แจ้งเตือน

แจ้งเตือน
ศัตรูพืช
เตือนไรแดงแอฟริกันระบาดในทุเรียน

ช่วงอากาศเย็นตอนเช้า–กลางคืน โดยเฉพาะระยะทุเรียนออกดอก–ติดผล เสี่ยงการระบาดของไรแดงแอฟริกัน

- ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณหน้าใบ ทำให้ใบซีด ไม่เขียวเป็นมัน มีคราบคล้ายผงฝุ่นสีขาว
- หากระบาดรุนแรงและต่อเนื่อง อาจทำให้ใบร่วง ชะงักการเจริญเติบโต กระทบการออกดอกและติดผล
- มักพบหนาแน่นบริเวณทรงพุ่มด้านนอกที่โดนแดด ยอดพุ่ม ด้านเหนือลม ขอบแปลง และด้านติดถนน โดยเฉพาะช่วงแห้งแล้ง ลมแรง ฝนทิ้งช่วง

แนวทางป้องกัน
1. ตรวจแปลงสม่ำเสมอ (เดือน ต.ค.–ม.ค.) ใช้แว่นขยาย 10 เท่าส่องหน้าใบ โดยเฉพาะช่วงลมแรง/ฝนทิ้งช่วง
2. เมื่อพบระบาด ใช้สารป้องกันกำจัดไรตามคำแนะนำ เช่น โพรพาร์ไกต์ 30% WP อัตรา 30 กรัม/น้ำ 20 ลิตร อะมิทราซ 20% EC อัตรา 30 มล./น้ำ 20 ลิตร เฮกซีไทอะซอกซ์ 2% EC อัตรา 40 มล./น้ำ 20 ลิตร พ่นทั้งต้น เน้นบริเวณยอด และพ่นซ้ำตามความจำเป็น

ข้อควรระวัง ไม่ควรใช้สารชนิดเดิมซ้ำต่อเนื่อง ควรสลับกลุ่มสารเพื่อลดการดื้อยา และใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น


อ่านต่อ
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569
แจ้งเตือน
ศัตรูพืช
ระวังหนอนกินใต้ผิวเปลือกในลองกอง
สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน มีฝนตกและลมแรงในบางพื้นที่ เตือนผู้ปลูกลองกอง ในระยะ ระยะติดผลอ่อน รับมือหนอนกินใต้ผิวเปลือก หนอนกัดกินทำลายอยู่ใต้ผิวเปลือก ลึกระหว่าง 2 - 8 มิลลิเมตร ตามกิ่งและลำต้น ทำให้ต้นเป็นปุ่มปม เมื่อหนอนระบาดมาก จะทำให้กิ่งแห้งและตาย ถ้าหนอนกัดกินตาดอกจะทำให้ตาดอกถูกทำลายและผลผลิตลดลง
 
แนวทางป้องกันกำจัด ใช้ไส้เดือนฝอย (Steinernema carpocapsae) อัตรา 50 ล้านตัวต่อน้ำ 20 ลิตร 1 ต้น ใช้น้ำ 2-3 ลิตร พ่น 2 ครั้ง ห่างกัน 15 วัน ควรพ่นไส้เดือนฝอยในตอนเย็น (หลังเวลา 17.00 น.) เพื่อหลีกเลี่ยงแสงอาทิตย์ ในกรณีมีอากาศแห้งแล้ง ควรพ่นน้ำเปล่าให้ความชุ่มชื้นก่อนพ่นไส้เดือนฝอย

อ่านต่อ
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

ข่าวสาร

ข่าวสาร
การแปรรูปวัสดุเหลือใช้เกษตร
ม.วลัยลักษณ์ เปิดนวัตกรรมแปลงทะลายปาล์มเหลือทิ้ง สู่สารชีวเคมีมูลค่าสูง ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอนาคต
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประกาศความสำเร็จของผลงานวิจัยนวัตกรรมการเพิ่มมูลค่าทะลายปาล์มน้ำมันเปล่า วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรราคาต่ำ ให้กลายเป็นกรดลิวูลินิก (Levulinic Acid) สารตั้งต้นชีวเคมีมูลค่าสูงที่มีความต้องการในตลาดโลก สามารถประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมยา อาหาร พลังงานสะอาด และเกษตรอินทรีย์ ช่วยลดการพึ
อ่านต่อ
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569
ข่าวสาร
การผลิตพืช
เทคนิคการคลุมดิน ช่วยต้นไม้ผ่านหน้าแล้งอย่างยั่งยืน
เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง เกษตรกรจำนวนไม่น้อยเลือกแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มปริมาณการให้น้ำ หวังให้ดินชุ่มแฉะเพื่อประคองต้นไม้ให้รอด แต่ในหลายกรณีกลับพบว่า แม้จะรดน้ำเท่ากันทั้งแปลง ต้นไม้บางจุดเขียวสด ขณะที่บางจุดกลับเหลือง เหี่ยว หรือแม้แต่โคนต้นเริ่มเน่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนความจริงสำคัญว่า “ความอยู่รอดของพืช
อ่านต่อ
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569

ถาม-ตอบ

ถาม-ตอบ
การผลิตพืช
ปุ๋ย
มีวิธีป้องกันผลไม้หลุดร่วงเวลาพายุลมแรงเข้าไหมคะ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569
ตอบ คุณ Kanungnid แนวทางรับมือของสวนไม้ผลเมื่อต้องเผชิญพายุลมแรง 1) ทำแนวกันลม (Windbreak) วิธีนี้ได้ผลระยะยาวที่สุด - ปลูกไม้ยืนต้นเป็นแนว เช่น ไผ่ กระถิน ยูคาลิปตัส - ติดตั้งตาข่ายกันลมรอบสวน - ควรทำแนวกันลมด้านทิศที่ลมพัดเข้าประจำ ✔ ลดความเร็วลมได้ 30–50% ✔ ช่วยป้องกันทั้งผล ใบ และกิ่งหัก 2) ค้ำกิ่ง / ผูกกิ่ง เหมาะกับต้นที่มีผลดกหรือผลใหญ่ เช่น ทุเรียน มะม่วง ส้ม - ใช้ไม้ไผ่หรือเสาค้ำใต้กิ่ง - ผูกกิ่งเข้ากับลำต้นหลักแบบหลวม ๆ - อย่าผูกแน่นเกินไป เพราะจะทำให้กิ่งช้ำ ✔ ลดแรงเหวี่ยงของกิ่ง ✔ ลดโอกาสผลกระแทกกันเอง 3) ห่อผลไม้ - ใช้ถุงกระดาษหรือถุงตาข่ายห่อผล - ช่วยลดแรงกระแทกและรอยช้ำ - ป้องกันแมลงไปพร้อมกัน ✔ เหมาะกับสวนขนาดเล็ก–กลาง 4) ตัดแต่งกิ่งก่อนฤดูพายุ - ลดทรงพุ่มให้โปร่ง - ตัดกิ่งที่อ่อนแอหรือซ้อนทับกัน - ลดแรงต้านลม ✔ ลมพัดผ่านได้ดีขึ้น ✔ ลดกิ่งหักและผลร่วง 5) จัดการน้ำและปุ๋ยให้เหมาะสม - อย่าให้น้ำมากเกินไปช่วงใกล้พายุ - ต้นที่สมบูรณ์เกินไปอาจกิ่งอ่อน - เสริมแคลเซียม–โบรอนช่วยให้ขั้วผลแข็งแรง 🚨 ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าพายุจะเข้า - เก็บเกี่ยวผลที่ใกล้สุกก่อน - ตรวจสอบเสาค้ำและเชือกให้แน่น - เก็บของที่อาจปลิวกระแทกต้นไม้
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569
ถาม-ตอบ
ความผิดปกติของพืช
พูนทรัพย์หรือกะบก เกิดอาการแบบนี้ประมาณ 1 เดือน อยากทราบวิธีการแก้ไข และสาเหตุ รบกวนพี่ๆช่วยตอบหน่อยนะคะ ต้นนี้ปลูกมา 2-3 เดือน
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2569
ได้นำข้อมูลไปปรึกษาทาง KU รุกขกร แจ้งว่า น่าจะเกิดจากดินแน่นไป รากไม่เดิน หรือรดน้ำเยอะไปจนขังในหลุมปลูก แนะนำให้ลองงดน้ำหรือคุมน้ำ สำรวจโคนต้นมีน้ำขังหรือไม่ หากดินแน่นไปให้พรวนดินและระบายน้ำออก 1-2 สัปดาห์จะเริ่มเห็นยอดอ่อนแตกใหม่
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2569
ถาม-ตอบ
ชลประทาน
อัตราการใช้กรดฟอสฟอริก 85% และกรดไนตริก 68% เพื่อปรับสภาพค่า pH น้ำที่เป็นด่าง มีอัตราการใช้อย่างไรครับ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2569
การใช้กรดฟอสฟอริกหรือกรดไนตริกปรับ pH น้ำทางการเกษตร ต้องใส่กี่ซีซีถึงจะพอดี คงไม่มีสูตรตายตัวที่แน่นอน 100% เพราะขึ้นอยู่กับค่า Alkalinity หรือความเป็นด่างจากหินปูนของน้ำแต่ละแหล่ง ซึ่งแตกต่างกันมาก โดยทั่วไปไม่แนะนำให้เทกรดเข้มข้นลงถังน้ำตรง ๆ แต่ควรค่อย ๆ เติมหรือทำเป็นสารละลายก่อน แล้ววัดค่า pH ไปพร้อมกัน จะปลอดภัยและควบคุมได้ดีกว่า แนะนำทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ 1. เตรียมน้ำประมาณ 1,000 ลิตร (หรือเริ่มจากถัง 200 ลิตรก็ได้) แล้วค่อย ๆ เติมกรดแค่ 5–10 ซีซี ก่อน กวนน้ำให้เข้ากัน 2. วัดค่า pH ด้วยกระดาษลิตมัสหรือเครื่อง pH meter เทียบกับค่าที่ต้องการ 3. ถ้า pH ยังสูงอยู่ ให้เติมกรดเพิ่มทีละนิด แล้ววัดซ้ำ อย่ารีบ พอได้ค่าที่พอดีแล้ว แนะนำให้จดบันทึกจำนวนซีซีที่ใช้ไว้ เพื่อใช้เป็นแนวทางครั้งต่อไป (สำหรับแหล่งน้ำเดิม) ⚠️ ข้อควรระวังสำคัญมาก 1. ต้องเทกรดลงในน้ำเท่านั้น ห้ามเทน้ำลงในกรดเด็ดขาด เพราะจะเกิดความร้อนและกรดกระเด็น และเป็นอันตรายมาก 2. ควรสวมถุงมือยาง แว่นตานิรภัย และหน้ากาก ทุกครั้งที่ทำงานกับกรด ส่วนการเลือกใช้กรด กรดฟอสฟอริก จะช่วยลด pH ได้นิ่งกว่า และพืชยังได้ฟอสฟอรัสไปช่วยเรื่องรากและดอก แต่ถ้าใช้มากเกินไป อาจไปจับกับแคลเซียมในน้ำจนเกิดตะกอนขาวได้ ส่วนกรดไนตริก ราคาจะถูกกว่าเล็กน้อย และให้ไนโตรเจนแก่พืช แต่ข้อเสียคือกลิ่นฉุน ระเหยง่าย และต้องระวังตอนใช้งานมากกว่า หมายเหตุ ถ้ามีเครื่อง pH meter อยู่แล้ว แนะนำให้ลองเริ่มจาก น้ำ 20 ลิตรก่อน ใช้ไซริงค์เล็ก ๆ หยดกรดทีละนิด จะช่วยให้รู้ปริมาณที่แม่นยำที่สุดสำหรับแหล่งน้ำนั้น
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2569

คลังความรู้

แหล่งความรู้อื่นๆ
ศัตรูพืช
โรคพืช
วัชพืช
คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชจากงานวิจัย ปี 2568
กรมวิชาการเกษตรเผยแพร่ “คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชจากงานวิจัย ปี 2568” เสริมความปลอดภัยเกษตรกร ลดดื้อยา ยกระดับเกษตรไทยอย่างยั่งยืน กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยเอกสารวิชาการ “คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชจากงานวิจัย ปี 2568” เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกร นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยต่อสุขภาพผู้ใช้ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม เอกสารฉบับนี้รวบรวมผลการวิจัยล่าสุด ครอบคลุมการใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช แมลง ไร สัตว์ศัตรูพืช และวัชพืชในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ พร้อมเน้นการจัดการศัตรูพืชตามหลักวิชาการ โดยอ้างอิงการจัดกลุ่มสารตามกลไกการออกฤทธิ์ของ FRAC, IRAC และ HRAC เพื่อชะลอปัญหาการดื้อยาซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของภาคเกษตรในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการทำงาน ตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล การเก็บรักษา การขนส่ง ไปจนถึงการอ่านฉลากและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตลอดจนแนวทางลดสารตกค้างในผลผลิต ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและตลาดส่งออก กรมวิชาการเกษตรคาดหวังว่า เอกสารฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการผลิตพืชตามหลัก เกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) ลดการใช้สารเคมีเกินความจำเป็น และยกระดับเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในอนาคต
โพสต์เมื่อ 15 ธันวาคม 2568
แหล่งความรู้อื่นๆ
การค้า/การตลาด
สินค้า GI อัตลักษณ์ท้องถิ่นไทย
สินค้า GI คือสินค้าที่มีชื่อเสียงและคุณภาพเฉพาะตัวจากแหล่งผลิตในท้องถิ่น อันเกิดจากภูมิศาสตร์หรือภูมิปัญญาในพื้นที่ มีการจดทะเบียนเพื่อคุ้มครองสิทธิ์และสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนแก่ชุมชน จัดทำโดย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
โพสต์เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2568
แหล่งความรู้อื่นๆ
การเพาะเลี้ยง
การเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอน
เรียนรู้เทคนิคการเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนอย่างถูกวิธี พร้อมรับมือกับความท้าทายจากภาวะโลกร้อน! นำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับ การเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอน (Plankton Culture) ซึ่งเป็นอาหารมีชีวิตที่มีความสำคัญต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง ปลา หอย และสัตว์น้ำวัยอ่อน เนื้อหาอธิบายตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐานไปจนถึงเทคนิคสำคัญในการดูแลคุณภาพน้ำ และการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อให้แพลงก์ตอนเจริญเติบโตได้ดี โดยเน้นให้ผู้เพาะเลี้ยงเข้าใจถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตของแพลงก์ตอน เช่น ความเข้มแสงและอุณหภูมิ ปริมาณสารอาหารและการควบคุมเชื้อปนเปื้อน วิธีการเก็บเกี่ยวและการใช้ประโยชน์จากแพลงก์ตอนในระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพน้ำและระบบนิเวศทางทะเล พร้อมแนะนำแนวทางการจัดการที่ยั่งยืนเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมประมงไทย 📌ผู้สนใจสอบถามได้ที่ สถานีวิจัยประมงคลองวาฬ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร.0-3266-1168 🔍 เหมาะสำหรับผู้สนใจอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ งานวิจัย หรือผู้ประกอบการด้านการเพาะเลี้ยงน้ำ
โพสต์เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู