แจ้งเตือนทุกหมวดหมู่

  • แจ้งเตือน
    การประมง/การเพาะเลี้ยง
    กฎหมาย
    กรมประมงเข้มมาตรการควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น หลังพบการระบาดหลายชนิด หวั่นกระทบระบบนิเวศธรรมชาติ
    จากกรณีที่พบการแพร่ระบาดของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่น (Alien species) ในประเทศไทยหลายสายพันธุ์ อาทิ ปลาซัคเกอร์ หอยเชอรี่ เต่าญี่ปุ่น รวมถึงปลาหมอสีคางดำ และปลาพีคอกแบส ที่ขณะนี้สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่สนใจของกระแสสังคม ซึ่งการหลุดรอดของสัตว์น้ำต่างถิ่นกลายเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของแหล่งน้ำในธรรมชาติและเสี่ยงต่อการรุกรานสัตว์น้ำท้องถิ่นของไทย ตลอดจนสร้างความเสียหายต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจากการระบาดดังกล่าว นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่าปัญหาการรุกรานของสัตว์น้ำต่างถิ่นหรือเอเลี่ยนสปีชีย์ เป็นหนึ่งในนโยบายที่กรมประมงได้ให้ความสำคัญอย่างมาก โดยล่าสุดได้กำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาเพื่อหยุดวงจรการแพร่ระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่นไม่ให้ไปทำลายสัตว์น้ำพื้นถิ่นของประเทศ และได้เตรียมร่างกฎหมายลำดับรองโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการประมง ปี 2558 ซึ่งกรมประมงจะมีอำนาจอย่างชัดเจนในการควบคุมดูแลสัตว์น้ำต่างถิ่น และสำหรับปลาหมอสีคางดำจะถูกเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่ห้ามนำเข้าอย่างเด็ดขาด โดยกรมประมงได้มีนโยบายเร่งกำจัดปลาชนิดนี้และไม่ส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงเนื่องจากเป็นพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นที่รุกรานและมีรายงานพบการรุกรานในต่างประเทศ ทั้งนี้ได้ส่งนักวิชาการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลทางชีวภาพและการแพร่ระบาดในแหล่งน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อวางแผนกำจัดปลาหมอสีคางดำในบ่อเลี้ยงและแหล่งน้ำธรรมชาติด้วยเครื่องมือประมงและวิธีต่างๆ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป กรณีสัตว์น้ำต่างถิ่นสายพันธุ์อื่นๆ หากจะนำเข้ามาในประเทศก็จะต้องผ่านพิจารณาจากคณะกรรมการระดับสถาบันด้านความปลอดภัยและความหลากหลายทางชีวภาพของกรมประมง (IBC) เป็นรายชนิดอย่างละเอียด ทั้งนี้กรมประมงไม่ได้กำหนดห้ามนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่นทุกชนิด การที่จะนำเข้าจะต้องให้คำตอบได้อย่างชัดเจนถึงวัตถุประสงค์ของการนำเข้าสัตว์น้ำชนิดนี้ และมีวิธีป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำต่างถิ่นหลุดออกไปยังแหล่งน้ำสาธารณะ สำหรับบทลงโทษถ้ามีการประกาศกฎหมายบังคับใช้หากพบผู้ใดกระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่ผู้กระทำผิดนำสัตว์น้ำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้เพื่อเป็นการเฝ้าระวังไม่ให้สัตว์น้ำต่างถิ่นหลุดลอดลงแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ต่างๆ กรมประมงจึงได้สั่งการให้สำนักงานประมงจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศได้ทำการประชาสัมพันธ์ถึงผลเสียจากการแพร่ระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่น และรณรงค์ให้ประชาชนที่นิยมปล่อยปลาทำบุญเนื่องในโอกาสต่างๆ หันมาปล่อยปลาสายพันธุ์ไทยแท้เพื่อช่วยรักษาสมดุลให้กับระบบนิเวศอีกด้วย อธิบดีกรมประมงกล่าวในตอนท้ายว่า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากท่านเลี้ยงหรือครอบครองสัตว์น้ำต่างถิ่น (สัตว์น้ำจากต่างประเทศ) ควรศึกษาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศในทุกๆ ด้านอย่างรอบคอบ และหากไม่ต้องการเลี้ยงอีกต่อไปแล้ว อย่านำไปปล่อยลงในแหล่งน้ำสาธารณะโดยเด็ดขาด ขอให้ท่านนำสัตว์น้ำต่างถิ่นมามอบให้กับทางกรมประมง หรือสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ใกล้บ้านท่าน เพื่อให้กรมประมงรับไปดูแลและป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำต่างถิ่นหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะอันจะสร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศของประเทศต่อไป
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
  • แจ้งเตือน
    แรงงาน
    ภาครัฐเข้ม! จัดระเบียบแรงงานต่างด้าวแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน 1–31 ต.ค นี้ กรมประมงเปิดขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวภาคประมง
    กรมประมงเปิดขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีที่ประสงค์ทำงานในเรือประมง สามารถขอขึ้นทะเบียนจัดทำทะเบียนประวัติ (ท.ร. 38/1) และยื่นคำขอหนังสือคนประจำเรือภายใน 1 เดือน ระหว่างวันที่ 1–31 ตุลาคม 2017 ณ สถานที่กรมประมงกำหนดใน 22 จังหวัดชายทะเล นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากการที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 26 กันยายน 2017 เรื่อง การออกหนังสือคนประจำเรือตามกฎหมายว่าด้วยการประมง พ.ศ. 2017 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมง โดยอำนวยความสะดวกให้คนต่างด้าวที่ประสงค์ทำงานในเรือประมงอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และการอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวทำงานในเรือประมงที่จะออกไปทำการประมงในทะเลโดยประกาศดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2017 เพื่อเป็นการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวตลอดจนเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคประมง สำหรับแรงงานต่างด้าว 1. แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีที่ประสงค์ทำงานในเรือประมงแต่ไม่มีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าวสามารถมาลงทะเบียนได้กับทางกรมประมง ณ สถานที่กรมประมงกำหนดใน 22 จังหวัดชายทะเลในระหว่างวันที่ 1–31 ตุลาคม 2017 โดยกระทรวงมหาดไทยได้อำนวยความสะดวกในการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรด้วย 2. กรณีคนต่างด้าวมีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว และเอกสารถูกต้องครบถ้วน และประสงค์จะทำงานในเรือประมงสามารถขอรับหนังสือคนประจำเรือได้ตลอดเวลา แม้สิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวแล้วเนื่องจากเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว สำหรับนายจ้างหรือผู้ประกอบการ 1. สำหรับนายจ้างที่มีความประสงค์จ้างแรงงานประมงต่างด้าวทำงานในเรือประมงสามารถยื่นทะเบียนนายจ้างเพื่อแจ้งความประสงค์จ้างแรงงานได้ทางกรมประมงในระหว่างวันที่ 30 กันยายน–10 ตุลาคม 2017 เพื่อทางกรมประมงจะดำเนินการจัดทำบัญชีรายชื่อนายจ้างเพื่อให้คนงานต่างด้าวเลือกสมัครเข้าทำงาน 2. กรณีที่มีการตกลงจ้างแรงงานให้นายจ้างดำเนินการให้มีการทำสัญญาจ้างระหว่างนายจ้าง–ลูกจ้าง ดำเนินการตรวจโรคพร้อมจัดทำหนังสือคนประจำเรือ ในระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม–15 พฤศจิกายน 2017 ทั้งนี้ ในระหว่างที่มีการเจรจาจ้างแรงงาน อาจมีผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนหรือผู้แทนองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์กับทางภาครัฐด้วย สำหรับกรณีเจ้าของเรือที่มีขนาดต่ำกว่า 30 ตันกรอสซึ่งมีคนประจำเรือซึ่งเป็นคนต่างด้าวทำงานอยู่ในเรือประมงอยู่จะต้องขอหนังสือคนประจำเรือภายใน 120 วันนับแต่วันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ ท้ายนี้อยากฝากถึงแรงงานต่างด้าวขอให้รีบมาขึ้นทะเบียนประวัติเพื่อทำงานในเรือประมงภายในราชอาณาจักรไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ด้านผู้ประกอบการหากมีแรงงานต่างด้าวทำงานในเรือประมงให้แจ้งแรงงานต่างด้าวมารายงานตัวและขอรับหนังสือคนประจำเรือภายในระยะเวลาหากพ้นกำหนดนายจ้างที่รับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานจะมีโทษปรับตั้งแต่ 400,000-800,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน สอบถามรายละเอียดการขอขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประมงจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเล หรือกองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ โทร.0 2940 6267
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 10 วัน
  • แจ้งเตือน
    กฎหมาย
    โรคสัตว์
    ประกาศกรมประมง เรื่องงดการออกใบอนุญาต และหนังสืออนุญาตให้นำเข้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (เพิ่มเติม) 2017
    เนื่องจากมีรายงานการพบโรคไอเอ็มเอ็น (Infectious myonecrosis, IMN) ในประเทศอินเดียและประเทศมาเลเซีย ประกอบมีรายงานเพิ่มเติมจากองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ว่ากุ้งน้ำตาล กุ้งกุลาดำ และกุ้งฟ้า อาจเป็นพาหะของโรคดังกล่าว เพื่อป้องกันมิให้โรคดังกล่าวเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย กรมประมงจึงงดการออกใบอนุญาต และหนังสืออนุญาตให้นำ กุ้งแช่บ๊วย กุ้งขาว กุ้งน้ำตาล กุ้งกุลาดำ และกุ้งฟ้า ที่มีชีวิต หรือส่วนใดในลักษณะของกุ้งดิบแช่เย็น แช่แข็งที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอินเดียและประเทศมาเลเซีย เข้ามาในราชอาณาจักร ประกาศนี้มิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ผู้ประกอบการที่มีหนังสือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อนำเข้ากุ้ง ซากหรือส่วนหนึ่งส่วนใดลักษณะของกุ้งดิบแช่เย็น แช่แข็ง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกุ้งดังกล่าว ไว้ก่อนประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ และได้แจ้งไว้ต่อกรมประมงภายใน 7 วันนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
  • แจ้งเตือน
    นิเวศวิทยาทางน้ำ
    การประมง/การเพาะเลี้ยง
    พบฝูงฉลามหูดำหากินใกล้ชายฝั่งกระบี่
    นายจำเป็น ผอมภัคดี หน.หน่วยพิทักษ์อุทยานเกาะห้อง เขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เมื่อช่วงเช้าวันนี้มีฝูงปลาทูจำนวนมาก เข้ามาหากินชายฝั่งบริเวณหมู่เกาะห้อง ตำบลเขาทอง อำเภอเมืองกระบี่ ได้มีฝูงฉลามหูดำกว่า 10 ตัว ว่ายน้ำติดตามไล่จับปลาทูเป็นอาหาร โดยฉลามฝูงดังกล่าวแต่ละตัวมีความยาวประมาณ 1-1.50 เมตร จากภาพที่บันทึกไว้ได้ ระบุว่า ฉลามหูดำใช้เวลาขึ้นมาหาอาหาร 30 นาที จึงว่ายน้ำกลับลงไปยังบริเวณน้ำลึก นายจำเป็น เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาฝูงฉลามหูดำขึ้นมาว่ายน้ำหาอาหารริมชายหาดไม่บ่อยนัก แต่หลังจากเกิดมรสุมฝนตกหนัก ช่วงเช้าจะพบเห็นฝูงฉลามจะมาหากินตามชายหาดเกาะห้องบ่อยขึ้น ซึ่งปีนี้พบเกือบทุกวัน ส่วนใหญ่อาศัยบริเวณน้ำลึกและออกหาอาหารในช่วงกลางคืนรอบๆ หมู่เกาะห้องที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ โดยเจ้าหน้าที่คุมเข้มห้ามทำประมงบริเวณหมู่เกาะแห่งนี้ และแจ้งเตือนประชาชน นักท่องเที่ยว ห้ามทำร้ายปลาฉลามหูดำเนื่องจากไม่ดุร้ายทำร้ายมนุษย์
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
  • แจ้งเตือน
    การเพาะเลี้ยง
    โรคสัตว์
    ปลายฝนต้นหนาวเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเตรียมตัวให้พร้อม
    "ปลายฝน ต้นหนาว" ผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลต้องรับมืออย่างไร? สำหรับช่วงฤดูหนาวนี้ ควรหลีกเลี่ยงการปล่อยกุ้ง หรือหากปล่อยก็ไม่ควรหนาแน่นจนเกินไป หากสังเกตพบความผิดปกติเช่น กุ้งว่ายมาเกยขอบบ่อ กินอาหารน้อย ตัวนิ่ม สีผิวผิดปกติ ให้สันนิษฐานว่ากุ้งอาจป่วยหรือติดเชื้อโรคได้ ซึ่งโรคที่พบได้แก่ โรคไวรัสตัวแดงดวงขาว โรคทอร่า และโรคหัวเหลือง 1. ควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อให้คงที่ 2. ให้อาหารที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสม 3. งดให้อาหารหรือลดปริมาณอาหาร กรณีพบกุ้งในบ่อดินตายด้วยโรคไวรัส 4. กรณีผู้เลี้ยงกุ้งในตู้หรือบ่อซีเมนต์เล็ก อาจใช้เครื่องให้ความร้อนเพื่อควบคุมอุณหภูมิน้ำให้เหมาะสม
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 20 วัน
  • แจ้งเตือน
    การเพาะเลี้ยง
    โรคสัตว์
    การเตรียมรับมือในการเลี้ยงสัตว์น้ำในช่วงปลายฝนต้นหนาว
    "ปลายฝน ต้นหนาว" ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต้องรับมืออย่างไร? 1. หมั่นสังเกตการกินอาหารของสัตว์น้ำ 2. ไม่ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำในปริมาณมาก 3. งดการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำโดยไม่จำเป็น 4. หากเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงพบว่าน้ำเริ่มเน่าเสีย ให้ใช้เกลือสาดประมาณ 200-300 กก./บ่อขนาด 1 ไร่ เพื่อป้องกันโรคระบาดในปลาน้ำจืด 5. กรณีพบปลาป่วยในแหล่งน้ำธรรมชาติ ให้ปิดทางน้ำที่จะเข้ามาฟาร์ม และงดการนำน้ำจากภายนอกเข้ามาในบ่อโดยเด็ดขาด 6. หากพบปลาป่วยหรือตายด้วยโรคอียูเอส ให้ทำลายโดยการฝังกลบหรือเผาทันที เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของโรค และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กรมประมงในพื้นที่ทันที
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
  • แจ้งเตือน
    อุตุนิยมวิทยา
    ประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 21-26 ต.ค. 2017) ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2017
    ในช่วงวันที่ 21-26 ต.ค. 60 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน โดยในช่วง 1-3 วันแรกจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวน และติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 8 วัน
  • แจ้งเตือน
    โรคสัตว์
    เตือนภัยโรคระบาดชั่วคราว ชนิดพิษสุนัขบ้า
    สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชั่วคราว ชนิดพิษสุนัขบ้า (Rabies) ในพื้นที่ หมู่ที่ 13 บ้านหนองพิมาน ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ประกาศ ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2017
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
  • แจ้งเตือน
    โรคสัตว์
    เตือนภัยโรคระบาดชั่วคราว ชนิดปากและเท้าเปื่อย
    สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี ประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชั่วคราว ชนิดปากและเท้าเปื่อย ในท้องที่บ้านห้วยวังปลา หมู่ที่ 5 ตำบลศรีธาตุ อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี ประกาศ ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2017
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 19 วัน
  • แจ้งเตือน
    โรคสัตว์
    เตือนภัยโรคคอบวม
    กรมปศุสัตว์เตือนโรคคอบวม โรคอันตรายของวัวควาย ป้องกันได้ด้วยการทำวัคซีน (153/2017): อธิบดีกรมปศุสัตว์ เตือนเกษตรกรให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอบวมให้กับโค-กระบือปีละ 1 ครั้งเป็นประจำทุกปี เนื่องจากโรคคอบวมเป็นโรคระบาดสัตว์ที่รุนแรง สัตว์ที่ป่วยจะแสดงอาการป่วยแบบเฉียบพลันและตายภายในไม่กี่ชั่วโมง หากพบอาการของโรคให้รีบแจ้งสัตวแพทย์อำเภอในพื้นที่ทันทีเพื่อเข้าควบคุมโรคและลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ทั้งนี้ โรคคอบวมในโค-กระบือไม่เป็นโรคที่ติดต่อระหว่างสัตว์และคน นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยว่าในการเลี้ยงโค-กระบือเป็นอุตสาหกรรมนั้น นอกจากเป็นสัตว์พันธุ์ดี มีระบบจัดการรวมทั้งการเลี้ยงที่ดีแล้วยังต้องมีการป้องกันรักษาโรคดีอีกด้วยเพราะสัตว์ที่มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ย่อมไม่สามารถให้ผลิตผลที่ดีได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญประการหนึ่งในการป้องกันโรคสู่สัตว์เลี้ยง คือ การทำวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ ซึ่งโรคระบาดที่สำคัญในโค-กระบือ ได้แก่ โรคปากและเท้าเปื่อย โรคคอบวม โรคบรูเซลโลสิสหรือโรคแท้งติดต่อ เป็นต้น โรคคอบวมในโค – กระบือ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียพาสทูเรลลา มัลโตซิดา (Pasteurella multocida) สัตว์ป่วยที่แสดงอาการอย่างเฉียบพลันมักมีอาการซึม น้ำลายไหลและตายภายในเวลาอันรวดเร็วไม่เกิน 24 ชั่วโมง ส่วนอาการอื่นๆ ในระยะต่อมาจะสังเกตเห็นอาการทางระบบทางเดินหายใจ คือ อ้าปากหายใจ หายใจหอบลึก ยืดคอไปข้างหน้า หายใจมีเสียงดัง ลิ้นบวมจุกปาก หน้า คอหรือหน้าอกจะมีอาการบวม แข็งและร้อน นอกจากนี้อาจพบอาการเสียดท้อง ท้องอืด อุจจาระเป็นเลือดร่วมด้วย เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อยู่ในระบบทางเดินหายใจของสัตว์ปกติได้ โดยที่สัตว์ไม่แสดงอาการป่วยแต่เมื่อภาวะทำให้สัตว์เครียด เช่น ช่วงอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลง มีการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือมีการใช้แรงงานสัตว์มากเกินไป ในภาวะที่มีความเครียดสัตว์ที่เป็นตัวเก็บเชื้อจะปล่อยเชื้อปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำ เมื่อสัตว์ตัวอื่นกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่เข้าไปก็จะป่วยเป็นโรคนี้และขับเชื้อออกมากับสิ่งขับถ่ายต่างๆ เช่น น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ ทำให้โรคแพร่ระบาดต่อไป โดยเชื้อชนิดนี้สามารถปนเปื้อนในแปลงหญ้าได้นาน 24 ชั่วโมงแต่ถ้าอยู่ในดินที่ชื้นแฉะจะอยู่ได้นานถึง 1 เดือน ถึงจะเป็นโรคระบาดที่รุนแรงในโค-กระบือ แต่เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ โดยกรมปศุสัตว์มีโครงการรณรงค์เสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคคอบวมให้กับโค-กระบือปีละ 1 ครั้งซึ่งช่วงเวลารณรงค์ของการฉีดวัคซีนดังกล่าวจะอยู่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมเป็นประจำทุกปี โดยกำหนดให้ฉีดวัคซีนในกระบือทุกตัวที่อายุตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป เน้นฉีดวัคซีนกับกระบือทุกตัวและในโคในพื้นที่ที่เคยเกิดโรค นอกจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคแล้ว เกษตรกรสามารถป้องกันโรคนี้ได้ด้วยการสังเกตอาการสัตว์ที่เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ หากพบสัตว์ป่วยหรือสัตว์ตายผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่เพื่อดำเนินการรักษาและแยกสัตว์ป่วยออกจากฝูงทันทีเพื่อให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างรวดเร็ว ส่วนสัตว์ที่ตายก็ไม่ควรนำไปบริโภคหรือนำซากไปขายต่อ เพื่อป้องกันการกระจายของโรคไปยังพื้นที่อื่น หากเกษตรกรมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคคอบวมและวิธีการในการป้องกันโรค สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด หรือสำนักงานปศุสัตว์ใกล้บ้านท่าน
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
  • แจ้งเตือน
    โรคสัตว์
    เตือนภัยโรคระบาดชั่วคราว ชนิดโรคอหิวาต์สัตว์ปีก (fowl cholera)
    สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุตรดิตถ์ ประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชั่วคราว ชนิดโรคอหิวาต์สัตว์ปีก (fowl cholera) ในท้องที่ บ้านคลองสัมพันธ์ หมู่ที่ 9 ตำบลวังดิน อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน 2017
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
  • แจ้งเตือน
    โรคสัตว์
    เตือนภัยโรคระบาดชั่วคราว ชนิดโรคแท้งติดต่อ
    สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ ประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชั่วคราว ชนิดโรคแท้งติดต่อ ในท้องที่บ้านโนนเสถียร หมู่ที่ 7 ตำบลโนนศิลา อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน 2017
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 16 วัน
  • แจ้งเตือน
    โรคสัตว์
    เตือนภัยโรคระบาด ชนิดไข้หวัดนก
    สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ ประกาศกำหนดเขตเฝ้าระวังโรคระบาด ชนิดไข้หวัดนก ในท้องที่ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอในจังหวัดกระบี่ ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2017 ในท้องที่ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอในจังหวัดกระบี่ ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2017
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 24 วัน
  • แจ้งเตือน
    ทรัพยากรน้ำ
    เตือนภัยเตรียมอพยพสัตว์พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย
    กรมปศุสัตว์เตรียมอพยพสัตว์พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย (151/2017): พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงเกษตรกร ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำต่างๆ ที่อาจเพิ่มสูงขึ้น จากปริมาณน้ำสะสม และมีฝนตกลงมาเพิ่ม ทำให้มีโอกาสน้ำล้นตลิ่ง เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชน จึงได้สั่งทุกหน่วยงานพร้อมให้ความช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะการจัดทำคอกอพยพสัตว์เคลื่อนที่ไปในที่น้ำท่วมไม่ถึง เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนและความเสียหายให้เกษตรกรทันที นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ได้เตรียมพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเต็มที่ โดยดำเนินการตามมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้ประสบอุทกภัย มีการเตรียมความพร้อม ในด้านบุคลากร ยานพาหนะ เครื่องมือ อุปกรณ์ จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการอพยพสัตว์ขึ้นอยู่ในพื้นที่สูง การสำรองเสบียงสัตว์และเวชภัณฑ์ สำหรับเตรียมให้การช่วยเหลือเกษตรกรเมื่อเกิดภัย นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ยังได้ร่วมกับเกษตรกรจัดทำจุดอพยพสัตว์เคลื่อนที่ ในพื้นที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง โดยใช้คอกเคลื่อนที่ของกรมปศุสัตว์ และมีการจัดทำคลังเสบียงพืชอาหารสัตว์ชุมชน เพื่อความสะดวกในการจัดการดูแลเลี้ยงดูสัตว์ ตลอดจนการสร้างการรับรู้ เฝ้าระวังและประชาสัมพันธ์ อีกทั้งการประเมินความต้องการและผลกระทบเบื้องต้น เพื่อบรรเทาทุกข์ของเกษตกรให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรติดตามสถานการณ์และประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมพร้อมในการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำท่วม และระมัดระวังอันตรายจากการสัญจรทางน้ำ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากเกษตรกรรายใดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และต้องการขอรับการสนับสนุนพืชอาหารสัตว์ จากกรมปศุสัตว์ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ใกล้บ้าน ด้วยความปรารถนาดีจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 6 วัน
  • แจ้งเตือน
    อุตุนิยมวิทยา
    โรคสัตว์
    สัตวแพทยศาสตร์
    เตือนแล้ว ต้องระวัง! โรคสัตว์ปีก ปลายฝนต้นหนาว
    กรมปศุสัตว์ เตือนช่วงปลายฝนสภาพอากาศเปลี่ยนกระทบสุขภาพสัตว์ปีกโดยตรง เสี่ยงอ่อนแอติดเชื้อโรคได้ง่าย โดยเฉพาะโรคหลอดลมอักเสบ และโรคอหิวาต์ สั่งการทุกจังหวัดคุมเข้มมาตรการเฝ้าระวังหวัดนกจากประเทศเพื่อนบ้าน แนะเกษตรกรดูแลสุขภาพสัตว์ใกล้ชิด เตรียมโรงเรือน-จัดสภาพภายในให้เหมาะสมช่วยป้องกันโรคระบาดสัตว์ได้ น.สพ.สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ในฐานะโฆษกกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่าปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูกาล จากฤดูฝนสู่ฤดูหนาวระหว่างวันสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทั้งฝนตกหนักทำให้อากาศค่อนข้างชื้นสลับกับอากาศร้อนจัดในช่วงกลางวัน และหนาวเย็นลงในตอนกลางคืนสภาวะเช่นนี้ทำให้สัตว์เลี้ยงมีภูมิคุ้มกันต่ำลงกรมปศุสัตว์จึงเร่งให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดและปศุสัตว์อำเภอเพิ่มความถี่ในการออกตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำ ให้ความรู้สร้างความเข้าใจในวิธีการเลี้ยงและการป้องกันโรคแก่เกษตรกรพร้อมค้นหาสัตว์ป่วยหรือตายที่มีอาการคล้ายโรคระบาดหากตรวจพบจะดำเนินการตามหลักการที่ถูกต้องทันที “ขอให้เกษตรกรหมั่นดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะสัตว์ปีกที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศมากกว่าสัตว์ประเภทอื่นจึงอาจเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะโดยเฉพาะโรคหลอดลมอักเสบ และโรคอหิวาต์ ขณะเดียวกันช่วงช่วงนี้ยังเป็นฤดูกาลอพยพของนกจากต่างถิ่น ที่อาจจะนำเชื้อโรคเข้ามาด้วยขอแนะนำให้เกษตรกรจัดเตรียมโรงเรือนที่สามารถป้องกันลมและฝนได้กรณีโรงเรือนแบบเปิดต้องเพิ่มตาข่ายป้องกันสัตว์พาหะนำโรคหากอากาศเปลี่ยนแปลงมากควรให้วิตามินเสริม 3-5 วันติดต่อกัน”น.สพ.สรวิศ กล่าว รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวอีกว่า เกษตรกรควรย้ายสัตว์ปีกที่เลี้ยงหลังบ้านเข้าเลี้ยงในโรงเรือนทั้งหมดเน้นการจัดการโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ดูแลโรงเรือนให้อยู่ในสภาพดี ในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักและลมแรงควรเพิ่มผ้าใบด้านข้างโรงเรือน เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์โดนละอองฝนและเข้มงวดกับการใช้ยาฆ่าเชื้อโรคก่อนเข้าฟาร์มและโรงเลี้ยง ควรให้อาหารและน้ำสะอาดอย่างเพียงพอที่สำคัญต้องทำวัคซีนป้องกันโรคตามโปรแกรมที่กรมปศุสัตว์กำหนดสัตว์จะปลอดโรคและแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา ช่วยลดอัตราการป่วย-ตาย และให้ผลผลิตดีขึ้น สำหรับการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ เมียนมา กัมพูชามาเลเซีย และลาว ตามรายงานขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE)กรมปศุสัตว์มีหน่วยงานเฉพาะที่เฝ้าติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดและมีมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะการตรวจสอบการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเข้า-ออกตามแนวชายแดนและเจ้าหน้าที่ด่านกักสัตว์ได้ตั้งจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อยานพาหนะต้องสังสัยที่จุดผ่านแดน ทั้งรถยนต์รถจักรยาน และรถเข็น โฆษกกรมปศุสัตว์ กล่าวทิ้งท้ายว่าเกษตรกรสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเรื่องโรคสัตว์จากกรมปศุสัตว์และหน่วยงานสาธารณสุขเป็นหลักรวมทั้งสามารถขอคำแนะนำและสอบถามข้อมูลต่างๆ ที่สำนักงานปศุสัตว์ใกล้บ้าน ในวันและเวลาราชการและขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุกลุ่มควบคุมป้องกันโรคสัตว์ปีก สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2653- 4444 ต่อ 4161 โปรดแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด อาสาปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือแจ้งผ่านสายด่วนกรมปศุสัตว์ โทร 0-9630- 11946 ตลอด 24 ชั่วโมง.
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 13 วัน
  • แจ้งเตือน
    โรคสัตว์
    อุตุนิยมวิทยา
    แนะผู้เลี้ยงสัตว์ปีก-ไก่ เฝ้าระวังโรคระบาด
    ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการที่ไทยเคยมีประสบการณ์โรคไข้หวัดนกระบาด ทำให้หน่วยงานภาครัฐฯโดยเฉพาะ กรมปศุสัตว์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก ดูแล รับผิดชอบเรื่องนี้ วางมาตรการคุมเข้ม เช่น ฟาร์มเลี้ยง โรงเรือนต้องปลอดเชื้อโรค , การเข้า-ออกโรงเรือนต้องผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อ ถ้าโรคสัตว์ปีก ต้องพักการเลี้ยงกว่า 30 วัน ถึงจะเลี้ยงในรุ่นอื่นต่อไปได้ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของปศุสัตว์ในพื้นที่ ทั้งนี้ความแปรปรวนของภาวะอากาศในไทย เป็นอีกปัจจัยที่ผู้เลี้ยงไก่ทราบดีว่าอาจนำมาซึ่งปัญหาหลายๆด้านทุกๆปี เช่น โรคไข้หวัด , โรคระบบขับถ่าย ดังนั้นเกษตรกรจะต้องเฝ้าระวัง เพราะถ้าเกิดโรค อาจทำให้สัตว์ปีกเกิดความเครียด และมีผลต่อระดับภูมิคุ้มกันของสัตว์ปีก ทำให้ติดเชื้อโรคได้ง่าย และยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้โรคระบาดต่างๆ แพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นได้ ทางด้านนายธีระ อนันต์วรปัญญา ปศุสัตว์เขต 5 เชียงใหม่ กล่าวว่า สำนักงานปศุสัตว์ได้จัดประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์โรคระบาดในสัตว์ปีก ซึ่งมีกลุ่มสุขภาพสัตว์ฯ , หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ในพื้นที่เขต 5, ตัวแทนศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบน ,ตัวแทนผู้เลี้ยงไก่เนื้อและไก่ไข่ , เครือข่ายผู้เลี้ยงสัตว์ปีกพื้นเมือง เครือข่ายสนามชนไก่และผู้เลี้ยงไก่ชน เพื่อชี้แจงมาตรการ แนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกัน สำหรับ โรคระบาดในสัตว์ปีกที่เกษตรกรควรเฝ้าระวังช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง ช่วงฤดูฝน จะมีโรคไข้หวัดนก โรคนิวคาสเซิล และโรคอหิวาต์สัตว์ปีก แม้โรคไข้หวัดนกถึงแม้ว่าประเทศไทยจะไม่พบโรคนี้มานานกว่า 5 ปีแล้วก็ตาม แต่ยังมีความเสี่ยงที่โรคนี้อาจกลับมาแพร่ระบาดได้อีก เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน เป็นเส้นทางผ่านของการอพยพของนกต่างถิ่น ซึ่งจะเป็นสาเหตุหลักในการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศต่างๆ กรมปศุสัตว์ได้กำชับให้ทุกพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง เช่น พื้นที่เลี้ยงสัตว์ปีกตามแนวชายแดน เป็นต้น
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 17 วัน
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    แจ้งเตือนภัยเกษตรกร ช่วงวันที่ 18-24 ตุลาตม 2017
    หอมแดง หอมแบ่ง หอมหัวใหญ่ ในระยะเจริญเติบโตทางลำต้น ระวังโรคหัวและรากเน่า (เชื้อรา Sclerotium rolfsii) ส่วนกระเทียมในระยะเจริญเติบโตทางลำต้น ให้ระวังโรคหัวและรากเน่า และไรกระเทียม ส่วนถั่วเหลืองในระยะติดฝักอ่อน ให้ระวัง หนอนม้วนใบ มวนถั่วเหลือง หนอนเจาะฝักถั่ว และเพลี้ยอ่อนถั่วเหลือง
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 9 วัน
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    ศัตรูพืช
    แจ้งเตือนภัยเกษตรกร ช่วงวันที่ 11-17 ตุลาคม 2017
    ทุเรียนในระยะพักตัวเตรียมออกดอกในพื้นที่ภาคตะวันออก และทุเรียนในระยะแตกใบอ่อนและระยะเจริญเติบโตทางใบในพื้นที่ภาคใต้ ระวังโรครากเน่าและโคนเน่า (เชื้อรา Phytophthora palmivora) ส่วนถั่วเหลืองในระยะออกดอก ระวังหนอนม้วนใบ และมวนถั่วเหลือง
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    แจ้งเตือนภัยเกษตรกร ช่วงวันที่ 4-10 ตุลาคม 2017
    ดาวเรืองในระยะติดดอกให้ระวังโรคดอกเน่าที่เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum sp. พืชตระกูลส้ม ได้แก่ ส้มโอ ส้มเขียวหวาน มะนาว และมะกรูด ในทุกระยะการเจริญเติบโตให้ระวัง โรคแคงเกอร์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas axonopodis pv. citri
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ ไม่กี่วินาที
  • แจ้งเตือน
    ศัตรูพืช
    แจ้งเตือนภัยเกษตรกร ช่วงวันที่ 27 กันยายน-3 ตุลาคม 2017
    กระเทียมในระยะต้นกล้า-ปลูกลงดิน และระยะหลังการเก็บเกี่ยว ให้ระวังไรกระเทียม
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 5 วัน
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    แจ้งเตือนภัยเกษตรกร ช่วงวันที่ 20-26กันยายน 2017
    พริกในทุกระยะการเจริญเติบโต ระวังโรคเน่าเปียก หรือโรคราขนแมว จากเชื้อรา Chonephora cucubitarum
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 25 วัน
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    ศัตรูพืช
    แจ้งเตือนภัยเกษตรกร ช่วงวันที่ 13-19 กันยายน 2017
    เผือกทุกระยะการเจริญเติบโต ระวังโรคใบไหม้ หรือใบจุดตาเสือ เกิดจากเชื้อรา Phytophthora colocasiae ส่วนมะขามเปรียวในช่วงพัฒนาผล ให้ระวังหนอนเจาะฝัก
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    แจ้งเตือนภัยเกษตรกร ช่วงวันที่ 6-12 กันยายน 2017
    หน่อไม้ฝรั่ง ระยะการเจริญเติบโตทางลำต้น ระวังโรคลำต้นไหม้ จากเชื้อรา Phomopsis asparagi ส่วนเบญจมาศในระยะติดดอก ให้ระวังโรคใบจุด (เชื้อรา Septoria chrysanthemella)
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    ศัตรูพืช
    แจ้งเตือนภัยเกษตรกร ช่วงวันที่ 30 สิงหาคม - 5 กันยายน 2017
    ดาวเรืองในระยะติดดอก ระวังหนอนกระทู้ผัก แมลงวันหนอนชอนใบ และโรคดอกเน่า (เชื้อรา Colletotrichum sp.) ส่วนกล้วยน้ำว้าในทุกระยะการเจริญเติบโต ระวังโรคตายพราย หรือโรคปานามา หรือโรคเหี่ยว (เชื้อรา Fusarium oxysporum f.sp. cubense) และทุเรียนในระยะหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ระวังโรคราสีชมพู [เชื้อรา Erythricium salmonicolor (Corticium salmonicolor)]
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 9 วัน
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    ศัตรูพืช
    แจ้งเตือนภัยเกษตรกร ช่วงวันที่ 23-29 สิงหาคม 2017
    ทุเรียน ระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต ระวังหนอนเจาะผลทุเรี่ยน โรครากเน่าและโคนเน่า (เชื้อรา Phytophthora palmivora) และโรคผลเน่าจากเชื้อรา Phytophthora palmivora ส่วนมะลิระยะออกดอก ระวังหนอนเจาะดอกมะลิ
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 12 วัน
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    ศัตรูพืช
    แจ้งเตือนภัยเกษตรกร ช่วงวันที่ 16-22 สิงหาคม 2017
    ทุเรียน ระยะผลขยายขนาดและเริ่มแก่ ระวังกิ่งหักและผลร่วงก่อนกำหนด พืชตระกูลกะหล่ำ (คะน้า กะหล่ำปลี ผักกกาดขาว กะหล่ำดอก บรอกโคลี่ กว้างตุ้ง) ทุกระยะการเจริญเติบโต ระวังโรคใบจุด (เชื้อรา Alternaria brassicicola และ A. brassicae) เพลี้ยอ่อน และหนอนใยผัก ส่วนมะพร้าวในระยะที่ยังไม่ให้ผลผลิต และมะพร้าวที่ให้ผลผลิตแล้ว ระวังหนอนหัวดำมะพร้าว แมลงดำหนามมะพร้าว ด้วงแรดมะพร้าว ด้วงงวงมะพร้าวชนิดเล็ก และด้วงงวงมะพร้าวชนิดใหญ่ ส่วนกล้วยไม้ในทุกระยะการเจริญเติบโต ระวังโรคปื้นเหลือง (เชื้อรา Pseudocercospora dendrobii)
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 16 วัน
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    ศัตรูพืช
    แจ้งเตือนภัยเกษตรกร ช่วงวันที่ 9-15 สิงหาคม 2017
    สับปะรดในทุกระยะการเจริญเติบโต ระวังโรคยอดเน่ารากเน่า ที่เกิดจากเชื้อรา Phytophthora spp. มะละกอ ในระยะเก็บเกี่ยวผลสุก ระวังน้ำท่วมขัง ทำให้ต้นโค่นล้มและเกิดความเสียหายของระบบราก ถั่วเหลืองในระยะปลูกใหม่ไม่เกิน 15 วัน ระวังหนอนแมลงวันเจาะลำต้นถั่ว
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 2 วัน
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตร ระหว่างวันที่ 16-22 ตุลาคม 2017
    พืชผักที่ปลูกทางภาคเหนือ ระวังและป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรคเน่าดำ โรคใบจุด และโรคราน้ำค้าง ควรลดความชื้นบริเวณแปลงเพาะปลูก ไม้ผลที่ปลูกทางภาคตะวันออก เช่น ทุเรียน เงาะและมังคุด ซึ่อยู่ในระยะพักตัวเพื่อเตรียมออกดอก และที่ปลูกทางภาคใต้ซึ่งอยู่ในระยะใบอ่อน ให้ระวังการระบาดของโรครากเน่าโคนเน่า และโรคราสีชมพู
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
  • แจ้งเตือน
    โรคพืช
    ผลกระทบทางการเกษตร จากพยากรณ์อากาศ ระหว่างวันที่ 16-31 ตุลาคม 2017
    ยางพารา ที่ปลูกทางภาคตะวันออก และภาคใต้ให้ระวังการระบาดของโรคที่เกิดจากเชื้อรา โดยเฉพาะโรคใบยางร่วงและลูกยางเน่า โรคหน้ากรีดยาง และโรคราสีชมพู
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
  • แจ้งเตือน
    เตือนภัยเพื่อป้องกันการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
    เกิดการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในพื้นที่หลายจังหวัด เนื่องจากมีสภาพอากาศมีความเหมาะสมในการขยายประชากรเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้อย่างรวดเร็ว สำหรับพื้นที่การระบาดส่วนใหญ่ปลูกข้าวพันธุ์ที่ไม่ต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล โดยการระบาดพบในพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท สระบุรี นครปฐม นครนายก ฉะเชิงเทรา สุรินทร์ ศรีสะเกษ พิจิตร และแพร่ ซึ่งมีแนวโน้มจะขยายพื้นที่การระบาดในวงกว้าง และเพื่อให้การป้องกันกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ผล เกษตรกรต้องหมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 18 วัน
  • แจ้งเตือน
    แจ้งเตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 25-31 ตุลาคม 2017
    ดาวเรืองในระยะติดดอก ระวังหนอนกระทู้ผัก ส่วนในพืชผักและผักอินทรีย์ทุกระยะการปลูกผัก ระวังหอยทากบก ได้แก่ หอยเจดีย์เล็ก หอยเจดีย์หื หอยดักดานและหอยสาริกา
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ ไม่กี่วินาที
  • แจ้งเตือน
    แจ้งเตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 2-8 สิงหาคม 2017
    ขิ้นระยะเจริญเติบโตทางต้น ระวังโรคเหี่ยวหรือเหง้าเน่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย (Rastonia solanacearum)
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 8 วัน
  • แจ้งเตือน
    แจ้งเตอนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 26 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2017
    ถั่วฝักยาวทุกระยะการเจริญเติบโต ระวังเพลี้ยอ่อน ส่วนกุหลาบทุกระยะการเจริญเติบโต ระวังโรคใบจุดจากเชื้อรา (Massonina rosae)
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 2 วัน
  • แจ้งเตือน
    แจ้งเตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 19-25 กรกฎาคม 2460
    ทุเรียนในระหว่างปฏิบัติการหลังเก็บเกี่ยว ระวังโรคใบติดหรือใบไหม้ที่เกิดจากเชื้อรา (Rhizoctonia solani)สำหรับลำไยในระยะเตรียมต้นและแตกใบอ่อน ให้ระวังหนอนชอนใบ
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 11 วัน
  • แจ้งเตือน
    แจ้งเตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 12-18 กรกฎาคม 2017
    กระท้อนในระยะติดผล ระวังแมลงวันผลไม้ สำหรับลองกองในระยะติดผล ระวังโรคราดำที่เกิดจากเชื้อรา (Capnodiumsp. และMeliolasp.) โรคผลเน่า และเพลี้ยแป้ง ส่วนในพืชตระกูลกะหล่ำ ระวังโรคใบจุดจากเชื้อรา (Alternaria brassicicolaและA. brassicae)
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
  • แจ้งเตือน
    แจ้งเตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 5-11 กรกฎาคม 2017
    ทุเรียนระยะขยายขนาด ระวังหนอนเจาะผลทุเรียน และกิ่งต้นทุเรียนฉีก หักและผลร่วงเนื่องจากลมแรง สำหรับมะพร้าว ระยะก่อนและหลังให้ผลผลิตแล้ว ระวังหนอนหัวดำมะพร้าว แมลงดำหนามมะพร้าว ด้วงแรดมะพร้าว และด้วงงวงมะพร้าวชนิดและด้วงงวงมะพร้าวชนิดใหญ่ ส่วนข้าวโพดฝักสด ในระยะเริ่มปลูก ระวังโรคราน้ำค้างที่เกิดจากเชื้อรา (Peronosclerospora sorghi)
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 14 วัน
  • แจ้งเตือน
    แจ้งเตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 28 มิถุนายน - 4 กรกฎาคม 2017
    ลำไย ระยะเตรียมต้นและแตกใบอ่อน ระวังโรคใบไหม้ และผลเน่าหรือโรคราน้ำฝน ที่เกิดจากเชื้อรา (Phytophthora capsici) ส่วนลองกองในระยะเก็บเกี่ยว ระวังโรคผลเน่า
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
  • แจ้งเตือน
    แจ้งเตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 21- 27 มิถุนายน 2017
    สับปะรดในทุกระยะการเจริญเติบโต ระวังโรคยอดเน่ารากเน่าที่เกิดจากเชื้อรา Phytophthoraspp. ส่วนเบญจมาศในระยะติดดอก ระวังโรคใบจุดที่เกิดจากเชื้อรา (Septoria chrysanthemella)
    อ่านต่อ
    โพสต์เมื่อ 1 เดือน
© 2017 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู