แจ้งเตือนทุกหมวดหมู่

แสดง 1 - 2 จาก 2
หน้า
  • แจ้งเตือน
    พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร ระหว่างวันที่ 21-27 มกราคม 2562

    พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร ระหว่างวันที่ 21-27 มกราคม พ.ศ. 2562

    ภาคเหนือ - สําหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือน อย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและควรเพิ่มความอบอุ่นภายในโรงเรือนเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำควรลดปริมาณอาหาร เนื่องจากอุณหภูมิที่ลดลงจะส่งผลให้สัตว์น้ำกินอาหารได้น้อยลง อาหารที่เหลือจะทําให้น้ำเน่าเสียได้

    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ - ระยะนี้จะมีอากาศเย็นถึงหนาว เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และทําแผงกําบังลมเพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอ และเป็นโรคได้ง่าย เกษตรกรที่ปลูกมะม่วงควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืช เช่น เพลี้ยจักจั่นและเพลี้ยไฟ เป็นต้น

    ภาคกลาง - สําหรับพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่นอกเขตชลประทาน เกษตรกรควรวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งควรใช้เศษวัชพืชคลุมทั่วบริเวณโคนต้นใต้ทรงพุ่ม เพื่อลดการระเหยของน้ำและรักษาความชื้นในดิน

    ภาคตะวันออก - สําหรับไม้ผลที่อยู่ในระยะติดผล เกษตรกรควรดูแลให้น้ำอย่างเพียงพอ เพราะหากได้รับน้ำไม่เพียงพอจะส่งผลให้ติดผลลดลง ผลผลิตมีขนาดเล็ก และคุณภาพต่ำ รวมทั้งควรระวังศัตรูพืชจําพวกแมลงปากดูดเข้าดูดกินน้ำเลี้ยง ทําให้พืชทรุดโทรม ผลผลิตลดลงและด้อยคุณภาพ สําหรับเกษตรกรที่มีแหล่งน้ำเป็นของตนเองควรวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีน้ำใช้ในช่วงแล้ง

    ภาคใต้ - ระยะนี้แม้จะมีฝนตก แต่ปริมาณฝนก็ไม่เพียงพอกับความต้องการ เกษตรกรควรให้น้ำแก่พืชตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้พืชชะงักการเจริญเติบโต รวมทั้งคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชและโคนต้นด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใบไม้ ฟางข้าว และหญ้าแห้ง เพื่อลดการระเหยของน้ำและรักษาความชื้นภายในดิน เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืช จําพวกแมลงปากดูด เช่น เพลี้ยไฟ และไรชนิดต่างๆ ซึ่งจะทําให้พืชชะงักการเจริญเติบโต และสัปดาห์นี้บริเวณอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือและชาวประมงควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


    อ่านต่อ
    วันที่ 22 มกราคม 2562
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    กรมวิชาการเกษตรแจ้งเตือนภัย ช่วงวันที่ 16-22 มกราคม 2562

    ช่วงอากาศชื้น หมอกลงจัด หรืออาจมีฝนตกในช่วงนี้ มันฝรั่งในระยะเจริญเติบโตทางลำต้นโปรดระวัง โรคใบไหม้ (เชื้อราPhytophthora infestans)

    แนวทางป้องกัน

    1. หลีกเลี่ยงการปลูกมันฝรั่งในพื้นที่ที่เคยมีการระบาดของโรคนี้มาก่อน ไถพรวนดิน และใส่ปูนขาว ตากดินไว้นานกว่า 2 สัปดาห์ จะช่วยลดปริมาณเชื้อในดินลงได้มาก

    2. ใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่ไม่มีร่องรอยการติดเชื้อ

    3. ปรับระยะปลูกไม่ให้แน่นเกินไป เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค

    4. อย่าให้น้ำมากเกินไป ควรหลีกเลี่ยงการให้น้ำตอนเย็น

    5. หมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบต้นที่แสดงอาการโรคควรถอนและนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก แล้วพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไดเมโทมอร์ฟ 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 20-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไซมอกซานิล + แมนโคแซบ 8% + 64%ดับเบิ้ลยูพีอัตรา 50-60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือแมนโคเซบ + เมทาแลกซิล-เอ็ม 64% + 4% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 30-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไอโพรวาลิคาร์บ + โพรพิเนบ 5.5% + 61.3% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 40-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นให้ทั่วทั้งบนใบและใต้ใบ ทุก 5-7 วัน ไม่ควรพ่นสารชนิดใดชนิดหนึ่งต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ควรใช้สลับชนิดเพื่อป้องกันการดื้อยาของเชื้อราสาเหตุโรค

    6. แปลงที่พบการระบาดของโรค หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วให้เก็บซากพืชไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก

         การจัดการพืชแบบผสมผสาน ทั้งรักษาความอุดมสมบรูณ์ในดินจะช่วยรักษาน้ำในดินไว้ได้มากขึ้น ช่วยให้พืชสามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมและศัตรูพืชได้มากกว่าต้นพืชที่ไม่ได้รับการจัดการที่ดี


    อ่านต่อ
    วันที่ 15 มกราคม 2562
แสดง 1 - 2 จาก 2
หน้า
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู