แจ้งเตือน

แจ้งเตือน
เตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 23-29 พฤษภาคม 2561

อากาศร้อน มีแสงแดดจัด สลับกับท้องฟ้ามืดครึ้มบางช่วงของวัน และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่งผลให้

1.พริก  ระยะการเจริญเติบโตทางด้านลำต้น  ระวัง

- โรคเหี่ยว(เชื้อรา Fusarium oxysporum) อาการเริ่มแรก พบใบพริกที่อยู่บริเวณด้านล่างของต้นมีสีเหลือง แล้วขยายลุกลามไปยังใบที่อยู่ด้านบน ต่อมาใบส่วนยอดจะเหี่ยวลู่ลงและร่วงหลุดจากต้น ส่วนใหญ่มักเกิดโรคในระยะติดดอกและผลจึงทำให้ดอกและผลอ่อนร่วงไปพร้อมกับใบ กิ่งหรือแขนงที่ยังอ่อนจะเปลี่ยนเป็นสี
น้ำตาลแล้วแห้งตาย 

- โรคที่มีสาเหตุจากไวรัส  ได้แก่  โรคใบด่าง  โรคเส้นใบด่างประ  โรคใบหงิกเหลือง

2.หอมแดง  ระยะเริ่มปลูก  ระวัง

- โรคแอนแทรคโนส หรือโรคหอมเลื้อย หรือโรคหมานอน(เชื้อราColletotrichum gloeosporioides) อาการของโรค พบได้บนใบ กาบใบ คอ หรือสวนหัว โดยเริ่มแรกพบจุดช้ำน้ำขนาดเล็กสีเขียวหม่น ต่อมาขยายใหญ่เป็นแผลรูปกลมหรือรีเนื้อแผลยุบลงเล็กน้อย บนแผลมีหยดของเหลวสีชมพูอมส้มเมื่อแห้งจะเห็นเป็นตุ่มเล็กๆสีน้ำตาลดำ เรียงเป็นวงรีซ้อนกันหลายชั้น ถ้าแผลขยายใหญ่หรือหลายแผลมาชนกันจะทำให้หักพับ
แห้งตาย หรือเน่าตายทั้งต้น ทำให้ผลผลิตลดลง

3.ลำไย  ระยะเก็บเกี่ยว/แตกใบอ่อน  ระวังหนอนชอนใบ โดยหนอนเริ่มเจาะที่ฐานเส้นกลางใบแล้วเคลื่อนไปทางปลายใบก่อนถึงปลายใบหนอนจะชอนไชเข้าไปในส่วนเนื้อของใบ รอยที่หนอนเจาะเข้าไปจะพบมูลหนอนอยู่ด้วย เมื่อหนอนโตเต็มที่แล้วจะออกมาเข้าดักแด้ข้างนอกตามใบลำไย โดยชักใยห่อหุ้มตัวเองอยู่ภายใน ถ้ามีการระบาดรุนแรง ใบอ่อนจะถูกหนอนทำลายหมด

4.องุ่น  ระยะแตกใบอ่อน  ระวังหนอนกระทู้หอม หนอนกัดกินทุกส่วนขององุ่น และทุกระยะพัฒนาได้แก่ ใบ ดอก และผล พบทุกฤดูกาลที่ปลูก เช่น ในองุ่นต้นใหม่ที่จะเจริญเพื่อการเลี้ยงกิ่งให้มีการแตกกิ่งมากและมีความอุดมสมบูรณ์ของต้นดีและสำหรับองุ่นอายุมากกว่า ๑ ปีที่ให้ผลผลิตพบทำความเสียหายต่อผลผลิตโดยตรง คือกัดกินช่อดอก และผลอ่อน นอกจากนี้ทำความเสียหายใบอ่อนหรือยอดที่เจริญเมื่อถูกทำลายมากการสะสมอาหารลดลงโอกาสที่จะติดดอกและผลค่อนข้างต่ำ ในระยะพัฒนาผลเมื่อใบถูกทำลายมากๆ
ทำให้ช่อผลองุ่นถูกแดดเผา สีผิวของผลเปลี่ยนไปและไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

 

 


อ่านต่อ
วันที่ 22 พฤษภาคม 2561
แจ้งเตือน
ประมงเตือน อากาศแปรปปรวน ระวังโรคระบาดปลาในกระชัง

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนฤดูจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้อากาศแปรปรวนมีแดดร้อนจัดสลับกับมีฝนตกหนัก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสุขภาพปลาที่เลี้ยงเกิดความเครียด อ่อนแอ และติดเชื้อโรคได้ง่าย โดยเฉพาะปลาที่เลี้ยงในกระชังแม่น้ำ ลำน้ำ อ่างเก็บน้ำและคลองส่งน้ำต่างๆ

โดยโรคปลาที่ควรเฝ้าระวังในช่วงนี้ อาทิ โรคที่เกิดจากปรสิต เช่น เห็บระฆัง ปลิงใส เห็บปลา เหาปลา และหมัดปลา โดยปลาที่มีปรสิตจะมีลักษณะอาการ เช่น ว่ายน้ำผิดปกติ หายใจถี่ มีจุดแดงตามผิวลำตัว เพื่อเป็นการป้องกันโรคและกระตุ้นให้ปลาแข็งแรง คือ เสริมอาหารประเภทสารผสมล่วงหน้า เช่น วิตามินซี โปรไบโอติก เป็นต้น ควรทำความสะอาดกระชังเพื่อกำจัดตะกอนและเศษอาหารออกให้หมด เป็นการตัดวงจรชีวิตปรสิต การกำจัดปรสิตในปลาที่เลี้ยงในบ่อ ทำได้โดยการใช้ด่างทับทิม 1-2 กรัมต่อน้ำ 1 ตัน หรือไตรคลอร์ฟอน 0.25 กรัมต่อน้ำ 1 ตัน แต่หากเป็นปลาที่เลี้ยงไว้ในกระชัง ให้ใช้ผ้าใบหุ้มกระชังก่อนสาดสารเคมี และยังสามารถแช่ขวดหรือถุงด่างทับทิม หรือถุงเกลือ ไว้ในกระชังเป็นจุดๆ เพื่อช่วยลดปริมาณปรสิตที่อยู่ในกระชังและลดความเครียดให้ปลา โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย เช่น สเตรปโตคอสคัส แอโรโมแนส ฟลาโวแบคทีเรียม ซึ่งแบคทีเรียดังกล่าวนี้ เป็นแบคทีเรียนักฉวยโอกาสที่สามารถพบได้ตามแหล่งน้ำทั่วไป กล่าวคือ มันจะเข้าไปทำอันตรายปลาเมื่อปลาอ่อนแอและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านทางกระแสเลือด โดยปลาจะมีอาการ ซึม ไม่กินอาหาร มีแผลเลือดออกตามลำตัวและอวัยวะต่างๆ มีตุ่มฝีที่บริเวณใต้คางและผิวลำตัว ตาขุ่น ฉะนั้น ควรรีบนำปลามาตรวจวินิจฉัยโรค เพื่อตรวจสอบชนิดแบคทีเรียและประสิทธิภาพของยาต้านจุลชีพที่จะใช้ให้เหมาะกับชนิดของแบคทีเรีย ก่อนนำยาดังกล่าวผสมอาหารให้กินตามคำแนะนำในฉลาก


อ่านต่อ
วันที่ 18 พฤษภาคม 2561
แจ้งเตือน
เตือนชาวไร่องุ่น เฝ้าระวังการระบาด เพลี้ยไฟ

กรมวิชาการเกษตร ประกาศแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกองุ่น ในระยะนี้ขอให้เฝ้าระวังและสังเกตการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ มักพบในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยไฟจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลล์พืชที่ยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอก และช่อผล ทำให้เกิดแผลสีน้ำตาล บริเวณใกล้ขั้วช่อองุ่น ดอก ใบ และผล บ้างเกิดสะเก็ดแผลตามช่อผลองุ่น เมื่อผลองุ่นขยายผลโตขึ้นบริเวณที่ถูกทำลายจะแตก และเป็นช่องทางให้โรคองุ่นเข้าทำลายได้ ส่วนช่อหรือยอดอ่อนที่ถูกทำลายตั้งแต่เล็กจะชะงักการเจริญเติบโต ทำให้ช่อดอก ใบ หรือผลแคระแกร็น

สำหรับแนวทางในการป้องกันกำจัด ให้เกษตรกรตัดแต่งกิ่ง ยอดอ่อน ตายอด และตาข้างอย่างสม่ำเสมอ เพราะเพลี้ยไฟมักทำลายยอดองุ่นที่แตกใหม่ หลีกเลี่ยงการปลูกองุ่นในพื้นที่ใกล้เคียงพืชอาศัย อาทิ มะม่วง ด้วยเพลี้ยไฟเป็นแมลงศัตรูพืชที่มีขนาดเล็ก สามารถปลิวตามลมระบาดจากสวนมะม่วงไปยังสวนองุ่นได้ง่าย ส่วนในช่วงฤดูที่ต้นองุ่นออกดอก เกษตรกรควรหมั่นตรวจดูเพลี้ยไฟในแหล่งที่มีพืชอาศัยอื่นๆ เช่น มะม่วง โดยเฉพาะให้ตรวจดูบริเวณด้านที่อยู่ใต้ลมและบริเวณขอบแปลง หากพบให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลงฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตรหรือสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร สามารถควบคุมเพลี้ยไฟได้นาน 5 วัน

เมื่อพบการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ เกษตรกรควรดำเนินการป้องกันกำจัดด้วยการพ่นสารฆ่าแมลงชนิดที่ไม่มีผลกระทบต่อองุ่น อาทิ สารฆ่าแมลงฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร จะสามารถลดปริมาณและป้องกันกำจัดควบคุมเพลี้ยไฟได้นาน 5 วัน


อ่านต่อ
วันที่ 15 พฤษภาคม 2561

ข่าวสาร

ข่าวสาร
5 ช่วงฤดู ปลูกพืชผักหมุนเวียนตามฤดูกาล
แบ่งการปลูกผักตามฤดูกาลออกเป็น 5 ช่วงฤดู คือ ช่วงฤดูร้อน, ช่วงต้นฝน, ช่วงปลายฤดูฝน, ช่วงฤดูหนาว และผักที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี  พืชผักที่ปลูกในแต่ละช่วงฤดู ดังนี้ 1. ชนิดผักที่ควรปลูกในช่วงฤดูร้อน ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน มีดังนี้ ผักชี ต้นหอม ผักบุ้งจีน แตงกวา ผักกาดหัว ถั่วฝักยาว คะน้า กวางต
อ่านต่อ
วันที่ 24 พฤษภาคม 2561
ข่าวสาร
การปลูกฝรั่งกิมจู และเทคนิคการปลูกฝรั่งกิมจูให้ได้ผลใหญ่ น้ำหนักดี
ฝรั่งกิมจู ลักษณะพันธุ์ผลไม่กลม มีสันนูน ไม่สมมาตร เมล็ดน้อย เนื้อหนา แน่น กรอบหวานเหมาะแก่การบริโภคผลสด เพราะสามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภค สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรบ้านหนองปุ่น จากอาชีพเสริมหลังฤดูทำนากลายมาเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านที่นี่ คนส่วนใหญ่ เข้าใจผิดคิดว่าเป็นฝรั่งไร
อ่านต่อ
วันที่ 24 พฤษภาคม 2561
ข่าวสาร
การส่งเสริม
การผลิตพืช
หญ้าเลี้ยงวัว
การทำแปลงหญ้า สามารถกระทำได้ใน 2 ลักษณะคือ 1) ทำเป็นแปลงหญ้าถาวรเป็นพื้นที่ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ต่อเนื่องกันไป ปลูกหญ้าครั้งเดียวดูแลให้ใช้งานไปได้หลายปี เมื่อแปลงหญ้าอายุ 4-5 ปี โดยดูแลพรวนดินให้โปร่งเท่านั้น 2) ทำเป็นแปลงหญ้าหมุนเวียนถ้าพื้นที่เป็นพื้นที่ดอน ดินเสื่อมคุณภาพแล้ว สามารถปลูกหญ้าเลี้ยงส
อ่านต่อ
วันที่ 22 พฤษภาคม 2561

ถาม-ตอบ

ถาม-ตอบ
สมุนไพรไล่แมลงพื้นบ้านใช้แล้วได้ผลมีชนิดไดบ้าง
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 29 มีนาคม 2561
สมุนไพรไล่แมลง เป็นพืชที่มีส่วนต่าง ๆ เช่น ใบ ราก เปลือก ดอก ผล ที่มีสารออกฤทธิ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช ผลทางตรง จะมีผลกระทบต่อระบบประสาท และระบบหายใจ ทำให้แมลงตายทันที ผลทางอ้อม จะมีผลต่อระบบอื่น ๆ โดยการไปยับยั้งการกินอาหาร การลอกคราบ การเจริญเติบโตของแมลง การใช้สมุนไพรไล่แมลงหรือกำจัดศัตรูพืชควรใช้ให้เหมาะสม คือ เลือกใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืชสมุนไพรในช่วงเวลาที่เหมาะสม ดังนี้ ดอก ควรเก็บในระยะดอกตูมเพิ่งจะบาน ผล ควรเก็บในระยะที่ผลยังไม่สุก เพราะสารต่างยังไม่ถูกส่งไปเลี้ยงเมล็ด เมล็ด ควรเก็บในระยะที่ผลสุกงอมเต็มที่ ซึ่งจะมีระยะที่เมล็ดแก่เต็มที่ และจะมีสารต่าง ๆ สะสมอยู่ในปริมาณมาก หัวและราก ควรเก็บในระยะที่เริ่มมีดอก เพราะระยะนี้ต้นพืชจะมีการสะสมสารต่าง ๆ ไว้ที่รากและควรเก็บในฤดูหนาวปลายฤดูร้อน เพราะเป็นช่วงที่กระบวนสังเคราะห์แสงหยุดทำงาน เปลือก ควรเก็บก่อนที่จะมีการผลิใบใหม่และควรเก็บในฤดูร้อนและฤดูฝน ดังนั้นก่อนที่จะนำสมุนไพรแต่ละชนิดมาในในการป้องกันกำจัดหรือไล่แมลงศัตรูพืช ควรมีการศึกษาหาข้อมูลให้ดีเสียก่อนว่าจะนำส่วนไหนมาใช้และใช้ในช่วงเวลาใดจึงจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันกำจัดแมลง เพราะบางคนรู้เพียงว่าใช้พืชตัวนั้นตัวนี้ในการป้องกันกำจัดแต่ไม่ทราบว่าใช้ส่วนใดเวลาใดจึงจะเกิดประสิทธิภาพดีที่สุด การเลือกใช้สมุนไพรเพื่อกำจัดศัตรูพืชให้มีประสิทธิภาพ แบ่งได้ดังนี้ 1. สมุนไพรที่มีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช ได้แก่ :- หางไหลขาว (โล่ติ้น) หางไหลแดง (กะเพียด) ยาสูบ (ยาฉุน) เถาบอระเพ็ด สาบเสือ พริกไทย ข่าแก่ ขมิ้นชัน ตะไคร้หอม ตะไคร้แกง ดีปลี พริก โหระพา สะระแน่ กระเทียม กระชาย กระเพรา ใบผกากรอง ใบดาวเรือง ใบมะเขือเทศ ใบคำแสด ใบน้อยหน่า ใบยอ ใบลูกสบู่ต้น ใบลูกเทียนหยด ใบมะระขี้นก เปลือกว่านหางจระเข้ ว่านน้ำ เมล็ดโพธิ์ เมล็ดแตงไทย เปลือกมะม่วงหิมพานต์ ดอกลำโพง ดอกเฟื่องฟ้าสด กลีบดอกชบา ลูกทุเรียนเทศ รากเจตมูลเพลิงแดง 2. สมุนไพรที่มีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดหนอนชนิดต่างๆ ได้แก่ :- สะเดา (ใบ+ผล) หางไหลขาว (โล่ติ้น) หางไหลแดง (กะเพียด) หนอนตายหยาก สาบเสือ ยาสูบ (ยาฉุน) ขมิ้นชัน ว่านน้ำ หัวกลอย เมล็ดละหุ่ง ใบและเมล็ดสะบู่ต้น ดาวเรือง ฝักคูณแก่ ใบเลี่ยน ใบควินิน ลูกควินิน ใบมะเขือเทศ เถาบอระเพ็ด ใบลูกเทียนหยด เปลือกใบเข็มป่า เปลือกต้นจิกและจิกสวน ต้นส้มเช้า เมล็ดมันแกว ใบยอ ลูกเปลือกต้นมังตาล เถาวัลย์ยาง เครือบักแตก คอแลน มุยเลือด ส้มกบ ตีนตั่งน้อย ปลีขาว เกล็ดลิ้น ย่านสำเภา พ่วงพี เข็มขาว ข่าบ้าน บัวตอง สบู่ดำ แสยก พญาไร้ใบ ใบแก่-ผลยี่โถ
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 20 มีนาคม 2561
ถาม-ตอบ
อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับชีวภัณฑ์กำจัดหนู
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2560
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาสัตววิทยา ได้ทำการวิจัยสมุนไพรไทยจำนวน 1,000 ชนิด และได้พบว่าพืชสมุนไพรไทยหลายชนิดมีผลทางการนำมาใช้ในการกำจัดศัตรูพืช จากความรู้เกี่ยวกับเรื่องสมุนไพรไทยที่ได้จากการวิจัยมาเป็นระยะเวลา 20 ปี ภาควิชาสัตววิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้วิจัยพบสูตรสมุนไพรและวิธีกลที่อาศัยหลักนิเวศวิทยาสัตว์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้ทางการเกษตร ในบ้านเรือนและทางการแพทย์ จำนวน 34 สูตร ซึ่งแบ่งออกเป็นสมุนไพรและวิธีกลที่ใช้กำจัดศัตรูในบ้านเรือน ทางการเกษตร จำนวน 18 สูตร และสมุนไพรที่ใช้ในทางการบำรุงร่างกายและทางการแพทย์ จำนวน 9 สูตร เครื่องมือทางอิเล็คโทรนิคส์ในการไล่ศัตรูในบ้านเรือนและทางการเกษตร 7 สูตร มีบริการให้คำปรึกษาศัตรูพืชและศัตรูในบ้านเรือน กรุณาติดต่อที่ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหาซื้อผลิตภัณฑ์ได้ ที่ร้านพันธุ์ไม้ ม.ก. บริเวณ KU Avenue (ประตู 3 ถนนงามวงศ์วาน) หรือติดต่อโดยตรงที่ รศ.ดร.สุรพล วิเศษสรรค์ ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร 089-980-4983; 089-618-4723 สามารถดูรายละเอียดผลงานวิจัยผ่าน www.suraphon.com และ http://www3.rdi.ku.ac.th/exhibition/51/Clinic/Clinic_04/index.htm
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2560
ถาม-ตอบ
รุปแบบฟาร์มปศุสัตว์ อินทรีย์
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 29 มีนาคม 2561
ปัจจุบันประเทศไทยได้กำหนดมาตรฐานของฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ด้วย มกอช 9000 เล่ม 2-2554 โดยให้คำนิยามของปศุสัตว์อินทรีย์ (Organic livestock) คือ ระบบการจัดการการผลิตปศุสัตว์ที่มีความสัมพันธ์กลมกลืนระหว่างผืนดิน พืช และสัตว์ที่เหมาะสม เป็นไปตามสรีรวิทยาและพฤติกรรมของสัตว์ ที่ทำให้เกิดความเครียดต่อสัตว์น้อยที่สุด ส่งเสริมให้สัตว์มีสุขภาพดี เน้นการป้องกันโรคอาศัยการจัดการฟาร์มที่ดี หลีกเลี่ยงการใช้ยาและสารเคมี การทำฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ มีข้อกำหนดและรายละเอียดค่อนข้างมาก ผู้ผลิตสามารถศึกษารายละเอียดการทำฟาร์มฯ และการขอรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ได้จากเว็บไซต์ของสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ หรือติดต่อสอบถามได้ที่ 69/1 ถนนพญาไท ราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2653-4917 หรือจากไฟล์มาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 9000 เล่ม 1 – 2552 (เกษตรอินทรีย์) ชื่อไฟล์ organic-farming-V1 และ มาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 9000 เล่ม 2 – 2554 (ปศุสัตว์อินทรีย์) ชื่อไฟล์ organic-farming-V2 ที่ส่งมาให้ท่านด้วย นอกจากนี้ท่านยังสามารถอ่านหนังสือเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ได้จากแหล่งข้อมูลหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ด้านการเกษตรฯ ของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ (สืบค้นข้อมูลให้ท่านแล้ว)
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2560

คลังความรู้

แหล่งความรู้อื่นๆ
การส่งเสริม
ฐานข้อมูลพันธุ์ไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์
ฐานข้อมูลเกี่ยวกับพรรณไม้นานาชนิด
โพสต์เมื่อ 2 พฤษภาคม 2561
แหล่งความรู้อื่นๆ
สำนักงานข้อมูลสมุนไพร
ฐานข้อมูลสมุนไพร ฐานข้อมูล PHARM (PHARM Database) จัดทำโดยหน่วยบริการและสำนักงานข้อมูลสมุนไพร เป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมรายงานการวิจัยด้านต่างๆ และสรรพคุณตามตำรายาไทยของพืชสมุนไพรจำนวน 1,167 ชนิด และพืชชนิดอื่นๆ ในสกุลเดียวกัน การสืบค้นทำได้โดยพิมพ์ชื่อภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ชื่อสกุล (genus) หรือชื่อวิทยาศาสตร์ของพืช หรือฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
โพสต์เมื่อ 2 พฤษภาคม 2561
แหล่งความรู้อื่นๆ
การเกษตรทั่วไป
การส่งเสริม
มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ จะดำเนินการรณรงค์ ส่งเสริม และสนับสนุนให้ชุมชนพึ่งตนเองให้ได้ โดยพึ่งพาอาศัยกัน มีความสามัคคีกันและดำรงอยู่อย่างพอเพียงภายใต้พระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
โพสต์เมื่อ 26 เมษายน 2561
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู