แจ้งเตือน
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฉบับที่ 3 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบในช่วงวันที่ 9-13 ตุลาคม 2569 โดยในช่วงวันที่ 9-13 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ตามช่วงเวลาดังนี้
ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงปลายฤดูฝนบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทย ตอนบน ประกอบกับร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคใต้ตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยในบริเวณฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรตรวจสอบเส้นทางและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ โทร. 0 2399 4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อ่านต่อ
หมั่นสำรวจแปลง สังเกต แผลรูปตาบนใบ ข้าวแห้งฟุบ หรือคอรวงไหม้ หากพบอาการควรรีบจัดการ ก่อนโรคลุกลามและกระทบผลผลิต

อ่านต่อ
ข่าวสาร
เปิดโลกกระบองเพชรกินได้! งานวิจัยไทยเพิ่มชุดโครโมโซม พัฒนาลำต้นใหญ่ หนามลด และสารต้านอนุมูลอิสระสูงขึ้น
กระบองเพชรไม่ได้เป็นเพียงไม้ประดับที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นพืชอาหารทางเลือกที่มีศักยภาพสำหรับการเกษตรในอนาคต โดยเฉพาะในพื้นที่แห้งแล้งและขาดแคลนน้ำ ล่าสุด นักวิจัยไทยได้ศึกษาการใช้สารโคลชิซีน
อ่านต่อ
อ่านต่อ
กรมวิชาการเกษตรเผยผลงานวิจัยและพัฒนาประจำปี 2569 จำนวน 5 สายพันธุ์ ครอบคลุมไม้ดอก พืชพลังงาน พืชเศรษฐกิจ และชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างโอกาสในการใช้ประโยชน์ทางการเกษตรอย่างยั่งยืน
ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิชาการ
อ่านต่อ
อ่านต่อ
กรมประมง ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พัฒนานวัตกรรมโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ระบบ Dual Mode Drying รองรับการแปรรูปสัตว์น้ำทั้งแบบกึ่งแห้งและแห้ง สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างเหมาะสม ใช้งานได้ทุกฤดูกาล ช่วยลดการใช้พลังงาน ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ และเพิ่มรายได้ให้วิสาหกิจชุมชน
กรมประมง โดยกองว
อ่านต่อ
อ่านต่อ
ถาม-ตอบ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 11 สิงหาคม 2569
กรณีนี้ สามารถดำเนินการขอยกเลิกการเป็นสมาชิกครัวเรือนเกษตรกรเดิมออกจากทะเบียนเกษตรกรของคุณพ่อ แล้วขึ้นทะเบียนเป็นครัวเรือนเกษตรกรของตนเองได้ เนื่องจากปัจจุบันชื่อของคุณยังมีสถานะเป็นสมาชิกครัวเรือนเกษตรกรของคุณพ่อที่ ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย จึงต้องจัดการสถานะเดิมก่อน
แนวทางที่แนะนำคือ ยื่นคำร้องขอยกเลิกการเป็นสมาชิกครัวเรือนเกษตรกรเดิม โดยสมาชิกในครัวเรือนสามารถยื่นขอยกเลิกสถานะของตนเองได้ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนที่รับรองสำเนาถูกต้อง และเอกสารประกอบอื่น ๆ (ถ้ามี)
เมื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการนำชื่อออกจากครัวเรือนเกษตรกรของคุณพ่อแล้ว ให้ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรในฐานะครัวเรือนใหม่ เนื่องจากกรณีเกษตรกรรายใหม่หรือเพิ่มแปลงใหม่ ต้องแจ้ง ณ สำนักงานเกษตรอำเภอที่เป็นที่ตั้งของแปลงเกษตร
แนะนำให้ดำเนินการตามลำดับดังนี้
1. ติดต่อ สำนักงานเกษตรอำเภอเทิง จ.เชียงราย แจ้งว่าปัจจุบันมีชื่อเป็นสมาชิกในทะเบียนเกษตรกรของบิดา และประสงค์ “ยกเลิกการเป็นสมาชิกครัวเรือนเกษตรกรเดิม เพื่อแยกไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรของตนเอง”
2. เตรียมบัตรประชาชน/สำเนาบัตรประชาชน และหากมีสำเนาสมุดทะเบียนเกษตรกร (สมุดเขียว) ของครัวเรือนเดิม ควรนำข้อมูลไปประกอบด้วย ทั้งนี้สมาชิกสามารถยื่นคำร้องยกเลิกการเป็นสมาชิกของตนเองได้
3. หลังจากระบบปรับสถานะเรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่ สำนักงานเกษตรอำเภอชาติตระการ เพื่อขึ้นทะเบียนตามแปลงที่ทำการเกษตรจริงใน ต.บ่อภาค
4. เตรียมหลักฐานเกี่ยวกับพื้นที่ทำการเกษตร เช่น เอกสารสิทธิ์ สัญญาเช่า หนังสืออนุญาตให้ใช้พื้นที่ หรือหลักฐานตามลักษณะการถือครองจริง โดยหลักเกณฑ์ปัจจุบันอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนได้ทั้งพื้นที่ของตนเอง พื้นที่เช่า พื้นที่ทำฟรี รวมถึงพื้นที่บางประเภทที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่กรณีไม่มีเอกสารสิทธิ์อาจต้องมีผู้นำชุมชนรับรองการใช้ประโยชน์
กรมส่งเสริมการเกษตรมีระบบตรวจสอบสถานะและแบบคำร้องการขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2569 ที่ ระบบทะเบียนเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร และปัจจุบันมีช่องทางออนไลน์สำหรับขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงข้อมูลด้วย แต่กรณีของคุณมีประเด็น ชื่อซ้ำอยู่ในครัวเรือนเดิม จึงแนะนำให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอโดยตรง จะช่วยตรวจสอบและแก้สถานะในฐานข้อมูลได้ชัดเจนที่สุด
กรณีผู้ยื่นคําร้องเป็นสมาชิกในครัวเรือน สามารถยกเลิกการเป็นสมาชิกของตนเองได้ โดยแนบสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้ยื่นคําร้อง พร้อมรับรองสําเนา และเอกสารอื่น (ถ้ามี) กรณีที่หัวหน้าครัวเรือนไม่สามารถมาด้วยตนเอง ให้ทําหนังสือมอบอํานาจได้ หรือสามารถแจ้งที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่ขึ้นทะเบียนได้เลยค่ะ
อ่านต่อ
อ่านต่อ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569
ตอบ คุณ Pitchy
จากลักษณะอาการในภาพ เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ว่าปอเทืองถูกหนอนแมลงวันชอนใบเข้าทำลาย โดยตัวหนอนจะอาศัยและกัดกินอยู่ภายในเนื้อใบ ทำให้เกิดรอยชอนสีขาวหรือเป็นทางคดเคี้ยวบนใบ
แนะนำให้ลองเด็ดใบที่มีอาการแล้วส่องกับแสง หากพบตัวหนอนขนาดเล็กสีเหลืองอ่อนอยู่บริเวณปลายรอยชอน หรือพบจุดดำซึ่งเป็นมูลของหนอนอยู่ภายในทางชอน จะช่วยยืนยันได้มากขึ้นว่าเกิดจากหนอนแมลงวันชอนใบ
อย่างไรก็ตาม จากภาพยังพบรอยใบแหว่งบางส่วน จึงอาจมีแมลงกัดกินใบชนิดอื่นเข้าทำลายร่วมด้วย ควรสำรวจใต้ใบ บริเวณยอด และรอบแปลงในช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็น เพราะแมลงบางชนิดอาจหลบซ่อนในเวลากลางวัน
ในกรณีที่ปลูกปอเทืองเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสดและเตรียมไถกลบ หากพบการทำลายเพียงเล็กน้อย ต้นยังเจริญเติบโตได้ดี และไม่ระบาดรุนแรง โดยทั่วไปไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ยพืชสดหรือพืชปลูกในรอบถัดไป จึงยังไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี ควรติดตามอาการอย่างต่อเนื่องและกำจัดเฉพาะใบที่ถูกทำลายรุนแรงออกจากแปลงค่ะ
อ่านต่อ
อ่านต่อ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569
ตอบคุ ณ NITI - Ahar
ขั้นตอนการปลูกและดูแลรักษา
1. การเตรียมดินและระยะปลูก พื้นที่ควรเป็นที่ราบสูง น้ำไม่ท่วมขัง ดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ระยะปลูก: หากปลูกเพื่อกินผลสด นิยมใช้ระยะ 0.75 × 2.0 เมตร หรือระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 2 เมตร
2. วิธีการขยายพันธุ์นิยมใช้วิธี การปักชำกิ่ง โดยตัดท่อนพันธุ์ความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร (มีตาหม่อน 4-5 ตา) ตัดโคนเฉียง 45 องศา ปักชำในถุงเพาะชำหรือแปลงที่เตรียมไว้ประมาณ 1-2 เดือนก่อนย้ายลงแปลงปลูก
3. การให้น้ำและปุ๋ยการให้น้ำ หม่อนชอบความชื้นแต่ไม่ชอบน้ำขังแฉะ ควรรดน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังติดผลการให้ปุ๋ย: ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักปีละ 2 ครั้ง (ช่วงต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน) เพื่อบำรุงต้น
การบังคับให้หม่อนติดผล (มัลเบอร์รี่) หากต้องการให้ต้นหม่อนติดผลดก นอกฤดูหรือต่อเนื่องทั้งปี สามารถทำได้โดยวิธีการตัดแต่งกิ่งและโน้มกิ่ง ดังนี้ตัดแต่งกิ่งให้ต้นมีความสูงประมาณ 70-100 เซนติเมตร รูดใบออกให้หมดปล่อยให้ต้นแตกกิ่งใหม่และดูแลบำรุงต่อประมาณ 6 เดือน จนกิ่งมีความยาวประมาณ 1.50 เมตรลิดใบและตัดยอดทิ้งประมาณ 30 เซนติเมตร จากนั้นโน้มกิ่งเข้าหากันหรือผูกเป็นกระโจม ต้นจะเริ่มออกดอกภายใน 2 สัปดาห์ และเก็บเกี่ยวผลได้หลังออกดอก 60 วัน
การเก็บเกี่ยวผลหม่อน (มัลเบอร์รี่)
- ระยะเวลาเก็บเกี่ยว: หม่อนจะเริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุประมาณ 2 ปีขึ้นไป สามารถให้ผลผลิตได้ปีละ 2 ครั้ง (ในฤดูช่วงเดือนมี.ค. - เม.ย. หรือเก็บนอกฤดูได้)
- ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ควรเก็บเกี่ยวในช่วงเช้าตรู่ (อากาศยังเย็นอยู่) จะช่วยให้ผลไม้ไม่ช้ำและเก็บรักษาได้นานขึ้น
- วิธีการเก็บ: สังเกตสีของผล หากต้องการรสหวานอมเปรี้ยวหรือทำแยม ให้เก็บผลสีแดงอมม่วง แต่ถ้าต้องการรสหวานจัดเต็มให้เลือกเก็บผลสีม่วงเข้มเกือบดำ ใช้วิธีเด็ดทีละช่อหรือรูดเบาๆ ใส่ตะกร้าที่มีใบตองหรือผ้ารองก้นเพื่อไม่ให้ผลหม่อนช้ำ
- การเก็บรักษา: ผลหม่อนสุกเน่าเสียได้ง่าย ควรเก็บไว้ในตู้เย็น (อุณหภูมิ 2-4° C) สามารถเก็บไว้ได้นานประมาณ 3-7 วัน
ขั้นตอนการตอนกิ่งหม่อน
1. เตรียมตุ้มตอน: นำขุยมะพร้าวแช่น้ำบีบหมาด ใส่ถุงพลาสติกใสขนาดประมาณ 2 × 4 นิ้ว มัดปากให้แน่น
2. เลือกกิ่ง: เลือกกิ่งที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป เป็นกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน ไม่มีโรค ริดใบออกบริเวณที่จะตอน
3. ควั่นกิ่ง: ควั่นเปลือกกิ่งเป็นวงแหวนยาวประมาณ 1 นิ้ว แล้วใช้สันมีดขูดเยื่อเมือกลื่นๆ ออก เพื่อตัดท่ออาหารและกระตุ้นการออกราก
4. หุ้มตุ้มตอน: ผ่าตุ้มขุยมะพร้าวตามยาว นำไปหุ้มทับรอยแผลที่ควั่นไว้ แล้วมัดเชือกให้แน่นทั้งด้านบนและด้านล่าง
การดูแลและการตัดชำลงถุง
1. ระยะเวลารากงอก: ทิ้งไว้ประมาณ 25-30 วัน จะเริ่มเห็นรากงอกสีขาว
2. การตัดกิ่ง: เมื่อรากเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือแก่เต็มที่ ให้ตัดกิ่งตอนออกจากต้นแม่
3. การพักฟื้น: แกะถุงพลาสติกหุ้มตุ้มออก (ระวังอย่าให้ดินแตก) นำไปชำในถุงเพาะชำที่มีดินร่วนผสมแกลบดำ รดน้ำให้ชุ่ม เก็บไว้ในที่ร่มรำไรประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก่อนนำไปปลูกลงดิน
อ่านต่อ
อ่านต่อ
คลังความรู้
🛰️ Dragonfly อัปเดตใหม่ ยกระดับข้อมูลภูมิสารสนเทศสู่การคาดการณ์และแจ้งเตือนเพื่อการเกษตร
Dragonfly หรือ แอปแมลงปอ พัฒนาโดย GISTDA เป็นแพลตฟอร์มเกษตรเชิงพื้นที่ระดับรายแปลงที่ประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ ข้อมูลดาวเทียม และภูมิสารสนเทศ (Geoinformatics) เพื่อสนับสนุนการติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ข้อมูล และบริหารจัดการพื้นที่เกษตรบนพื้นฐานของข้อมูล
การอัปเดตครั้งนี้มีประเด็นสำคัญ คือ การเพิ่มขีดความสามารถจากการนำเสนอและติดตามข้อมูล ไปสู่การคาดการณ์และแจ้งเตือนล่วงหน้า (Forecasting & Early Warning) เพื่อให้เกษตรกรสามารถประเมินความเสี่ยงและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนจัดการแปลงได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น
ฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้นและน่าสนใจ ประกอบด้วย
🐛 การคาดการณ์โรคและแมลงในข้าวและอ้อยล่วงหน้า 7–15 วัน ช่วยสนับสนุนการเฝ้าระวังและเตรียมมาตรการจัดการศัตรูพืชก่อนเกิดความเสียหายในวงกว้าง
🌊 การแจ้งเตือนน้ำท่วมแปลงเกษตรล่วงหน้า 24 ชั่วโมง ช่วยให้เกษตรกรมีข้อมูลสำหรับเตรียมรับมือและลดความเสี่ยงต่อพื้นที่เพาะปลูก
☀️ การคาดการณ์ภัยแล้งในแปลงเกษตรล่วงหน้าถึง 6 เดือน สนับสนุนการวางแผนเพาะปลูก การบริหารจัดการน้ำ และการประเมินความเสี่ยงในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมีการเสริมเครื่องมือสนับสนุน การบริหารจัดการแปลง (Farm Management) ได้แก่ การประเมินความต้องการน้ำของพืช การบันทึกและสรุปข้อมูลการเพาะปลูก การจัดทำโปรไฟล์แปลง การประเมินการกักเก็บคาร์บอนของสวนยางพารา และการแจ้งเตือนสภาพอากาศสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว
การพัฒนา Dragonfly จึงสะท้อนแนวทางการประยุกต์ใช้ Space Technology และ Geospatial Data ร่วมกับข้อมูลด้านการเกษตร เพื่อเปลี่ยนข้อมูลเชิงพื้นที่ให้เป็นสารสนเทศที่นำไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจ หรือ Data-driven Agriculture ตั้งแต่การเฝ้าระวังสถานการณ์ การประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงการวางแผนจัดการทรัพยากรในระดับแปลง
จากเดิมที่เกษตรกรสามารถเห็นสถานการณ์ในแปลง การเพิ่มระบบคาดการณ์และแจ้งเตือนจึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยให้รู้ล่วงหน้า วางแผนล่วงหน้า และจัดการความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ
Dragonfly เปิดให้ใช้งานฟรี ผ่าน Web, iOS และ Android
เว็บไซต์ คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ (ThaiWater) ดำเนินการโดย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. (HII) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวม ติดตาม และให้บริการข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำรวมถึงสภาพอากาศของประเทศไทย
หน้าที่และบริการหลัก ประกอบด้วย
1. รายงานสถานการณ์น้ำและอากาศแบบเรียลไทม์ ตรวจสอบปริมาณฝนสะสม ระดับน้ำ สภาพอากาศ และค่าคุณภาพอากาศ (PM 2.5) ตามรายพื้นที่ได้ทันที
2.แผนที่ติดตามสถานการณ์ (Map)
3. ติดตามพายุ แสดงเส้นทางและการเคลื่อนตัวของพายุที่อาจส่งผลกระทบต่อไทย
4. เฝ้าระวังน้ำท่วม มีแผนที่ความเสี่ยงฝนสะสมและพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันล่วงหน้า 24-48 ชั่วโมง
5. ติดตามภัยแล้งและน้ำทุ่ง ประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งและตรวจสอบปริมาณน้ำในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ
6. ข้อมูลอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ รายงานปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้และปริมาณน้ำที่สามารถใช้การได้จริงทั่วประเทศ พร้อมวิเคราะห์ระดับความวิกฤต (เช่น น้ำมากวิกฤต หรือ น้ำน้อยวิกฤต)
7. คลังข้อมูลและรายงานสรุป รวบรวมรายงานสถานการณ์น้ำประจำวัน ประวัติเหตุการณ์น้ำท่วม-น้ำแล้งในอดีต รวมถึงงานวิจัยและคลังสื่อสำหรับนำไปใช้อ้างอิงหรือศึกษาต่อ
8. บริการแอปพลิเคชัน เป็นช่องทางสำหรับดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ThaiWater (รองรับทั้งระบบ iOS และ Android) เพื่อให้ประชาชนติดตามสถานการณ์บนสมาร์ตโฟนได้สะดวกขึ้น
เป็นแพลตฟอร์มหลักของประเทศที่ใช้สำหรับประเมินสถานการณ์ วางแผนรับมือ และเฝ้าระวังภัยพิบัติด้านสภาพอากาศและทรัพยากรน้ำ
AI ข้าวหลามเคมี เป็นนวัตกรรมแปลงเอกสารวิชาการด้านสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้เป็นระบบถาม–ตอบอัจฉริยะ ช่วยให้เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ค้นคำแนะนำเฉพาะเรื่องจากเอกสารที่มีเนือ้หาจำนวนมากได้สะดวกขึ้น แต่ยังต้องตรวจสอบกับฉลากและแหล่งข้อมูลทางราชการก่อนนำไปใช้จริง

