุ้มขุยมะพร้าวตามยาว นำไปหุ้มทับรอยแผลที่ควั่นไว้ แล้วมัดเชือกให้แน่นทั้งด้านบนและด้านล่าง การดูแลและการตัดชำลงถุง 1. ระยะเวลารากงอก: ทิ้งไว้ประมาณ 25-30 วัน จะเริ่มเห็นรากงอกสีขาว 2. การตัดกิ่ง: เมื่อรากเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือแก่เต็มที่ ให้ตัดกิ่งตอนออกจากต้นแม่ 3. การพักฟื้น: แกะถุงพลาสติกหุ้มตุ้มออก (ระวังอย่าให้ดินแตก) นำไปชำในถุงเพาะชำที่มีดินร่วนผสมแกลบดำ รดน้ำให้ชุ่ม เก็บไว้ในที่ร่มรำไรประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก่อนนำไปปลูกลงดิน
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569

คลังความรู้

แหล่งความรู้อื่นๆ
สารสนเทศ
ทรัพยากรน้ำ
คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ (ThaiWater)
เว็บไซต์ คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ (ThaiWater) ดำเนินการโดย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. (HII) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวม ติดตาม และให้บริการข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำรวมถึงสภาพอากาศของประเทศไทย หน้าที่และบริการหลัก ประกอบด้วย 1. รายงานสถานการณ์น้ำและอากาศแบบเรียลไทม์ ตรวจสอบปริมาณฝนสะสม ระดับน้ำ สภาพอากาศ และค่าคุณภาพอากาศ (PM 2.5) ตามรายพื้นที่ได้ทันที 2.แผนที่ติดตามสถานการณ์ (Map) 3. ติดตามพายุ แสดงเส้นทางและการเคลื่อนตัวของพายุที่อาจส่งผลกระทบต่อไทย 4. เฝ้าระวังน้ำท่วม มีแผนที่ความเสี่ยงฝนสะสมและพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันล่วงหน้า 24-48 ชั่วโมง 5. ติดตามภัยแล้งและน้ำทุ่ง ประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งและตรวจสอบปริมาณน้ำในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ 6. ข้อมูลอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ รายงานปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้และปริมาณน้ำที่สามารถใช้การได้จริงทั่วประเทศ พร้อมวิเคราะห์ระดับความวิกฤต (เช่น น้ำมากวิกฤต หรือ น้ำน้อยวิกฤต) 7. คลังข้อมูลและรายงานสรุป รวบรวมรายงานสถานการณ์น้ำประจำวัน ประวัติเหตุการณ์น้ำท่วม-น้ำแล้งในอดีต รวมถึงงานวิจัยและคลังสื่อสำหรับนำไปใช้อ้างอิงหรือศึกษาต่อ 8. บริการแอปพลิเคชัน เป็นช่องทางสำหรับดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ThaiWater (รองรับทั้งระบบ iOS และ Android) เพื่อให้ประชาชนติดตามสถานการณ์บนสมาร์ตโฟนได้สะดวกขึ้น เป็นแพลตฟอร์มหลักของประเทศที่ใช้สำหรับประเมินสถานการณ์ วางแผนรับมือ และเฝ้าระวังภัยพิบัติด้านสภาพอากาศและทรัพยากรน้ำ
โพสต์เมื่อ 4 สิงหาคม 2569
แหล่งความรู้อื่นๆ
สารสนเทศ
AI ข้าวหลามเคมี
AI ข้าวหลามเคมี เป็นนวัตกรรมแปลงเอกสารวิชาการด้านสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้เป็นระบบถาม–ตอบอัจฉริยะ ช่วยให้เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ค้นคำแนะนำเฉพาะเรื่องจากเอกสารที่มีเนือ้หาจำนวนมากได้สะดวกขึ้น แต่ยังต้องตรวจสอบกับฉลากและแหล่งข้อมูลทางราชการก่อนนำไปใช้จริง
โพสต์เมื่อ 31 กรกฎาคม 2569
แหล่งความรู้อื่นๆ
สารสนเทศ
ศูนย์ข้อมูลการเกษตรอัจฉริยะ จังหวัดนครปฐม
ศูนย์ข้อมูลการเกษตรอัจฉริยะ จังหวัดนครปฐม รวมข้อมูลพื้นที่ เกษตรกร ผลผลิต ดิน น้ำ ภัย และมาตรฐาน เพื่อการตัดสินใจจากข้อมูลเดียวกัน ระบบฐานข้อมูลกลางที่รวบรวมข้อมูลสำคัญด้านการเกษตรของจังหวัดนครปฐม เพื่อให้เกษตรกร เจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และประชาชน สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนการผลิตและติดตามสถานการณ์ด้านการเกษตร ภายในเว็บไซต์รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจ ได้แก่ ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร Smart Farmer และวิสาหกิจชุมชน ข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกข้าว พืชไร่ ผัก ไม้ผล สมุนไพร และไม้ดอกไม้ประดับ ข้อมูลเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ข้อมูลศูนย์เรียนรู้และศูนย์บริการด้านการเกษตร ข่าวสารด้านการเกษตรจากกรมส่งเสริมการเกษตรและจังหวัดนครปฐม พยากรณ์อากาศ ค่าฝุ่น PM2.5 และข้อมูลจุดความร้อน ราคาสินค้าเกษตร ทั้งราคาข้าว พืชไร่ ผัก และผลไม้
โพสต์เมื่อ 31 กรกฎาคม 2569
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู