แจ้งเตือน

แจ้งเตือน
อุตุนิยมวิทยา
พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร วันที่ 21-27 สิงหาคม 2562

คาดหมายลักษณะอากาศ : ช่วง 21-24 ส.ค. 62 ประเทศไทยจะมีฝนต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนวันที่ 25-27 ส.ค. 62 ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนลดลง สำหรับทะเลอันดามันบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตลอดช่วง
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา : ช่วง 21-24 ส.ค. 62 ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง ในช่วงวันที่ 25-27 ส.ค. 62 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังปานกลาง
คำเตือน : ช่วงวันที่ 21-23 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีคลื่นลมแรง ชาวเรือและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือโดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
เหนือ : ช่วงที่มีฝนตกหนักติดต่อกัน เกษตรกรควรเฝ้าระวังสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ตลอดจนน้ำล้นตลิ่ง เนื่องจากสภาพอากาศมีความชื้นสูง เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา ในพืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก สำหรับเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงไม่ควรปล่อยให้น้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อ เพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยน สัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
ตะวันออกเฉียงเหนือ : พื้นที่ที่มีฝนตกหนักอาจทำให้น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว ควรหลีกเลี่ยงการย่ำน้ำที่สกปรก หากมีความจำเป็นต้องเดินลุยน้ำควรสวมรองเท้าบู๊ททุกครั้งเพื่อป้องกันโรคฉี่หนู ผู้ที่เลี้ยงสัตว์ไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในพื้นที่ชื้นแฉะเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้สัตว์อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
กลาง : พื้นที่การเกษตรที่อยู่ในที่ลุ่ม เกษตรกรควรจัดเตรียมวัสดุสำหรับกันน้ำและอุปกรณ์สำหรับสูบน้ำเอาไว้ให้พร้อมใช้งาน ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรจัดเตรียมพื้นที่สูงน้ำท่วมไม่ถึงเอาไว้สำหรับอพยพสัตว์เลี้ยง เมื่อมีฝนตกหนักและเกิดสภาวะน้ำท่วมพื้นที่เลี้ยงสัตว์ รวมทั้งจัดเตรียมระบบส่องสว่างยามค่ำคืนเอาไว้ให้พร้อมใช้งาน
ตะวันออก : สำหรับพื้นที่การเกษตรที่อยู่ในที่ลุ่ม เกษตรกรไม่ควรปล่อยให้น้ำขังบริเวณพื้นที่เพาะปลูกและโคนต้นพืชเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้รากพืชขาดอากาศ ต้นพืชอาจตายได้ ส่วนชาวสวนยางพาราควรดูแลสวนให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดความชื้นในสวนป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรคใบยางร่วงลูกยางเน่า โรคกรีดยาง เป็นต้น
ใต้ : ช่วง 21-23 ส.ค. 62 จะมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันตก เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว พื้นที่ที่ฝนตกติดต่อกัน ทำให้ดินและอากาศมีความชื้นสูง เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรคราสนิมในกาแฟ โรคหน้ากรีดยาง และโรคใบยางร่วงลูกยางเน่าในยางพารา อนึ่งช่วง 21-26 ส.ค. 62 บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือและชาวประมงควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


อ่านต่อ
วันที่ 23 สิงหาคม 2562
แจ้งเตือน
โรคพืช
ปลูกดาวเรืองระวังโรคดอกเน่า

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เตือนเกษตรกรระวังโรคดอกเน่าในดาวเรือง เริ่มแรกกลีบดอกมีลักษณะฉ่ำน้ำ ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลจาปลายกลีบดอกไปหาโคนดอก แล้วเน่าลุกลามเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทั้งดอก ดอกเสียคุณภาพ ถ้าเชื้อเข้าทำลายในระยะดอกตูม จะทำให้ดอกไม่บาน หากโรครุนแรงจะลุกลามสู่ต้นทำให้ต้นเน่าและยืนต้นตาย
วิธีป้องกันกำจัด
1. หมั่นตรวจแปลงปลูก โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกชุก อากาศมีความชื้นสูง เมื่อพบดอกเริ่มแสดงอาการของโรค ตัดดอกที่เป็นโรคออกไปทำลาย หรือฝังดินนอกแปลงปลูก ไม่ทิ้งไว้ในบริเวณ หรือข้างแปลง เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค หากโรคยังคงระบาดพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช ไดฟีโนโคนาโซล 25% อีซี อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือคลอโรทาโลนิล 50% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5-7 วัน
2. กำจัดวัชพืชในแปลงปลูกเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก เป็นการลดความชื้น ทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการระบาดของโรค


อ่านต่อ
วันที่ 20 สิงหาคม 2562
แจ้งเตือน
โรคพืช
ฝนชุก...เตรียมรับมือ "โรคใบจุดดำกุหลาบ"

ฝนตกชุกและอากาศร้อนในระยะนี้อาจส่งผลกระทบต่อการปลูกกุหลาบ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร แนะวิธีรับมือโรคใบจุดดำที่เกิดจากเชื้อรา ให้เกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบเฝ้าระวัง เพราะสามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของกุหลาบ มักพบแสดงอาการเริ่มแรกที่ใบกุหลาบด้านล่างก่อน โดยใบจะเริ่มเป็นจุดแผลกลมสีดำ ขอบแผลไม่เรียบ กลางแผลมีสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ กรณีที่มีความชื้นสูง แผลจะขยายใหญ่ สามารถพบได้หลายแผลในหนึ่งใบ ทำให้ใบเหลือง แห้ง และหลุดร่วง

การป้องกันกำจัด
1. ตรวจแปลงปลูกสม่ำเสมอ เมื่อพบกุหลาบเริ่มแสดงอาการของโรค ตัดส่วนที่เป็นโรค และเก็บใบที่ร่วงหล่นไปทำลาย หรือฝังดินนอกแปลงปลูก ไม่ทิ้งไว้ในบริเวณ หรือข้างแปลง เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค หากโรคยังคงระบาดพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช โพรคลอราซ 45% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือแมนโคเซบ 80% ดับเบิลยูพี อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไดฟีโนโคนาโซล 25% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 5-7 วัน
2. กำจัดวัชพืชในแปลงปลูก เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก เป็นการลดความชื้น ทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการระบาดของโรค
3. ควรหลีกเลี่ยงการให้น้ำแบบพ่นฝอย เพราะจะทำให้ใบกุหลาบมีความชื้นสูง หรือถ้าจะให้น้ำแบบพ่นฝอยควรให้ในตอนเช้า


อ่านต่อ
วันที่ 14 สิงหาคม 2562

ข่าวสาร

ข่าวสาร
โครงสร้างของพืช
เรื่องน่ารู้: น้ำปู้
น้ำปู้ หรือ หนามแน่แดง เป็นไม้เลื้อยขนาดเล็กถึงขนาดกลาง กิ่งก้านมักเป็นสีเขียว ใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงข้ามดอก ออกเป็นช่อห้อยลง ยาวประมาณ 40-50 ซม. ดอกย่อยมีใบประดับสีเขียวเข้มอมม่วง ขนาดใหญ่ 2 อัน ประกบกัน กลีบเลี้ยงขนาดเล็กเชื่อมติดกันคล้ายวงแหวน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดค่อนข้างแบน ปลายแยกเป็น 5
อ่านต่อ
วันที่ 24 สิงหาคม 2562
ข่าวสาร
การเพาะเลี้ยง
พาไปดูการเลี้ยงหอยหวาน หอยราคาแพง ตลาดมีแต่โตกับโต
เทคนิคบริหารจัดการฟาร์มโรงเรือนเลี้ยงหอยหวาน ต้องมีสภาพโปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก เกษตรกรสามารถเลี้ยงหอยหวานบนบกในบ่อซีเมนต์ขนาดความกว้างประมาณ 1 เมตร ยาว 5 เมตร สูงประมาณ 6 เมตร ติดตาข่ายรอบๆ บ่อเพื่อป้องกันไม่ให้หอยหวานปีนออกนอกบ่อได้ รองก้นบ่อด้วยทราย สูบน้ำทะเลขึ้นมาใช้เลี้ยงหอยในบ่อ โดยให้มีระดับคว
อ่านต่อ
วันที่ 23 สิงหาคม 2562
ข่าวสาร
การเกษตรทั่วไป
เรื่องน่ารู้ : เก้าโป้ง
เก้าโป้ง หรือ สะแกแสง เป็นไม้ต้นสูงประมาณ 10-20 เมตร เปลือกเรียบออกสีเหลือบ กิ่งอ่อนมีขน ใบเดี่ยวรูปไข่กว้างแกมขอบขนานโคนใบรูปหัวใจตื้น ๆ ปลายใบมน หรือมีติ่งแหลมเล็กน้อย ขอบใบมีขนสีเทาอ่อน ดอกสีเขียวแกมเหลือง มีกลิ่นหอมออกเป็นช่อที่ซอกใบ กลีบรองดอก รูปไข่ยาว 1-2 ซม. กลีบดอกเรียงเป็น 2 ชั้น ชั้นละ 3
อ่านต่อ
วันที่ 23 สิงหาคม 2562

ถาม-ตอบ

ถาม-ตอบ
โรคพืช
ขอปรึกษาครับ ต้นข้าวเป็นโรคใบไหม้จะตัดใบทิ้งได้มั้ยครับ แล้วโรคจะหายไหม หรือมีวิธีป้องกันกำจัดอย่างไรบ้างครับ (คำถามจากคุณสมชาย from Line@)
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 23 สิงหาคม 2562
ไม่แนะนำให้ตัดใบข้าวทิ้งนะคะ เพราะปกติข้าวจะใช้ใบเพื่อสังเคราะห์แสง ถ้าตัดใบทิ้งอาจส่งผลให้ข้าวชะงักการเจริญเติบโตได้ โดยเฉพาะข้าวในระยะตั้งท้อง และระยะกล้าค่ะ โรคไหม้ (Rice Blast Disease) พบได้ทุกภาคในประเทศไทย ในข้าวนาสวน ทั้งนาปี และนาปรัง และข้าวไร่ สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Pyricularia oryzae ระยะกล้า ใบมีแผล จุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล ความกว้างของแผลประมาณ 2-5 มิลลิเมตร และความยาวประมาณ 10-15 มิลลิเมตร แผลสามารถขยายลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบ ถ้าโรครุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้ อาการ - ระยะแตกกอ อาการพบได้ที่ใบ ข้อต่อของใบ และข้อต่อของลำต้น ขนาดแผลจะใหญ่กว่าที่พบในระยะกล้า แผลลุกลามติดต่อกันได้ที่บริเวณข้อต่อ ใบจะมีลักษณะแผลช้ำสีน้ำตาลดำ และมักหลุดจากกาบใบเสมอ - ระยะออกรวง (โรคไหม้คอรวง หรือ โรคเน่าคอรวง) ถ้าข้าวเพิ่งจะเริ่มให้รวง เมื่อถูกเชื้อราเข้าทำลาย เมล็ดจะลีบหมด แต่ถ้าเป็นโรคตอนรวงข้าวแก่ใกล้เก็บเกี่ยว จะปรากฏรอยแผลช้ำสีน้ำตาลที่บริเวณคอรวง ทำให้เปราะหักง่าย รวงข้าวร่วงหล่นเสียหายมาก การแพร่ระบาด พบโรคในแปลงที่ต้นข้าวหนาแน่น ทำให้อับลม ถ้าใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงและมีสภาพแห้งในตอนกลางวันและชื้นจัดในตอนกลางคืน น้ำค้างยาวนานถึงตอนสายราว 9 โมง อากาศค่อนข้างเย็น อุณหภูมิประมาณ 22-25 องศาเซลเซียส ลมแรงจะช่วยให้โรคแพร่กระจายได้ดี การป้องกันกำจัด ใช้พันธุ์ต้านทานโรค - ภาคกลาง เช่น สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 60 ปราจีนบุรี 1 พลายงาม ข้าวเจ้าหอมพิษณุโลก 1 - ภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ข้าวเจ้าหอมพิษณุโลก 1 สุรินทร์ 1 เหนียวอุบล 2 สันปาตอง 1 หางยี 71 กู้เมืองหลวง ขาวโป่งไคร้ น้ำรู - ภาคใต้ เช่น ดอกพะยอม ข้อควรระวัง : - ข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 60 และชัยนาท 1 ที่ปลูกในภาคเหนือตอนล่าง พบว่า แสดงอาการรุนแรงในบางพื้นที่ และบางปี โดยเฉพาะเมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย เช่น ฝนพรำ หรือหมอก น้ำค้างจัด อากาศเย็น ใส่ปุ๋ยมากเกินความจำเป็น หรือเป็นดินหลังน้ำท่วม - หว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสม คือ 15-20 กิโลกรัม/ไร่ ควรแบ่งแปลงให้มีการระบายถ่ายเทอากาศดี และไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเกินไป ถ้าสูงถึง 50 กิโลกรัม/ไร่ โรคไหม้จะพัฒนาอย่าง รวดเร็ว - คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล (tricyclazone) คาซูกาไมซิน (kasugamycin) คาร์เบนดาซิม (carbendazim) โพรคลอราซ ตามอัตราที่ระบุ - ในแหล่งที่เคยมีโรคระบาดและพบแผลโรคไหม้ทั่วไป 5 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ใบ (ในภาพรวม พบเฉลี่ย 2-3 แผลต่อใบ) ควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล (tricyclazone) คาซูกาไมซิน (kasugamycin) อีดิเฟนฟอส ไอโซโพรไทโอเลน (isoprothiolane) คาร์เบนดาซิม (carbendazim) ตามอัตราที่ระบุ
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 23 สิงหาคม 2562
ถาม-ตอบ
โรคพืช
ศัตรูพืช
ขอปรึกษาครับ กระเจี๊ยบแดงปลูกในพื้นที่อุตรดิตถ์ ใบมีอาการลักษณะตามรูปภาพที่แนบมาครับ เกิดจากสาเหตุอะไรและแก้ไขยังไงครับ (คำถามจากคุณสมชาย from Line@)
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 23 สิงหาคม 2562
อาการในภาพน่าจะมีสาเหตุมาจากโรคไวรัส ซึ่งเกิดจากเข้าทำลายของแมลงประเภทปากดูด เช่น แมลงหวี่ขาว เพลี้ยจักจั่น เป็นพาหะนำเชื้อไวรัสให้แพร่กระจายไปในแปลงปลูกพืช เชื้อไวรัสมีหลายชนิด (Begomovirus) และทำให้เกิดอาการบนใบกระเจี๊ยบแตกต่างกัน เรียกชื่อโรคตามอาการที่เห็น เช่น โรคเส้นใบเหลือง (yellow vein mosaic disease: YVMD) โรคใบม้วนไวรัส (okra leaf curl disease: OLCD) ค่ะ นอกจากนี้ทางผู้เชี่ยวชาญแนะนำเพิ่มเติมว่า อาการค่อนข้างรุนแรง ใบพืชจะห่อม้วนตัวแมลงและไข่ไว้ อาจต้องตัดแต่งบ้างส่วนออก แล้วพ่นสารเคมีอย่างสม่ำเสมอ ใช้สารเคมีชนิด contact หรือดูดซึมได้ (สามารถดูรายชื่อสารเคมีและอัตราการใช้ได้จากข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่าง) ทางชีววิธีใช้แมลงช้างปีกใสควบคุมได้ค่ะ
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 23 สิงหาคม 2562
ถาม-ตอบ
โรคพืช
ศัตรูพืช
ใบอ่อนมะม่วงมีอาการดังรูปถ่าย อยากเรียนถามว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และจะมีวิธีการแก้ไขและรักษาอย่างไรครับ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 22 สิงหาคม 2562
ลองส่งภาพไปปรึกษากับทางคลินิกสุขภาพพืช กำแพงแสน แจ้งว่าน่าจะเป็นแมลงจำพวกบั่วปม ให้ลองพลิกดูหลังใบ ถ้ามีปุ่มกลมๆ นูนๆ ก็ใช่ค่ะ ลักษณะการเข้าทำลาย แมลงบั่วเป็นแมลงปากซับดูด ตัวเต็มวัยเข้าทำลายพืชลักษณะคล้ายยุง มีลำตัวสีเขียว สามารถทำลายได้ตั้งแต่ใบ ดอก ผลอ่อน ใบ : พบอาการตั้งแต่ใบอ่อนจนถึงใบแก่ โดยพบตุ่มบนหลังใบขนาดเล็กประมาณ 0.1-0.2 มิลลิเมตร ตอนแรกจะเป็นสีเหลืองต่อมาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนและเป็นสีดำในที่สุด มีรูที่ตุ่มด้านบนเป็นร่องรอยของแมลงบั่วเจาะออกไป ดอก : มีลักษณะบวมโป่งพอง ขนาดของดอกโตกว่าดอกปกติ เมื่อผ่าดอกจะพบหนอนสีครีมใสหลายตัว ผลอ่อน : ผลอ่อนโป่งพองใสกลม และพบจุดสีน้ำตาลหรือดำที่ผลเป็นร่องรอยการเจาะออกของแมลงและทำให้ผลมะม่วงร่วงเสียหายมาก ส่วนมากจะพบปุ่มปมบนใบมะม่วงในสวนมะม่วงที่ไม่ค่อยดูแลและตัดแต่งกิ่ง ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของแมลง เมื่อถึงฤดูกาลติดดอกออกผลระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ แมลงจะเข้าทำลายดอกและผลอ่อนของมะม่วง ทำให้ดอกและผลอ่อนของมะม่วงร่วงหล่นเสียหาย การป้องกันกำจัด 1. หลังเก็บเกี่ยวมะม่วงเสร็จในแต่ละฤดูกาลควรมีการตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง ไม่เป็นที่สะสมของแมลงและโรค 2. ในเขตที่เคยพบแมลงระบาด ควรสำรวจแปลงมะม่วงสม่ำเสมอถ้าพบการทำลายให้รีบป้องกันกำจัดด้วยสารเคมี คาร์บาริล หรืออิมิดาโคลพริด ตามอัตราแนะนำ
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 21 สิงหาคม 2562

คลังความรู้

แหล่งความรู้อื่นๆ
อนุกรมวิธานพืช
อนุกรมวิธานสัตว์
จุลชีพในดิน
ระบบคลังข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ระบบคลังข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ทั้ง พืช สัตว์ จุลินทรีย์
โพสต์เมื่อ 13 สิงหาคม 2562
แหล่งความรู้อื่นๆ
สารสนเทศ
พันธุศาสตร์พืช
ฐานข้อมูลชื่อพรรณไม้ เต็ม สมิตินันทน์
ข้อมูลรายชื่อพรรณไม้พร้อมชื่อวิทยาศาสตร์ ของ ศ.ดร.เต็ม สมิตินันทน์
โพสต์เมื่อ 13 สิงหาคม 2562
แหล่งความรู้อื่นๆ
อนุกรมวิธานพืช
The Plant List
เป็นรายการพืชพรรณ ที่ผลิตโดยชุมชนพฤกษศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์พืช (GSPC) ตั้งแต่ปี 2013 แต่ถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับอนุกรมวิธานของโลก Flora ออนไลน์ (WFO) และข้อมูลที่ทันสมัยที่ www.worldfloraonline.org พัฒนาโดยกลุ่มสถาบันพฤกษศาสตร์ชั้นนำทั่วโลก
โพสต์เมื่อ 8 สิงหาคม 2562
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู