แจ้งเตือน

แจ้งเตือน
อุตุนิยมวิทยา
พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร วันที่ 13-19 กันยายน 2562

การคาดหมายลักษณะอากาศ ช่วงวันที่ 14-17 ก.ย. บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคใต้ มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนลดลง สําหรับในช่วงวันที่ 18-19 ก.ย. บริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนภาคอื่นๆ มีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตรตลอดช่วง

คําเตือน ช่วงวันที่ 14-19 ก.ย. บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักบางแห่ง เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยควรระวังและป้องกันอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สําหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

** อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tmd.go.th/programs/uploads/Tmddocuments/agromet-0718.pdf


อ่านต่อ
วันที่ 13 กันยายน 2562
แจ้งเตือน
โรคพืช
เตือนภัยเกษตรกร ระวัง 2 โรคบุกแก้วมังกร แนะวิธีรับมือโรคลำต้นจุดสีน้ำตาลและผลเน่า

แก้วมังกรให้ระวังโรคลำต้นจุดสีน้ำตาลและผลเน่า
ระยะนี้จะมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกรเฝ้าระวังการระบาดของโรคลำต้นจุดสีน้ำตาลและผลเน่า มักพบโรคในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต จะพบแสดงอาการเริ่มแรกที่กิ่งอ่อนหรือผลอ่อนมีจุดสีเหลือง จากนั้นพัฒนาเป็นตุ่มนูนเล็กสีน้ำตาล คล้ายสีสนิมเหล็ก บางครั้งพบแผลสีเหลืองฉ่ำน้ำ หากอาการรุนแรงแผลจะเน่า ถ้าเป็นที่กิ่งจะทำให้เนื้อเยื่อตรงแผลหลุดเห็นเป็นรูหรือเว้าแหว่ง สำหรับผลที่มีอาการรุนแรง จะทำให้กลีบผลไหม้แห้งเป็นสีดำ และผลเน่าในที่สุด
       สำหรับแนวทางในการป้องกันโรคลำต้นจุดสีน้ำตาลและผลเน่า ให้เกษตรกรเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่แข็งแรงปลอดโรค และควรลดการให้ปุ๋ยไนโตรเจน เพราะแก้วมังกรเป็นพืชอวบน้ำ อาจทำให้พืชอ่อนแอเกิดการระบาดมากขึ้น จากนั้น ให้หมั่นสำรวจทำความสะอาดกำจัดวัชพืชโคนต้น เก็บกวาดเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรคใต้ต้นออกไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคของพืชทำให้เกิดแผลน้อยที่สุด ซึ่งแผลจะเป็นช่องทางให้เชื้อสาเหตุของโรคเข้าทำลายพืชได้ง่าย อีกทั้งเกษตรกรควรล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ทางการเกษตรต่างๆ ให้สะอาด และผึ่งแดดให้แห้งหลังการใช้งานทุกครั้งอยู่เสมอ เมื่อได้นำไปใช้กับต้นที่เป็นโรคในแปลงที่มีการระบาดก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ในครั้งต่อไป
       นอกจากนี้ เกษตรกรควรให้น้ำแก้วมังกรเฉพาะในช่วงเช้า หลีกเลี่ยงการให้น้ำในช่วงบ่ายหรือเย็น เพื่อช่วยลดการสะสมความชื้นในทรงต้นไม่ให้มีมากเกินไป กรณีระบาดมาก หลังจากตัดแต่งกิ่งเสร็จแล้วให้เกษตรกรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชโพรคลอราซ 45% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอะซอกซีสโตรบิน + ไดฟีโนโคนาโซล 20% + 12.5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นให้ทั่วต้น 2 ครั้ง ทุก 5-7 วัน ในระยะติดดอกพ่นอีก 2 ครั้ง ทุก 7 วัน และให้หยุดพ่นก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิตแก้วมังกรอย่างน้อย 15 วัน


อ่านต่อ
วันที่ 12 กันยายน 2562
แจ้งเตือน
อารักขาพืช
โรคพืช
เตือนภัยจากกรมวิชาการเกษตร ระหว่างวันที่ 11-17 กันยายน 2562

ช่วงนี้ฝนตกต่อเนื่อง และฝนตกหนักบางพื้นที่ ผักตระกูลกะหล่ำและผักกาด (เช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดเขียวปลี ผักกาดขาวปลี กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี ผักฮ่องเต้ ผักกาดหางหงษ์ และผักกาดหัว เป็นต้น) ในระยะต้นกล้า ระวังโรคเน่าคอดิน (เชื้อรา Pythium spp.) ส่วนเบญจมาศในทุกระยะการเจริญเติบโต ระวังโรคใบจุด (เชื้อรา Septoria chrysanthemella) 

ข้อสังเกตลักษณะ/อาการที่อาจพบ
1.โรคเน่าคอดิน : บริเวณโคนต้นที่ติดกับผิวดินมีลักษณะช้ำฉ่ำน้ำสีน้ำตาลเข้ม เมื่ออาการรุนแรงเนื้อเยื่อจะเกิดเป็นแผลเน่าลาม ทำให้ต้นกล้าเหี่ยวทั้งต้น หักล้ม และตายก่อนจะแตกใบจริง บางครั้งเชื้อราอาจเข้าทำลายเมล็ดก่อนงอกพ้นดิน ทำให้เมล็ดไม่งอก หรืองอกออกมาแต่ไม่มีใบเลี้ยง
2.โรคใบจุด : อาการเริ่มแรก พบจุดสีน้ำตาลขนาดเล็กบนใบ ต่อมาแผลขยายใหญ่ขึ้น รูปร่างค่อนข้างกลม มี
สีน้ำตาลเข้ม บางครั้งขอบแผลมีสีเหลือง บริเวณแผลพบส่วนของเชื้อราเป็นจุดสีดำเล็กๆ เกิดกระจายทั่วแผล หากอาการรุนแรงแผลจะลามขยายติดกันทำให้ใบไหม้และร่วงหล่น อาการของโรคจะเกิดกับใบล่างๆ ก่อน ถ้าโรคระบาดรุนแรงจะลุกลามถึงใบยอดทำให้ใบไหม้ทั้งต้น
แนวทางป้องกัน/แก้ไข
- ไถพลิกกลับหน้าดิน ตากแดด เพื่อลดปริมาณเชื้อราในดินก่อนเพาะกล้า
- คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารเมทาแลกซิล 35% ดีเอส อัตรา 7 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม ก่อนเพาะกล้า
- ควรเพาะเมล็ดในระดับที่ไม่ลึกมาก และไม่แน่นจนเกินไป เว้นระยะต้นให้แสงแดดสามารถส่องผ่านลงได้
- หมั่นกำจัดวัชพืชในแปลงเพาะ เพื่อลดความชื้นในแปลง
- แปลงเพาะกล้าควรมีการระบายน้ำที่ดี ไม่ให้มีน้ำท่วมขัง
- เมื่อพบต้นกล้าที่เป็นโรค ถอนต้นที่เป็นโรคนำไปทำลายนอกแปลงปลูกทันที และราดดินบริเวณที่เป็นโรค
และบริเวณใกล้เคียงด้วยสารโพรพาโมคาร์บไฮโดรคลอไรด์ 72.2% เอสแอล อัตรา 6-12 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไฮเมกซาโซล 36% เอสแอล อัตรา 22-26 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร


อ่านต่อ
วันที่ 10 กันยายน 2562

ข่าวสาร

ข่าวสาร
โรคสัตว์
กรมปศุสัตว์เดินหน้าใช้ ‘อี-สมาร์ทพลัส’ เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโรค ASF
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ในช่วงนี้ทุกภูมิภาคของไทยเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนทั้งเรื่องฝนตกและน้ำท่วมขัง ทำให้สัตว์มีภูมิคุ้มกันโรคลดต่ำลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ กรมปศุสัตว์จึงต้องบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนยกระดับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรค ASF ในสุ
อ่านต่อ
วันที่ 13 กันยายน 2562
ข่าวสาร
โรคสัตว์
คณิตศาสตร์/สถิติ
กรมปศุสัตว์เดินหน้าทำแผนที่เกษตรกรด้วย อี-สมาร์ทพลัส เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโรค ASF เข้มข้นยิ่งขึ้น
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ในช่วงนี้ ทุกภูมิภาคของไทยเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนทั้งเรื่องฝนตกและน้ำท่วมขัง ทำให้สัตว์มีภูมิคุ้มกันโรคลดต่ำลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ กรมปศุสัตว์จึงต้องบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนยกระดับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรค ASF ในส
อ่านต่อ
วันที่ 13 กันยายน 2562
ข่าวสาร
ระบบการปลูกพืช
ชาวไร่มันฯ โคราชหันทำข้าวไร่ หนีแล้ง-น้ำท่วม เชื่อปีหน้าข้าวแพง
หลังจากราคามันสำปะหลังกลับมาตกต่ำและเกิดปัญหาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคใบด่าง ที่กำลังลุกลามอยู่ในขณะนี้ รวมไปถึงปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้นาข้าวของเกษตรกรในภาคอีสานส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังบางส่วนในพื้นที่ตำบลตะแบกบาน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เริ่มหันมาท
อ่านต่อ
วันที่ 13 กันยายน 2562

ถาม-ตอบ

ถาม-ตอบ
ศัตรูพืช
สวัสดีค่ะ แมลงในคลิปเป็นอันตรายหรือไม่ พบประะมาณ 2 ตัวค่ะ ไม่เยอะ แต่ก็กลัวว่าจะเป็นอันตรายต่อพืช รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 11 กันยายน 2562
แมลงที่เห็นในคลิปมีลักษณะคล้ายกับ "ด้วงก้นกระดก" ซึ่งจะระบาดมากในช่วงหน้าฝน ต้องระมัดระวังอย่าเข้าไปใกล้ เพราะแมลงชนิดนี้มีพิษทำให้เกิดแผลพุพอง มีอาการปวดแสบปวดร้อน คัน และมีข้อมูลตามนี้ ด้วงก้นกระดก ด้วงปีกสั้น หรือด้วงก้นงอน (Rove beetle) อันดับ Coleoptera วงศ์ Staphyinidae พบกระจายทั่วโลกกว่า 20 ชนิด สำหรับชนิดที่พบได้ในประเทศไทยมีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Paederus fuscipes Curtis. เป็นด้วงขนาดเล็กประมาณ 7 มม. ส่วนหัวมีสีดำ ปีกน้ำเงินเข้ม และส่วนท้องมีสีส้มมีความสามารถในการเคลื่อนไหว ได้รวดเร็ว และมักจะงอส่วนท้องส่ายขึ้นลงเมื่อเกาะ อยู่กับพื้น จึงมักเรียกว่า "ด้วงก้นกระดก" ด้วงชนิดนี้อาศัยบริเวณพงหญ้าที่มีความชื้น ด้วงชนิดนี้สามารถปล่อยสารที่เรียกว่า "Paederin" ออกมา สารชนิดนี้มีความเป็นพิษทำลายเนื้อเยื่อ ชอบออกมาเล่นไฟในยามค่ำคืน โดยเฉพาะจะมีมากในฤดูฝน ผู้ที่สัมผัสลำตัวด้วงชนิดนี้ หรือตบตีจนน้ำพิษแตก จะมีอาการปวดแสบปวดร้อน คัน ในรายที่เป็นมากอาจมีไข้ ปวดศรีษะ หากเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้ แผลจะมีลักษณะเป็นทางยาว อาจจะพบเป็นตุ่มใส (Vesicle) อาการเหล่านี้จะหายเองได้ภายใน 7-10 วัน ควรทำความสะอาดแผลและปิดปากแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ อาจใช้ยาสมานแผลพวกยาแก้แพ้ได้ เบื้องต้นหลังจากทราบว่าสัมผัสด้วงชนิดนี้ควรล้างด้วยน้ำสะอาดทันที หากอาการไม่ดีขึ้นให้พบแพทย์ ด้วงก้นกระดกมีการเจริญเติบโตแบบสมบูรณ์ (Complete metamorphosis) โดยมีการเจริญเติบโตแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ไข่ ตัวอ่อน ดักแด้ และตัวเต็มวัย - ระยะไข่ โดยปกติแล้วจะพบเห็นการวางไข่ของตัวเมียในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เช่น ในดินร่วนที่มีวัตถุเน่าเปื่อยปกคลุม ที่ใกล้แหล่งน้ำ ซึ่งห่างจากผิวน้ำเล็กน้อย ในหนึ่งวันตัวเมียจะสามารถวางไข่ได้หลายฟอง โดยจะใช้เวลาในการฟัก 2 - 5 วัน จึงจะเป็นตัวอ่อน - ตัวอ่อน ลักษณะเป็นแบบ Compodieform ลำตัวค่อนข้างยาว (ส่วนท้องจะยาวกว่าส่วนอื่น) สามารถเห็นหัวได้ชัดเจน หนวดสั้น กรามแข้ง มีขา 6 ขา ส่วนท้องมีแพนหาง 2 เส้น ดำรงชีพด้วยการกินวัตถุเน่าเปื่อย และหนอนเล็กๆ ของแมลงที่อาศัยอยู่ในดิน ใช้เวลา 6 - 10 วัน จึงจะเข้าดักแด้ - ดักแด้ ลักษณะใกล้เคียงกับดักแด้ผีเสื้อ แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก สามารถมองเห็นขาที่ติดข้างลำตัวได้ชัดเจน ใช้ระยะเวลา 3 - 4 วัน จึงจะเป็นตัวเต็มวัย - ตัวเต็มวัย ลำตัวยาวแคบ ความยาวของลำตัวประมาณ 6.5 - 7.0 มิลลิเมตร ลำตัวเป็นเงามัน มีสีฉุดฉาด ส่วนหัวมีสีดำ หนวดค่อนข้างยาว มี 12 - 13 ปล้อง - ประโยชน์ ด้วงก้นกระดกมีประโยชน์ในทางการควบคุมแมลงทางการเกษตร โดยด้วงก้นกระดกจะช่วยกำจัดไข่หนอนผีเสื้อ เป็นการควบคุมการระบาดของแมลงศัตรูพืช และยังสามารถใช้ประโยชน์ทางด้านนิติเวชกีฏวิทยาได้อีกด้วย กล่าวคือ ด้วงก้นกระดกจะทำลายไข่และหนอนของแมลงวัน ***หากสัมผัสโดนตัว หรือโดนพิษ ให้รีบล้างบริเวณที่สัมผัสด้วยน้ำสะอาด ประคบเย็นเพื่อลดการบวมเฉพาะที่ หลีกเลี่ยงการเกา เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำซ้อน หากมีอาการรุนแรงให้รีบพบแพทย์
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 11 กันยายน 2562
ถาม-ตอบ
การเกษตรทั่วไป
การผลิตพืช
ไม่ทราบว่า มีข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกปาล์มกินผล ชนิด Acai palmfruit บ้างหรือไม่ รวมทั้งความเป็นไปได้ในการปลูกเชิงการค้าเพื่อเก็บเกี่ยวผล และแกนปาล์ม (Palm Core หรือ Heart of Palm) ออกจำหน่าย ขอบคุณครับ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 5 กันยายน 2562
- อาคาอิเบอร์รี่ เป็นผลไม้ประเภทปาล์มพบในแถบลาตินอเมริกา เช่น ประเทศบราซิล โดยชื่อท้องถิ่นว่า Acai Berry ผลมีลักษณะคล้ายลูกหว้า มีสีม่วงเข้ม มีลักษณะลูกกลมๆ เล็กๆ เป็นผลไม้ที่มีลักษณะเป็นช่อหรือพวงที่ได้มาจากต้นปาล์ม ต้นปาล์มอาซาอิมีลักษณะสูงชะลูด สูงโดยประมาณ 5 เมตรขึ้นไป ใบมีลักษณะยาว มีประวัติใช้เป็นยาสมุนไพรมายาวนาน ปัจจุบันผลิตเป็นน้ำผลไม้ เยลลี่ สารสกัดเข้มข้นในรูปแคปซูล มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก ผลอาคาอิเบอร์รี่จะสุกภายใน 2 วัน ดังนั้นจึงทำให้ไม่พบผลสดวางจำหน่ายในบ้านเรา ถ้าปลูกเลี้ยงกลางแจ้งปล้องจะสั้น ต้นเตี้ย จะโตช้ากว่าปลูกแสงรำไร ปล้องของต้นอาคาอิจะยาวเพราะจะยืดหาแสง ดังนั้นต้องได้แสงร่มรำไร แดดครึ่งวัน พอต้นสูงประมาณ 1 ม. ค่อยย้ายไปอยู่กลางแจ้ง ปลูกได้ในดินทั่วไป ทนแล้ง การดูแลเหมือนตระกูลปาล์ม และพวกหมากเหลือง 3-5 ปีจึงติดดอกออกผล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแล บำรุง ใส่ปุ๋ย รดน้ำ ซึ่งสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการปลูกเลี้ยงเพิ่มเติม ได้ที่ สวนเกษตรกันเอง โทร. 08 0661 8899 ค่ะ - ความเป็นไปได้ในการปลูกเชิงการค้าเพื่อเก็บเกี่ยวผล และแกนปาล์ม อาจต้องทำตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักค่อนข้างมาก เพราะไม่ใช่ผลไม้ที่เป็นที่รู้จักในตลาดบ้านเรา และยังมีข้อจำกัดในเรื่องการจำหน่ายผลสด เนื่องจากมีระยะเวลาวางจำหน่ายค่อนข้างจำกัดเพียง 2 วัน นอกจากจะผลิตเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพค่ะ
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 5 กันยายน 2562
ถาม-ตอบ
การผลิตพืช
การเพาะปลูกปาล์มประดับขนาดเล็ก เช่น ปาล์มบังสูรย์, เจ้าเมืองตรัง, เจ้าเมืองถลางหลังขาว, กะพ้อใบติด, Licuala spp. ต่าง ๆ ในเชิงการค้า ควรเริ่มต้นอย่างไร ขอการสนับสนุนจากภาครัฐได้จากที่ใด หาแหล่งพันธ์ุที่ใด หาตลาดการค้าอย่างไรครับ
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 6 กันยายน 2562
ขอตอบเป็นข้อ ๆ ดังนี้นะคะ 1. การเพาะปลูกในเชิงการค้าควรเริ่มต้นอย่างไร จะหาแหล่งพันธุ์ที่ใด จะหาตลาดการค้าอย่างไรครับ - ควรเริ่มจากการหาแหล่งพันธุ์ ศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ข้อดีข้อเด่นของปาล์มแต่ละชนิดที่สนใจปลูก การปลูกเลี้ยงและขยายพันธุ์ รวมทั้งตลาดปาล์มในเมืองไทยและต่างประเทศ ได้จาก - "คู่มือปาล์มประดับ : Ornamental Palm ฉบับปรับปรุงและเพิ่มเติม" เขียนโดย ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น สนพ.บ้านและสวน / เลข ISBN 9789742891961 ซึ่งสามารถสั่งซื้อได้ทาง https://www.baanlaesuan.com/books/plants/135368.html - "ปาล์มถิ่นไทย" และ "ปาล์มต่างประเทศในเมืองไทย" จัดทำโดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) - คู่มือการปลูกปาล์มประดับ เขียนโดย สุปราณี วนิชชานนท์ โดย สำนักพิมพ์เพื่อเกษตร - "ปาล์มประดับที่ปลูกได้ในประเทศไทย" รวบรวมเนื้อหาโดย สวัสดิ์ หรั่งเจริญ สำนักพิมพ์มติชน - "รวมเรื่องเกี่ยวกับปาล์ม" หนังสืออนุสรณ์ ดร.ปิฏฐะ บุนนาค ...ผู้มีบทบาทสำคัญในฐานะบิดาของปาล์มประดับในประเทศไทย ประกอบด้วย การพาไปดูต้นปาล์มในต่างประเทศ การปลูกปาล์มประดับเพื่อการค้า ปาล์มที่ไม่แนะนำปลูกเป็นการค้าในประเทศไทย บทความที่น่าสนใจ ได้แก่ - "ปาล์มประดับ อาชีพเสริมสร้างรายได้ของคนสามง่าม จ.พิจิตร" ในวารสารเคหการเกษตร ฉบับเดือน มี.ค. 51 ของ อ.สมหมาย จันทร์ฟุ้ง เป็นอาจารย์อยู่ที่วิทยาลัยเกษตรพิจิตร โทร. 0818059643 - "มิติใหม่ของปาล์มประดับ" ในวารสารเคหการเกษตร ฉบับ ก.พ. 59 โดย ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น เคยเขียนไว้เรื่อง - "บุญมา ชวนชื่น คนเมืองกาญจน์ ปลูกปาล์มประดับไว้ดูเล่น แต่กลับมีคนสนใจซื้อ" ในวารสารเทคโนโลยีชาวบ้าน คลิกอ่านได้ที่ https://www.technologychaoban.com/flower-and-decorating-plants/article_42175 - ทั้งนี้อาจเข้าไปพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และขอคำแนะนำกับสวนผู้ผลิตและร้านค้าส่งตามตลาดต้นไม้ เช่น ตลาดจตุจักรวันพุธ-พฤหัสฯ แหล่งผลิตและจำหน่ายปาล์มขุดล้อมแถว อ.บางใหญ่ นนทบุรี ริมถนนสายตลิ่งชัน บริเวณรังสิตคลอง 15 และที่ริมถนนรามอินทรา ส่วนในต่างจังหวัดจะมีแหล่งจำหน่ายในวิทยาลัยเกษตรกรรมหลายแห่ง เช่น เกษตรนครราชสีมา (อำเภอสีคิ้ว) เกษตรกรรมสิงห์บุรี เกษตรชัยนาท เกษตรเพชรบุรี (อำเภอชะอำ) เกษตรอุดรธานีฯ ซึ่งจะมีทั้งแบบไม้ประดับกระถางและไม้ขุดล้อม รวมถึงการค้าเมล็ดพันธุ์ปาล์มทั้งแบบที่ยังไม่งอก เริ่มงอก และต้นกล้า 2. ขอการสนับสนุนจากภาครัฐได้จากที่ใด - ขณะนี้มีเฉพาะแหล่งรวบรวมพันธุ์ไว้ให้เข้าชม แต่ยังไม่มีหน่วยงานรัฐที่สนับสนุนเรื่องปาล์มนะคะ เช่น โครงการสวนแสนปาล์มเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ https://www.facebook.com/profile.php?id=100005750318056 / สวนแสนปาล์ม บริเวณศูนย์ส่งเสริมการเกษตรแห่งชาติ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม - สวนเอกชน เช่น สวนนงนุช (สมาคมปาล์มโลก https://palms.org/ ยกย่องให้เป็นสวนปาล์มขนาดใหญ่และดีที่สุดในโลก) - ผู้เชี่ยวชาญ : ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น สาขาวิจัยอุตสาหกรรมการเกษตร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ข้อมูลเพิ่มเติม : - เพจ "รวมพลคนรักปาล์มประดับ ไม้ประดับ ไม้ป่าหายากทุกชนิด ซื้อขายแลกเปลี่ยนแบ่งปัน" https://www.facebook.com/groups/184651298823965/ - https://www.ku.ac.th/palm/palm.html - แหล่งปลูกในพืนที่เกษตรกร : ชลบุรีปาล์มประดับ E-mail : sak@chonburipalms.com โทร. 08 1992 2309 (ติดต่อครูศักดิ์) FB : http://bit.ly/2lAfW0q - สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง โทร.038 870 400-1 หรือเฟซบุ๊คแฟนเพจ : สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง - สำนักงานเกษตรจังหวัดชลบุรี โทร. 038 277 899
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 5 กันยายน 2562

คลังความรู้

แหล่งความรู้อื่นๆ
วนศาสตร์
ระบบจัดการฐานความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้
ระบบจัดการฐานความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้
โพสต์เมื่อ 3 กันยายน 2562
แหล่งความรู้อื่นๆ
อนุกรมวิธานพืช
อนุกรมวิธานสัตว์
จุลชีพในดิน
ระบบคลังข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ระบบคลังข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ทั้ง พืช สัตว์ จุลินทรีย์
โพสต์เมื่อ 13 สิงหาคม 2562
แหล่งความรู้อื่นๆ
สารสนเทศ
พันธุศาสตร์พืช
ฐานข้อมูลชื่อพรรณไม้ เต็ม สมิตินันทน์
ข้อมูลรายชื่อพรรณไม้พร้อมชื่อวิทยาศาสตร์ ของ ศ.ดร.เต็ม สมิตินันทน์
โพสต์เมื่อ 13 สิงหาคม 2562
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู