แจ้งเตือน

แจ้งเตือน
เตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 25 เมษายน - 1 พฤษภาคม 2561

อากาศร้อนในตอนกลางวัน กลางคืนอุณหภูมิต่ำลงและมีฝนตกบางพื้นที่ ส่งผลให้

1. ฟักแม้ว หรือ มะระหวาน  ระยะให้ผลผลิต ระมัดระวัง

- โรคราน้ำค้าง (เชื้อรา Pseudoperonospora cubensis) พบอาการของโรคบนใบที่อยู่บริเวณด้านล่างของต้นก่อนแล้วขยายลุกลามไปยังใบที่อยู่ด้านบน อาการเริ่มแรก ด้านบนของใบปรากฏแผลฉ่ำน้ำเป็นรูปเหลี่ยมเล็กๆ ตามกรอบของเส้นใบย่อย ต่อมาแผลเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ในตอนเช้าที่สภาพอากาศมีความชื้นสูง ตรงแผลบริเวณใต้ใบจะพบเส้นใยของเชื้อรา ลักษณะเป็นขุยสีขาวถึงเทา แผลจะขยายติดต่อกันเป็นแผลขนาดใหญ่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือเทาดำ หากอาการรุนแรง จะทำให้ใบเหลืองและแห้งตายทั้งต้น พืชที่เป็นโรคจะติดผลน้อย ผลมีขนาดเล็ก หากเป็นโรคในระยะมีผลอ่อน จะทำให้ผลลีบเล็ก และบิดเบี้ยว

- โรคราแป้ง (เชื้อรา Oidium sp.) พบเชื้อราคล้ายผงแป้งสีขาวเกิดเป็นหย่อมๆบนใบ มักพบที่ใบส่วนล่างของต้นก่อน ถ้าสภาพแวดล้อมเหมาะสมอาการโรคจะกระจายทั่วทั้งใบ และลุกลามขึ้นไปยังใบส่วนบนของต้น เห็นเชื้อราคล้ายผงแป้งสีขาวปกคลุมใบเกือบทั้งต้น ต่อมาใบค่อยๆ ซีดเหลืองและแห้ง หากโรคระบาดรุนแรง จะลุกลามไปยังทุกส่วนของพืช ท้าให้ต้นแห้งตายในที่สุด ถ้าพืชเป็นโรคในระยะติดผลอ่อน จะทำให้ผลแกร็น บิดเบี้ยว ผิวขรุขระ เป็นตุ่ม หรือแผลที่เปลือก

2. กล้วยหิน  ทุกระยะการเจริญเติบโต ระมัดระวังโรคเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย 

อาการที่ใบ เริ่มแรกใบธง(ใบอ่อน) แสดงอาการเหี่ยวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง จากนั้นใบล่างๆ จะแสดงอาการเหี่ยวอย่างรวดเร็วแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและยืนต้นตายในที่สุด

อาการที่เครือ ปลีกล้วยแคระแกร็น และหากติดผลผลจะลีบเนื้อภายในมีสีน้ำตาลจนถึงด้าบางผลมีอาการฉ่ำน้ำและเน่าเละ ปลายผลมีสีเหลืองต่อมาเปลี่ยนเป็นสีดำ หากอาการรุนแรงมาก จะท้าให้ไม่ได้ผลผลิต

อาการที่ล้าต้นเทียม เมื่อตัดลำต้นดูจะเห็นท่อนำอาหารเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

อาการที่หน่อ ยอดหน่อมีสีดำ หน่อแคระแกร็น และตายในที่สุด

3. ทุเรียน  ระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต ระมัดระวัง

- โรครากเน่าโคนเน่า (เชื้อราPhytophthora palmivora) 

อาการที่ราก เริ่มจากใบที่ปลายกิ่งจะมีสีซีดไม่เป็นมันเงา เหี่ยวลู่ลง อาการรุนแรงมากขึ้นใบจะเหลืองและหลุดร่วง เมื่อขุดดูที่รากฝอยจะพบรากฝอยมีลักษณะเปื่อยยุ่ยเป็นสีน้ำตาลและหลุดล่อนง่าย เมื่อโรครุนแรงอาการเน่าจะลามไปยังรากแขนงและโคนต้น ทำให้ต้นทุเรียนโทรมและยืนต้นตาย

อาการที่กิ่งและที่ลำต้นหรือโคนต้น เริ่มแรกทุเรียนจะแสดงอาการใบเหลืองเป็นบางกิ่งและจะสังเกตเห็นคล้ายคราบน้ำบนผิวเปลือกได้ชัดเจนในช่วงที่สภาพอากาศแห้ง เมื่อใช้มีดถากบริเวณคราบน้ำจะพบเนื้อเยื่อเปลือกและเนื้อไม้เป็นแผลสีน้ำตาล ถ้าแผลขยายใหญ่ลุกลามจนรอบโคนต้น จะทำให้ทุเรียนใบรวงจนหมดต้นและยืนต้นแห้งตาย

อาการที่ใบ ใบช้ำดำ ตายนึ่งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก และจะเกิดอาการไหม้แห้งคาต้นอย่างรวดเร็ว พบมากช่วงฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน


อ่านต่อ
วันที่ 24 เมษายน 2561
แจ้งเตือน
เฝ้าระวังเข้ม โรคพุ่มแจ้-ใบด่าง ถล่มไร่มันสำปะหลัง

นายประสงค์ ประไพตระกูล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคพุ่มแจ้และโรคใบด่างมันสำปะหลังในประเทศกัมพูชาและเวียดนาม และได้ดำเนินการเฝ้าระวังในประเทศไทย ซึ่งเบื้องต้นยังไม่พบโรคใบด่าง แต่มีการตรวจพบโรคพุ่มแจ้ที่บริเวณชายแดนไทย กรม ส่งเสริมการเกษตร จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงสำรวจพื้นที่ต้องสงสัยในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เบื้องต้นพบมันสำปะหลังแสดงอาการคล้ายโรคพุ่มแจ้ในหลายจังหวัด และพบค่อนข้างมากใน จ.กำแพงเพชร สระแก้ว ชลบุรี และ มุกดาหาร จึงเร่งส่งตัวอย่างมันสำปะหลังให้กรมวิชาการเกษตรตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคพุ่มแจ้หรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังได้ดำเนินการแจ้งเตือนไปยังสำนักงานเกษตรจังหวัดทั้ง 56 จังหวัด ที่มีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์

นายประสงค์กล่าวต่อว่า โรคพุ่มแจ้ เกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมา มีลักษณะอาการคล้ายกับการเข้าทำลายของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง คือ ใบยอดมันสำปะหลังจะหงิกงอ แคระแกร็น และแตกเป็นฝอยค่อนข้างมาก แต่หากสังเกตยอดที่แสดงอาการจะไม่พบตัวเพลี้ยแป้ง โดยโรคพุ่มแจ้มีเพลี้ยจั๊กจั่นเป็นแมลงพาหะนำโรค สามารถเติบโตและแพร่ขยายพันธุ์ได้ดีในสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง ส่วนโรคใบด่างมันสำปะหลัง ต้นมันสำปะหลังจะแสดงอาการใบด่างเหลือง ใบเสียรูปทรง และมีขนาดเล็กลง ยอดที่แตกใหม่จะด่างเหลือง ลำต้นแคระแกรน

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เข้าไปให้ความรู้แก่เกษตรกรให้สามารถสังเกตอาการของโรค โดยในแปลงที่พบอาการคล้ายโรคพุ่มแจ้ แนะนำให้เกษตรกรขุดต้นมันสำปะหลังไปเผาทำลายนอกแปลง และหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ไม่ให้เก็บต้นมันสำปะหลังไว้ทำพันธุ์ในฤดูกาลต่อไปเพื่อตัดวงจรระบาด รวมทั้งให้เกษตรกรหาท่อนพันธุ์ปลอดโรคจากแหล่งพันธุ์ที่เชื่อถือได้ โดยขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรอำเภอ/จังหวัด อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังในการคัดเลือก และเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ด้วย

สิ่งสำคัญในการป้องกันกำจัดโรคพุ่มแจ้ และโรคใบด่างมันสำปะหลัง คือ เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงมันสำปะหลังอย่างสม่ำเสมอ กำจัดวัชพืชที่เป็นพืชอาศัยของโรคพุ่มแจ้ เช่น สาบม่วง หญ้าตีนตุ๊กแก หลีกเลี่ยงการปลูกพืชอาศัยของโรคใบด่างมันสำปะหลัง เช่น ละหุ่ง สบู่ดำ ยาสูบ และพืชอาศัยของแมลงพาหะ เช่น มันฝรั่ง กะเพรา โหระพา พริก ในพื้นที่ที่มีการปลูกมันสำปะหลัง




อ่านต่อ
วันที่ 19 เมษายน 2561
แจ้งเตือน
เตือนเกษตรกร เตรียมรับมือโรคจุดดำ ระบาดอะโวคาโด

กรมวิชาการเกษตร ประกาศแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโด ระยะนี้มีสภาพอากาศร้อนจัดสลับกับฝนตกซึ่งเอื้อต่อการระบาดของโรคจุดดำ สามารถพบได้ในระยะที่ต้นอะโวคาโดมีดอกบานและติดผล

อาการที่ใบ ในระยะแรกอาการของโรคจะเห็นเป็นจุดแผลสีน้ำตาลเข้ม หากอาการรุนแรง แผลจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ใบร่วง

อาการที่ก้านใบ กิ่ง และก้านช่อดอก พบแผลจุดหรือขีด สีม่วง ถ้าอาการรุนแรงแผลจะขยายลุกลามทำให้ก้านใบและกิ่งแห้ง หากเกิดที่ช่อดอกจะทำให้ช่อดอกเหี่ยว แห้ง หลุดร่วงก่อนติดผล

อาการที่ผล ผลอ่อนเป็นจุดแผลสีน้ำตาลถึงดำ หากอาการรุนแรง ผลจะหลุดร่วงก่อนกำหนด อาการบนผลแก่ มักพบในระยะใกล้เก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยว พบแผลจุดสีน้ำตาลถึงดำรูปร่างกลมขนาดไม่แน่นอน ต่อมาแผลขยายลุกลามเป็นแผลยุบตัวในเนื้อผล ทำให้ผลเน่า บางครั้งพบเมือกสีส้มซึ่งเป็นส่วนขยายพันธุ์ของ เชื้อราที่บริเวณแผล

เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบเริ่มมีอาการระบาดของโรคจุดดำ ให้ตัดแต่ง และเก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค และกำจัดวัชพืชรอบโคนต้น เพื่อไม่ให้มีสภาพที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค และลดการสะสมของเชื้อสาเหตุโรค กรณีพบโรคเริ่มระบาด ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชอะซอกซีสโตรบิน 25% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสาร แมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารโพรคลอราซ 45% อีซี อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นทุก 7-10 วัน


อ่านต่อ
วันที่ 17 เมษายน 2561

ข่าวสาร

ข่าวสาร
การส่งเสริม
เศรษฐกิจการเกษตร
การขยายพันธุ์พืช
เพิ่มผลผลิตพืชเศรษฐกิจ ด้วยแมลงเศรษฐกิจ
นางอาทิตยา แสงมณี ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการนำเอาแมลงจำพวกผึ้ง อาทิ ผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง และชันโรง เข้ามาช่วยผสมเกสรพืชผลทางการเกษตร ซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มทั้งปริมาณและคุณภาพผลผลิตได้เป็นอย่างดี อย่างในกรณีที่เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง
อ่านต่อ
วันที่ 25 เมษายน 2561
ข่าวสาร
การส่งเสริม
การบริโภค
การผลิตสัตว์
เลี้ยงหอยขมในบ่อปลา
ยุคนี้เป็นยุคทำอยู่ทำกิน เมื่อแหล่งน้ำไม่ปลอดภัย สัตว์น้ำตามธรรมชาติเริ่มหายากและอาจไม่ปลอดภัย ทางออกอย่างหนึ่งคือการเลี้ยงในสภาพใกล้เคียงกับธรรมชาติและจัดการให้เหมาะสม หอยขม ชอบอาศัยในแหล่งน้ำจืด เช่นในคู คลอง หนอง บึง ที่น้ำไม่ไหลแรงและเป็นน้ำ นิ่ง มีระดับความลึกตั้งแต่ 10 เซนติเมตร ถึง 2 เมตร มัก
อ่านต่อ
วันที่ 25 เมษายน 2561
ข่าวสาร
ไฟเกษตรคืออะไร และคำแนะนำวิธีการขอไฟฟ้าลงพื้นที่เกษตร
" ไฟเกษตรคือ การนำไฟฟ้ามาใช้ภายในสวนของเกษตรกรเพื่อทำการเกษตร เช่น ใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟ เป็นต้น " โดยมีหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ 9 ข้อ ดังนี้ 1.ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันตัวตนว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่หวงห้ามใดๆ ของทางราชการ 2.ต้องมีเส้นทาง
อ่านต่อ
วันที่ 23 เมษายน 2561

ถาม-ตอบ

ถาม-ตอบ
สมุนไพรไล่แมลงพื้นบ้านใช้แล้วได้ผลมีชนิดไดบ้าง
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 29 มีนาคม 2561
สมุนไพรไล่แมลง เป็นพืชที่มีส่วนต่าง ๆ เช่น ใบ ราก เปลือก ดอก ผล ที่มีสารออกฤทธิ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช ผลทางตรง จะมีผลกระทบต่อระบบประสาท และระบบหายใจ ทำให้แมลงตายทันที ผลทางอ้อม จะมีผลต่อระบบอื่น ๆ โดยการไปยับยั้งการกินอาหาร การลอกคราบ การเจริญเติบโตของแมลง การใช้สมุนไพรไล่แมลงหรือกำจัดศัตรูพืชควรใช้ให้เหมาะสม คือ เลือกใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืชสมุนไพรในช่วงเวลาที่เหมาะสม ดังนี้ ดอก ควรเก็บในระยะดอกตูมเพิ่งจะบาน ผล ควรเก็บในระยะที่ผลยังไม่สุก เพราะสารต่างยังไม่ถูกส่งไปเลี้ยงเมล็ด เมล็ด ควรเก็บในระยะที่ผลสุกงอมเต็มที่ ซึ่งจะมีระยะที่เมล็ดแก่เต็มที่ และจะมีสารต่าง ๆ สะสมอยู่ในปริมาณมาก หัวและราก ควรเก็บในระยะที่เริ่มมีดอก เพราะระยะนี้ต้นพืชจะมีการสะสมสารต่าง ๆ ไว้ที่รากและควรเก็บในฤดูหนาวปลายฤดูร้อน เพราะเป็นช่วงที่กระบวนสังเคราะห์แสงหยุดทำงาน เปลือก ควรเก็บก่อนที่จะมีการผลิใบใหม่และควรเก็บในฤดูร้อนและฤดูฝน ดังนั้นก่อนที่จะนำสมุนไพรแต่ละชนิดมาในในการป้องกันกำจัดหรือไล่แมลงศัตรูพืช ควรมีการศึกษาหาข้อมูลให้ดีเสียก่อนว่าจะนำส่วนไหนมาใช้และใช้ในช่วงเวลาใดจึงจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันกำจัดแมลง เพราะบางคนรู้เพียงว่าใช้พืชตัวนั้นตัวนี้ในการป้องกันกำจัดแต่ไม่ทราบว่าใช้ส่วนใดเวลาใดจึงจะเกิดประสิทธิภาพดีที่สุด การเลือกใช้สมุนไพรเพื่อกำจัดศัตรูพืชให้มีประสิทธิภาพ แบ่งได้ดังนี้ 1. สมุนไพรที่มีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช ได้แก่ :- หางไหลขาว (โล่ติ้น) หางไหลแดง (กะเพียด) ยาสูบ (ยาฉุน) เถาบอระเพ็ด สาบเสือ พริกไทย ข่าแก่ ขมิ้นชัน ตะไคร้หอม ตะไคร้แกง ดีปลี พริก โหระพา สะระแน่ กระเทียม กระชาย กระเพรา ใบผกากรอง ใบดาวเรือง ใบมะเขือเทศ ใบคำแสด ใบน้อยหน่า ใบยอ ใบลูกสบู่ต้น ใบลูกเทียนหยด ใบมะระขี้นก เปลือกว่านหางจระเข้ ว่านน้ำ เมล็ดโพธิ์ เมล็ดแตงไทย เปลือกมะม่วงหิมพานต์ ดอกลำโพง ดอกเฟื่องฟ้าสด กลีบดอกชบา ลูกทุเรียนเทศ รากเจตมูลเพลิงแดง 2. สมุนไพรที่มีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดหนอนชนิดต่างๆ ได้แก่ :- สะเดา (ใบ+ผล) หางไหลขาว (โล่ติ้น) หางไหลแดง (กะเพียด) หนอนตายหยาก สาบเสือ ยาสูบ (ยาฉุน) ขมิ้นชัน ว่านน้ำ หัวกลอย เมล็ดละหุ่ง ใบและเมล็ดสะบู่ต้น ดาวเรือง ฝักคูณแก่ ใบเลี่ยน ใบควินิน ลูกควินิน ใบมะเขือเทศ เถาบอระเพ็ด ใบลูกเทียนหยด เปลือกใบเข็มป่า เปลือกต้นจิกและจิกสวน ต้นส้มเช้า เมล็ดมันแกว ใบยอ ลูกเปลือกต้นมังตาล เถาวัลย์ยาง เครือบักแตก คอแลน มุยเลือด ส้มกบ ตีนตั่งน้อย ปลีขาว เกล็ดลิ้น ย่านสำเภา พ่วงพี เข็มขาว ข่าบ้าน บัวตอง สบู่ดำ แสยก พญาไร้ใบ ใบแก่-ผลยี่โถ
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 20 มีนาคม 2561
ถาม-ตอบ
อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับชีวภัณฑ์กำจัดหนู
นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ตอบเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2560
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาสัตววิทยา ได้ทำการวิจัยสมุนไพรไทยจำนวน 1,000 ชนิด และได้พบว่าพืชสมุนไพรไทยหลายชนิดมีผลทางการนำมาใช้ในการกำจัดศัตรูพืช จากความรู้เกี่ยวกับเรื่องสมุนไพรไทยที่ได้จากการวิจัยมาเป็นระยะเวลา 20 ปี ภาควิชาสัตววิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้วิจัยพบสูตรสมุนไพรและวิธีกลที่อาศัยหลักนิเวศวิทยาสัตว์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้ทางการเกษตร ในบ้านเรือนและทางการแพทย์ จำนวน 34 สูตร ซึ่งแบ่งออกเป็นสมุนไพรและวิธีกลที่ใช้กำจัดศัตรูในบ้านเรือน ทางการเกษตร จำนวน 18 สูตร และสมุนไพรที่ใช้ในทางการบำรุงร่างกายและทางการแพทย์ จำนวน 9 สูตร เครื่องมือทางอิเล็คโทรนิคส์ในการไล่ศัตรูในบ้านเรือนและทางการเกษตร 7 สูตร มีบริการให้คำปรึกษาศัตรูพืชและศัตรูในบ้านเรือน กรุณาติดต่อที่ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหาซื้อผลิตภัณฑ์ได้ ที่ร้านพันธุ์ไม้ ม.ก. บริเวณ KU Avenue (ประตู 3 ถนนงามวงศ์วาน) หรือติดต่อโดยตรงที่ รศ.ดร.สุรพล วิเศษสรรค์ ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร 089-980-4983; 089-618-4723 สามารถดูรายละเอียดผลงานวิจัยผ่าน www.suraphon.com และ http://www3.rdi.ku.ac.th/exhibition/51/Clinic/Clinic_04/index.htm
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2560

คลังความรู้

แหล่งความรู้อื่นๆ
การเกษตรทั่วไป
การส่งเสริม
มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ จะดำเนินการรณรงค์ ส่งเสริม และสนับสนุนให้ชุมชนพึ่งตนเองให้ได้ โดยพึ่งพาอาศัยกัน มีความสามัคคีกันและดำรงอยู่อย่างพอเพียงภายใต้พระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
โพสต์เมื่อ 26 เมษายน 2561
แหล่งความรู้อื่นๆ
สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด
สรรพคุณสมุนไพร แบ่งตามกลุ่มอาการ
โพสต์เมื่อ 25 เมษายน 2561
แหล่งความรู้อื่นๆ
บ้านสวนพอเพียง
หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบนอินเทอร์เน็ต : แบ่งปัน สร้างสรรค์ พอเพียง
โพสต์เมื่อ 25 เมษายน 2561
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู