แจ้งเตือน

แจ้งเตือน
โรคพืช
เตือนเกษตรกรปลูกกล้วย ระวังโรคใบจุดซิกาโตกาสีเหลือง

โรคใบจุดซิกาโตกาสีเหลืองที่เกิดจากสปอร์ของเชื้อรา Cercospora musae ปลิวมากับลม หรือติดไปกับใบจากต้นที่เป็นโรค

อาการเริ่มแรกพบจุดเล็กๆสีเหลือง ต่อมาจุดจะขยายใหญ่ขึ้น เป็นขีดสีเหลืองยาวขนานไปกับแนวเส้นใบ ขนาดของแผลจะโตขึ้นมีรูปร่างเหมือนรูปไข่ ตรงกลางแผลแห้งเป็นสีน้ำตาลปนเทา แผลคล้ายรูปตา มีวงสีเหลืองล้อมรอบ หากอาการรุนแรง ใบจะเหลือง ขอบใบแห้งและฉีกขาด ทำให้กล้วยมีการเจริญเติบโตไม่เต็มที่ การออกดอก ติดผลไม่ปกติ ผลเล็กไม่สมบูรณ์ และผลแก่ก่อนกำหนดคุณภาพไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

แนวทางในการป้องกันกำจัด ให้เกษตรกรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบใบกล้วยมีอาการของโรคให้รีบตัดใบที่เป็นโรคนำออกไปทำลายนอกแปลงปลูก และตัดแต่งใบกล้วยในแต่ละต้นหรือแต่ละกอไม่ให้แน่นเกินไป เพื่อลดความชื้นในกอกล้วยที่จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือสะสมของเชื้อรา
จากนั้นให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช โพรคลอราซ 50% ดับเบิลยูพี อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ทีบูโคนาโซล 43% เอสซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดฟีโนโคนาโซล 25% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ 80% ดับเบิลยูพี อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร...พ่นให้ทั่วต้นที่เป็นโรค หากเกษตรกรต้องการปลูกกล้วยในพื้นที่ใหม่ ควรหลีกเลี่ยงการปลูกในพื้นที่ที่เคยมีการระบาดของโรคนี้มาก่อน และไม่นำหน่อพันธุ์จากต้นตอที่เป็นโรคไปปลูก ให้เลือกใช้หน่อกล้วยที่มีคุณภาพดีจากแหล่งปลอดโรค และควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่


อ่านต่อ
วันที่ 8 ตุลาคม 2562
แจ้งเตือน
ศัตรูพืช
เตือนชาวนาเฝ้าระวัง แมลงหล่า+เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

ฤดูฝนปีนี้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ถึงขั้นส่งผลให้เกิดภัยแล้งกลางฤดูฝน ได้สร้างภาวะเอื้อต่อการแพร่พันธุ์ของแมลงศัตรูพืช...วันนี้ปรากฏผล แมลงหล่า และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เริ่มระบาดแล้ว จากการตรวจวัดพยากรณ์การระบาดของแมลงศัตรูข้าว โดยศูนย์วิจัยข้าวทั่วประเทศ สัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี พบว่า การติดตั้งเครื่องกับดักไฟนีออนในนาข้าวระยะแตกกอและเริ่มตั้งท้อง...ใน 1 คืน พบแมลงหล่า 300-500 ตัวต่อเครื่องกับดัก และพบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล 500-700 ตัวต่อเครื่องกับดัก เป็นสัญญาณบอก... การระบาดอยู่ในระดับรุนแรง
       กรมการข้าวเตือนชาวนาในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและจังหวัดใกล้เคียงเฝ้าระวังนาข้าว แมลงหล่าลักษณะลำตัวค่อนข้างกลมคล้ายโล่ มีสีน้ำตาลหรือดำเป็นมัน ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากกาบใบข้าวบริเวณโคนต้นข้าว ทำให้บริเวณถูกทำลายเป็นสีน้ำตาลแดงหรือเหลือง ขอบใบข้าวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำคล้ายโรคไหม้ ชอบทำลายในระยะข้าวแตกกอ ทำให้กอข้าวแคระแกร็น การแตกกอลดลงถ้าทำลายหลังข้าวตั้งท้องจะทำให้รวงข้าวแกร็น ออกรวง ไม่สม่ำเสมอและเมล็ดลีบ
       วิธีการป้องกันกำจัด ใช้แสงไฟฟ้าล่อแมลงและทำลายในช่วงระบาด กำจัดวัชพืชที่ขึ้นหนาแน่นในนาให้นาโปร่งแสงแดดส่องถึงโคนต้นข้าว เพื่อทำสภาพนาข้าวไม่ให้เหมาะแก่การอยู่อาศัย พื้นที่สามารถไขน้ำเข้านาได้ให้ไขน้ำเข้าท่วมโคนต้นข้าว เพื่อไม่ให้แมลงหล่ามาดูดกินน้ำเลี้ยงตามโคนต้นข้าว หากพบแมลงหล่ามากกว่า 5 ตัวต่อกอ ควรใช้สารเคมีคาร์โบซัลแฟน พอสซ์ 20% อีซี พ่นเฉพาะจุดที่มีการระบาด โดยพ่นไปที่โคนต้นข้าว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเข้าทําลายข้าวโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลล์ท่อน้ำ ท่ออาหารบริเวณโคนต้นข้าวระดับเหนือผิวน้ำ โดยทั่วไปจะพบในระยะข้าวแตกกอถึงออกรวง ทําให้ต้นข้าวมีใบเหลืองและแห้งตายคล้ายถูกน้ำร้อนลวกเป็นหย่อมๆ ถ้าพบการระบาดให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมการข้าว...งดใช้อะบาเม็กติน ไซเปอร์เมทริน เพราะเพลี้ยกระโดดฯ ดื้อต่อสารชนิดนี้
       ไม่ขังน้ำในแปลงนาตลอดเวลา ระดับน้ำมีพอให้ดินเปียกหมาดๆ เพื่อให้แปลงนาไม่เหมาะสมต่อการขยายพันธุ์ และยังทำให้มดขึ้นมากัดกินตัวอ่อนของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้อีกทาง...ในระยะก่อนข้าวตั้งท้อง ถ้าตรวจพบตัวอ่อนของเพลี้ยกระโดดฯมากกว่า 1 ตัวต่อต้นให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง บูโพรเฟซิล หรืออีโทเฟนพรอกช์ หรือไอโซโปรคาร์บ ระยะข้าวตั้งท้องถึงออกรวง ถ้าพบ 10 ตัวต่อกอ ไม่พบมวนเขียวดูดไข่หรือพบน้อยมาก ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ไดโนทีฟูเรน หรือไพมิโทรซีน
       ระยะข้าวใกล้เก็บเกี่ยว ถ้าพบตัวเต็มวัยบินมาเล่นแสงไฟตามบ้านให้ใช้เครื่องดูดแมลงล่อทำลาย หรือกับดักกาวเหลืองล่อทำลาย เพื่อลดจำนวนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่จะอพยพไปยังแปลงปลูกใหม่ มีข้อสงสัยต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ให้ติดต่อศูนย์วิจัยข้าวใกล้บ้าน หรือ www.ricethailand.go.th หรือสายด่วนหมอข้าว 1170 กด 4 ในเวลาราชการ


อ่านต่อ
วันที่ 25 กันยายน 2562
แจ้งเตือน
โรคพืช
เตือนภัยโรคระบาดของทุเรียนช่วงสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

การป้องกันกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าของทุเรียน เนื่องจากการระบาดของโรครากเน่าโคนเน่าของทุเรียนยังคงมีการระบาดอยู่อย่างต่อเนื่อง และนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป การที่มีฝนตกชุกติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จนบางครั้งไม่สามารถป้องกันกำจัดโรคได้ แนวทางที่จะบรรเทาความรุนแรง และลดการลุกลามของโรคดังกล่าวได้ คงต้องรีบทำการรักษาทันที หรือเร็วที่สุด เมื่อสำรวจพบอาการของโรครากเน่าโคนเน่า
โรคที่พบร่วมกับโรครากเน่าโคนเน่า เชื้อราที่พบร่วมกับเชื้อราสาเหตุโรครากเน่าโคนเน่า ได้แก่ เชื้อราฟูซาเรียม (Fusarium spp.) การป้องกันกำจัดที่แนะนำ ได้แก่ หากพบโรคให้ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคไปเผาทำลายนอกแปลง กรณีโรคเข้าทำลายไม่รุนแรง ให้ใช้ เชื้อราไตรโคเดอร์มา นำหัวเชื้อมาเพิ่มปริมาณในข้าวสุก จากนั้นหว่านส่วนผสมเชื้อสดให้ทั่วบริเวณใต้ทรงพุ่มจนถึงรอบชายพุ่ม อัตรา 50-100 กรัมต่อตารางเมตร หรือบริเวณโคนต้นพืชที่เกิดโรค อัตรา 10-20 กรัมต่อต้น หรือ เชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส ซับทีลิส ใช้เข็มฉีดยาใส่สารละลายของเชื้อ อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 มิลลิลิตร ฉีดเข้าในโคนต้นทุเรียน ต้นละ 3 จุด 1 ครั้ง จากนั้นลอกเปลือกต้นทุเรียนบริเวณที่เป็นโรคออกแล้วทาด้วยผงเชื้อ อัตรา 1,000 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร โดยจะต้องผสมสารจับใบ อัตรา 5 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร และรดดินบริเวณโคนต้นด้วยผงเชื้อ อัตรา 200 กรัมต่อน้ำ 2 ลิตรต่อต้น โดยลอกเปลือกและรดดินซ้ำ รวม 4 ครั้ง กรณีโรคเข้าทำลายรุนแรง ให้ถากหรือขูดผิวเปลือกบริเวณที่เป็นโรคออก ทาแผลด้วย สารฟอสเอทธิล อะลูมินั่ม (fosetyl aluminium) 80 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตรา 80-100 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร หรือ สารเมทาแลกซิล (metalaxyl) 25 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตรา 50-60 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร หรือ สารเมทาแลกซิล (metalaxyl) 25 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี +แมนโคเซบ (mancozeb) 65 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตรา 100 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ทุก 7 วัน จนกว่าแผลจะแห้ง
วิธีการป้องกันกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าของทุเรียน
1. จัดการระบายน้ำออกจากแปลง ให้เร็วที่สุด และในระหว่างที่ดินยังมีความชื้นสูงอยู่ หลีกเลี่ยงการเดินบริเวณใต้ทรงพุ่ม เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มช่องทางให้ระบบรากเสียหาย และโรคเข้าทำลายต้นทุเรียนได้มากขึ้น
2. หลังจากน้ำลด และดินเริ่มแห้ง กระตุ้นให้ทุเรียนสร้างรากฝอย และกำจัดเชื้อในดิน ทำได้โดยการใช้วัสดุล่อราก เช่น ดิน เศษหญ้าแห้ง ร่วมกับการใส่ปุ๋ยคอก และรดทับด้วยปุ๋ยเกล็ด ร่วมกับ ฮิวมิค แอซิด + สารเคมีกำจัดเชื้อสาเหตุโรครากเน่าโคนเน่า หรือเชื้อราไตรโคเดอร์มา จำนวน 3-4 ครั้ง ห่างกัน 7-14 วัน สามารถทำให้ทุเรียนสร้างรากฝอยเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับอาจจะมีการแตกใบอ่อนออกมาได้ในเวลาใกล้เคียงกัน
3. การกระตุ้นให้มีการแตกใบอ่อน และรักษาใบอ่อน สามารถทำได้โดย ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ ร่วมกับปุ๋ยสูตร 46-0-0 อัตรา 1:1 ทางดิน และพ่นด้วยสารสกัดจากสาหร่ายและปุ๋ยเกล็ด 1-2 ครั้ง ร่วมกับอาหารเสริมทางด่วน จะสามารถกระตุ้นให้ทุเรียนแตกใบอ่อนได้
4. การกระตุ้นให้ทุเรียนสร้างภูมิคุ้มกันโรครากเน่าโคนเน่า โดยการฝังเข็มด้วย ฟอสฟอริก แอซิด ผสมกับน้ำสะอาด อัตราส่วน 1:1 ปริมาณ 30 มิลลิลิตรต่อเข็ม จำนวน 2-3 เข็ม ต่อต้น ประมาณ 1-2 ครั้งต่อปี คือหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต 1 ครั้ง และก่อนทุเรียนออกดอก 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้นทุเรียน


อ่านต่อ
วันที่ 24 กันยายน 2562

ข่าวสาร

ข่าวสาร
อารักขาพืช
การส่งเสริม
การเสวนาทางวิชาการ “แบน 3 สาร อะไรจะเกิดขึ้นกับภาคเกษตรกรรมไทย" วันที่ 25 ตุลาคม 2562
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสำนักงานบริการวิชาการ ร่วมกับคณะเกษตร จะจัดเสวนาเรื่อง “ถ้าแบน 3 สาร อะไรจะเกิดขึ้นกับภาคเกษตรกรรมไทย” ในวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2562 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เพื่อเผยแพร่ความรู้ การนำเสนอข้อมูลท
อ่านต่อ
วันที่ 18 ตุลาคม 2562
ข่าวสาร
โรคพืช
เตือนชาวสวนยาง...พบเชื้อราระบาดหนัก ‘นราธิวาส’ อ่วม! เสียหายนับแสนไร่
นายวีระ นุ้ยผอม ผอ.กยท.สาขาสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมเดินทางไปพบปะพูดคุยและทำความเข้าใจกับชาวบ้านหมู่บ้านโล๊ะจูด ม.9 ต.โล๊ะจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส หลังจากที่ตรวจพบว่าต้นยางพารามีการแพร่ระบาดของ เชื้อรา Pestalotiopsis sp. อย่างหนักในพื้นที่ 44 หมู่บ้าน 6 ตำบล ซึ่งมีสวนยางพ
อ่านต่อ
วันที่ 18 ตุลาคม 2562
ข่าวสาร
โครงสร้างของพืช
เรื่องน่ารู้: ว่านดอกดินขาว
เป็นพืชเบียน เกาะอาศัยแย่งอาหารจากรากพืชชนิดอื่น ลักษณะคล้ายกับขนุนดินแต่สีอ่อนกว่าและขนาดเล็กกว่า สูง 6-8 ซม. ลำต้นเป็นก้อนขรุขระใต้ดิน ขนาด 2-3 ซม. ใบเดี่ยวขนาดเล็ก ออกตรงข้าม 3-6 คู่ ดอกออกเป็นช่อสีเหลืองอ่อน เพศผู้และเพศเมียอยู่แยกต้น ช่อแก่จะส่งก้านขึ้นเหนือผิวดินเป็นกลุ่มหรือกระจุก อาจจะมีมากก
อ่านต่อ
วันที่ 17 ตุลาคม 2562

ถาม-ตอบ

ถาม-ตอบ
การขยายพันธุ์พืช
ยอดทุเรียนที่ใช้สำหรับเสียบยอด ควรมีคุณสมบัติอย่างไรคะ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 15 ตุลาคม 2562
ตอบคำถาม คุณกนกพรแสงหิร้ญ ฝน - การเลือกยอดของกิ่งพันธุ์ที่จะนำมาเสียบยอด โดยกิ่งพันธุ์ที่ดีต้องเป็นทรงกลม ขนาดยาว 25-30 ซ.ม. ไม่มีโรคพืช โดยให้ตัดมาใส่ถุงพลาสติกแล้วรีบปิดปากถุงเพื่อลดการคายน้ำ **กิ่งพันธุ์ที่ตัดมาจะต้องเสียบยอดในวันนั้น**
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 15 ตุลาคม 2562
ถาม-ตอบ
การเกษตรทั่วไป
รบกวนสอบถามชื่อต้นไม้ค่ะ 1. ต้นไม้ในภาพที่แนบมาเจอตอนหมักดินในถังค่ะ ตอนเจอในถังก็งอกออกมายาวแล้วแต่ยังไม่มีใบ แต่ต้นอ่อนค่อนข้างใหญ่มากๆ สงสัยเลยนำออกจากถังหมักดินแล้วนำมาปลูกค่ะ 2. หลังจากที่นำดินที่เพิ่งหมักแล้วหายร้อนมาใช้ อีกต้นหนึ่งที่มีขนๆ ก็จะงอกออกมาเยอะมาก แล้วเพิ่งทราบว่าเกิดจากเศษผักผลไม้ที่นำไปหมักรวมกันในถังหมักดิน เป็นแก้วมังกรค่ะ มีวิธีการปลูกอย่างไรบ้างคะ สามารถลงปลูกในกระถางได้ตอนไหนคะ //ขอบคุณค่ะ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 15 ตุลาคม 2562
- ต้นไม้ที่งอกมาน่าจะเป็น ต้นก้ามปู หรือจามจุรี เนื่องจากอาจติดมากับส่วนผสม เช่น ใบก้ามปู ซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมนำมาผสมดินขาย - ส่วนแก้วมังกร ควรเลี้ยงต้นกล้าจนมีอายุ 6 เดือน แล้วจึงค่อยย้ายปลูกลงดิน หรือลงกระถางขนาดใหญ่ แล้วหาหลักหรือเสาให้เกาะ การรดน้ำจะรดสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง วัสดุปลูกควรมีความโปร่ง อาจผสมทรายหยาบกับดินถุงเพื่อให้ระบายน้ำได้ดี เมื่อแก้วมังกรเริ่มแตกยอดอ่อน ให้ตัดยอดอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ออกบ้าง จะทำให้ยอดแก้วมังกรที่สมบูรณ์เลื้อยขึ้นเสาได้เร็วขึ้น ควรบำรุงต้นด้วยปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจน (N) เช่น ปุ๋ยหมักชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ หลังจากนั้นจึงให้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารฟอสฟอรัส (P) เพื่อเร่งให้แก้วมังกรออกดอก เช่น 8-24-24 จากนั้นใช้น้ำส้มควันไม้ 2 ช้อนแกง ผสมผงชูรสครึ่งช้อน ผสมน้ำ 1 ลิตรพ่นให้ทั่วต้นสามวันครั้งในช่วงเช้า เพื่อกระตุ้นตาดอก หลังจากแก้วมังกรติดดอกแล้ว จะพ่นสัปดาห์ละครั้งเพื่อบำรุงให้แก้วมังกรติดลูกดกขึ้น
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 14 ตุลาคม 2562
ถาม-ตอบ
การเงิน/สินเชื่อ
แม่ของดิฉันขึ้นทะเบียนเกษตรปี 62 ไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่เงินช่วยเหลือไร่ละ 500 บาท ยังไม่เข้าบัญชีค่ะ ทั้งที่ของคนอื่นเงินเข้าบัญชีแล้ว อยากทราบว่าจะได้ไหมคะแล้วจะได้ช่วงไหนคะ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 8 ตุลาคม 2562
โครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 อัตรา 500 บาทต่อไร่ สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน มีระยะเวลาการจ่ายเงินถึงวันที่ 31 ธ.ค. 62 ยกเว้นภาคใต้ ถึงวันที่ 30 เม.ย. 63 โดยระหว่างนี้ทางกรมส่งเสริมการเกษตรจะทยอยส่งข้อมูลการเพาะปลูกให้ ธ.ก.ส. เพื่อดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของโครงการ และเตรียมจ่ายเงินต่อไปจึงอาจทำให้เกษตรกรบางรายอาจยังไม่ได้รับเงินชดเชยค่ะ ซึ่งเกษตรกรสามารถตรวจสอบรายชื่อและสถานะการโอนเงินได้ที่ลิ้งค์ https://chongkho.inbaac.com ทั้งนี้เกษตรกรที่ประสบความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ หรือมีข้อสงสัยในมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ สามารถติดต่อ ธ.ก.ส. ในพื้นที่ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 02 555 0555 ค่ะ
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 6 ตุลาคม 2562

คลังความรู้

แหล่งความรู้อื่นๆ
สารสนเทศ
การอนุรักษ์ธรรมชาติ/ที่ดิน
พลังงาน
GREEN DIGITAL LIBRARY
GREEN DIGITAL LIBRARY ห้องสมุดสีเขียว กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งรวบรวมความรู้ หนังสือดิจิกัล ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรของประเทศ ประกอบด้วยหนังสือแนะนำ หนังสือทั่วไป นิตยสารทั่วไป ข่าวสาร มัลติมีเดีย เครือข่ายห้องสมุด ทส. เป็นห้องสมุดออนไลน์ ที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา มีแอพพลิเคชั่น ที่รวบรวมสื่อ และหนังสือดิจิทัลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย พร้อม Download ทั้งระบบ i0S และ Android สามารถเข้าไปสมัครสมาชิกได้ที่ https://greendigitallibrary.deqp.go.th/home
โพสต์เมื่อ 22 กันยายน 2562
แหล่งความรู้อื่นๆ
วนศาสตร์
ระบบจัดการฐานความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้
ระบบจัดการฐานความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้
โพสต์เมื่อ 3 กันยายน 2562
แหล่งความรู้อื่นๆ
อนุกรมวิธานพืช
อนุกรมวิธานสัตว์
จุลชีพในดิน
ระบบคลังข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ระบบคลังข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ทั้ง พืช สัตว์ จุลินทรีย์
โพสต์เมื่อ 13 สิงหาคม 2562
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู