แจ้งเตือนทุกหมวดหมู่

แสดง 1 - 4 จาก 4
หน้า
  • แจ้งเตือน
    โรคสัตว์
    ปศุสัตว์ยัน PRRS เกิดเฉพาะในหมู ไม่แพร่สู่คน

    นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงกรณีที่มีการระบาดของโรค PRRS ซึ่งเป็นโรคหรือกลุ่มอาการในระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจเฉพาะในสุกร ว่าที่ผ่านมาสั่งการให้ปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ และชุดเฉพาะกิจกรมปศุสัตว์ทั่วประเทศติดตามสถานการณ์โรคในสัตว์ใกล้ชิด พร้อมเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคต่อเนื่อง พร้อมทั้งสุ่มตรวจตามพื้นที่เสี่ยงสูง โดยเฉพาะตามแนวชายแดนทั่วประเทศ ขณะเดียวกันเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรต่างตื่นตัวดูแลสุขภาพสัตว์และป้องกันโรคสัตว์มาตลอด เมื่อพบความผิดปกติที่เกิดขึ้นในฟาร์มเลี้ยง จึงเร่งประสานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าตรวจสอบด่วน ทำให้การป้องกันโรคเกิดขึ้นเร็ว จนควบคุมสถานการณ์โรคได้ดี

    “ยืนยันว่าโรค PRRS เป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในหมู ไม่สามารถแพร่สู่คนได้ และกรมปศุสัตว์ได้ควบคุมป้องกันโรคในพื้นที่ที่ตรวจพบ ที่สำคัญผู้บริโภครับประทานเนื้อหมูได้ปลอดภัย เน้นเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน สังเกตสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” ที่กรมฯ มอบให้จุดจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์กว่า 7,000 แห่ง ซึ่งตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาตั้งแต่ต้นทางที่ฟาร์มเลี้ยงจนถึงมือผู้บริโภค สำคัญที่สุดคือ ปรุงสุกทุกครั้ง ไม่ทานดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ เพื่อสุขอนามัยที่ดี ลดความเสี่ยงอาหารเป็นพิษ ท้องร่วง หรือไข้หูดับ” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

    ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กำหนดไว้ว่า หากกรณีที่เกิดโรคระบาดในสัตว์ ต้องให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เร่งแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัด ให้เข้าไปตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับโรคระบาด โดยกรมปศุสัตว์จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและส่งตัวอย่างซากสัตว์มาชันสูตรโรคสัตว์ทางห้องปฏิบัติการ ในห้องปฏิบัติการ 8 แห่งทั่วประเทศ ว่าโรคที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด ใช้เวลาไม่เกิน 5 วันในการสรุปผลการตรวจ สำหรับผู้พบปัญหาโรคสัตว์และสินค้าปศุสัตว์ติดต่อกรมปศุสัตว์ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชัน “DLD 4.0” เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทันที


    อ่านต่อ
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    เตือนภัยการเกษตร : พริกระวังโรคแอนแทรคโนส หรือโรคกุ้งแห้ง

    สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศเย็นลง มีฝนตก บางพื้นที่ เตือนผู้ปลูกพริกทุกระยะการเจริญเติบโตรับมือโรคแอนแทรคโนส หรือโรคกุ้งแห้ง (เชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides, Colletotrichum capsici) โรคนี้มักพบบนผลพริกที่เริ่มสุก หรือก่อนที่ผลพริกจะเปลี่ยนสี อาการเริ่มแรกเป็นจุดหรือแผลช้ำยุบตัวเล็กน้อย ต่อมาแผลขยายใหญ่ลักษณะเป็นวงรีหรือวงกลม บริเวณแผลพบส่วนของเชื้อราเป็นตุ่มสีดำขนาดเล็กเรียงเป็นวงซ้อนกัน ในสภาพที่อากาศชื้นจะเห็นเมือกเยิ้มสีส้มอ่อน ซึ่งเป็นกลุ่มสปอร์ของเชื้อราสาเหตุโรค ถ้าอาการรุนแรงจะทำให้ผลเน่า ผลพริกที่เป็นโรคนี้จะโค้งงอบิดเบี้ยวลักษณะคล้ายกุ้งแห้ง และร่วงก่อนเก็บเกี่ยว
    แนวทางป้องกัน/แก้ไข
    1. เลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ หรือต้นกล้า จากแหล่งที่ปราศจากโรค หรือถ้าเก็บเมล็ดพันธุ์เอง ต้องเลือกจากผลพริกที่ไม่เป็นโรค
    2. ควรแช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำอุ่น 50 องศาเซลเซียส นาน 20-30 นาที ก่อนเพาะ
    3. จัดระยะปลูกพริกให้เหมาะสม ไม่ปลูกชิดกันเกินไป และกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก เพื่อไม่ให้แปลงปลูกมีความชื้นสูง ซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค
    4. หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบผลพริกเป็นโรค เก็บนำไปทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค
    5. หากพบว่าเริ่มมีการระบาดของโรค พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น อะซอกซีสโตรบิน 25% SC อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ 80% WP อัตรา 40-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ โพรคลอราซ 50% WP อัตรา 20-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7-10 วัน
    6. ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรครุนแรงควรปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน เพื่อตัดวงจรของโรค


    อ่านต่อ
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    เตือนภัยการเกษตร : มันฝรั่งระวังโรคใบไหม้

    สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศเย็นลง มีฝนตก บางพื้นที่ เตือนผู้ปลูกมันฝรั่ง ในระยะ ระยะ การเจริญเติบโตทางลำต้น รับมือโรคใบไหม้ (เชื้อรา Phytophthora infestans) มักพบอาการของโรคที่ใบล่างก่อน โดยด้านบนใบพบจุดแผลฉ่ำน้ำสีเขียวหม่นคล้ายถูกน้ำร้อนลวก ต่อมาแผลจะขยายใหญ่ ตรงกลางแผลจะแห้งเป็นสีน้ำตาล บริเวณขอบแผลฉ่ำน้ำมีสีดำ เมื่อพลิกดูด้านใต้ใบบริเวณตรงกัน ที่ขอบแผลจะมองเห็นเป็นละอองน้ำเล็กๆ สีขาวใสติดอยู่ แผลจะลุกลามออกไป ทำให้ใบไหม้แห้งเป็นสีน้ำตาลในที่สุด หากสภาพแวดล้อมเหมาะสม คือ อากาศเย็นและมีความชื้นสูง หรือในสภาพที่มีหมอกลงจัด โรคจะลุกลามอย่างรวดเร็วไปยังต้นอื่นๆ ทำให้มองเห็นใบไหม้แห้งกระจายเป็นหย่อมๆ ในแปลง อาจพบอาการโรคที่ส่วนของลำต้นและกิ่งก้าน แผลมีสีน้ำตาลหรือสีดำ เมื่ออาการรุนแรงลำต้นและกิ่งก้านจะหักพับและแห้งตายอย่างรวดเร็ว หากโรคเข้าทำลายที่หัวจะทำให้หัวเน่า
    แนวทางป้องกัน/แก้ไข
    1. หลีกเลี่ยงการปลูกมันฝรั่งในพื้นที่ที่เคยมีการระบาดของโรคนี้มาก่อน
    2. ไถพลิกดินตากแดด 1-2 สัปดาห์ เพื่อลดปริมาณเชื้อโรคในดิน
    3. ใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่ไม่มีร่องรอยการติดเชื้อ
    4. ปรับระยะปลูกไม่ให้แน่นเกินไป เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค
    5. ไม่ให้น้ำมากเกินไป ควรหลีกเลี่ยงการให้น้ำในตอนเย็น
    6. หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบต้นที่แสดงอาการโรค ควรถอนและนำไปทำลายนอกแปลงปลูก แล้วพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เมทาแลกซิล 25% WP อัตรา 30 - 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ
    ไดเมโทมอร์ฟ 50% WG อัตรา 20 - 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไซมอกซานิล + แมนโคแซบ 8% + 64% WP อัตรา 50 - 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ + เมทาแลกซิล-เอ็ม 64% + 4% WG อัตรา 30 - 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไอโพรวาลิคาร์บ + โพรพิเนบ 5.5% + 61.3% WP อัตรา 40 - 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นให้ทั่วทั้งบนใบและใต้ใบ ทุก 5-7 วัน ไม่ควรพ่นสารชนิดใดชนิดหนึ่งต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ควรใช้สลับชนิด เพื่อป้องกันการดื้อยาของเชื้อราสาเหตุโรค
    7. แปลงที่พบการระบาดของโรค หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ให้เก็บซากพืช รวมทั้งหัวมันฝรั่งที่ตกค้างในแปลง นำไปทำลายนอกแปลงปลูก เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมของเชื้อสาเหตุโรค


    อ่านต่อ
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563
  • แจ้งเตือน
    กฎหมาย
    อธิบดีกรมปศุสัตว์สั่งชุดเฉพาะกิจกวาดล้างเนื้อโคปลอม ส่งขายร้านชาบู ร้านอาหารอีสาน ส่งขายออนไลน์ทั่วประเทศ

    อธิบดีกรมปศุสัตว์สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณย่านคลองสามวา เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบนำเนื้อสุกรมาปลอมแปลงให้เหมือนเนื้อโคและจำหน่ายแก่ผู้บริโภค โดยจากการตรวจสอบพบมีการประกอบกิจการ​จำหน่าย​เนื้อสัตว์​และตัดแต่งจริง พร้อมกับมีการขายออนไลน์ทางเฟซบุ๊ค​ เป็นลักษณะแช่แข็งที่จำหน่าย​ไปยังร้านชาบู ร้านค้าเนื้อ และร้านอาหาร​อีสานทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และกฎหมายควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559


    อ่านต่อ
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563
แสดง 1 - 4 จาก 4
หน้า
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู