ถาม-ตอบทุกหมวดหมู่

แสดง 1 - 20 จาก 278
หน้า
  • ถาม-ตอบ
    โรคพืช
    ขอปรึกษาครับ ต้นข้าวเป็นโรคใบไหม้จะตัดใบทิ้งได้มั้ยครับ แล้วโรคจะหายไหม หรือมีวิธีป้องกันกำจัดอย่างไรบ้างครับ (คำถามจากคุณสมชาย from Line@)
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 23 สิงหาคม 2562
    ไม่แนะนำให้ตัดใบข้าวทิ้งนะคะ เพราะปกติข้าวจะใช้ใบเพื่อสังเคราะห์แสง ถ้าตัดใบทิ้งอาจส่งผลให้ข้าวชะงักการเจริญเติบโตได้ โดยเฉพาะข้าวในระยะตั้งท้อง และระยะกล้าค่ะ โรคไหม้ (Rice Blast Disease) พบได้ทุกภาคในประเทศไทย ในข้าวนาสวน ทั้งนาปี และนาปรัง และข้าวไร่ สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Pyricularia oryzae ระยะกล้า ใบมีแผล จุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล ความกว้างของแผลประมาณ 2-5 มิลลิเมตร และความยาวประมาณ 10-15 มิลลิเมตร แผลสามารถขยายลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบ ถ้าโรครุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้ อาการ - ระยะแตกกอ อาการพบได้ที่ใบ ข้อต่อของใบ และข้อต่อของลำต้น ขนาดแผลจะใหญ่กว่าที่พบในระยะกล้า แผลลุกลามติดต่อกันได้ที่บริเวณข้อต่อ ใบจะมีลักษณะแผลช้ำสีน้ำตาลดำ และมักหลุดจากกาบใบเสมอ - ระยะออกรวง (โรคไหม้คอรวง หรือ โรคเน่าคอรวง) ถ้าข้าวเพิ่งจะเริ่มให้รวง เมื่อถูกเชื้อราเข้าทำลาย เมล็ดจะลีบหมด แต่ถ้าเป็นโรคตอนรวงข้าวแก่ใกล้เก็บเกี่ยว จะปรากฏรอยแผลช้ำสีน้ำตาลที่บริเวณคอรวง ทำให้เปราะหักง่าย รวงข้าวร่วงหล่นเสียหายมาก การแพร่ระบาด พบโรคในแปลงที่ต้นข้าวหนาแน่น ทำให้อับลม ถ้าใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงและมีสภาพแห้งในตอนกลางวันและชื้นจัดในตอนกลางคืน น้ำค้างยาวนานถึงตอนสายราว 9 โมง อากาศค่อนข้างเย็น อุณหภูมิประมาณ 22-25 องศาเซลเซียส ลมแรงจะช่วยให้โรคแพร่กระจายได้ดี การป้องกันกำจัด ใช้พันธุ์ต้านทานโรค - ภาคกลาง เช่น สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 60 ปราจีนบุรี 1 พลายงาม ข้าวเจ้าหอมพิษณุโลก 1 - ภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ข้าวเจ้าหอมพิษณุโลก 1 สุรินทร์ 1 เหนียวอุบล 2 สันปาตอง 1 หางยี 71 กู้เมืองหลวง ขาวโป่งไคร้ น้ำรู - ภาคใต้ เช่น ดอกพะยอม ข้อควรระวัง : - ข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 60 และชัยนาท 1 ที่ปลูกในภาคเหนือตอนล่าง พบว่า แสดงอาการรุนแรงในบางพื้นที่ และบางปี โดยเฉพาะเมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย เช่น ฝนพรำ หรือหมอก น้ำค้างจัด อากาศเย็น ใส่ปุ๋ยมากเกินความจำเป็น หรือเป็นดินหลังน้ำท่วม - หว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสม คือ 15-20 กิโลกรัม/ไร่ ควรแบ่งแปลงให้มีการระบายถ่ายเทอากาศดี และไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเกินไป ถ้าสูงถึง 50 กิโลกรัม/ไร่ โรคไหม้จะพัฒนาอย่าง รวดเร็ว - คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล (tricyclazone) คาซูกาไมซิน (kasugamycin) คาร์เบนดาซิม (carbendazim) โพรคลอราซ ตามอัตราที่ระบุ - ในแหล่งที่เคยมีโรคระบาดและพบแผลโรคไหม้ทั่วไป 5 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ใบ (ในภาพรวม พบเฉลี่ย 2-3 แผลต่อใบ) ควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล (tricyclazone) คาซูกาไมซิน (kasugamycin) อีดิเฟนฟอส ไอโซโพรไทโอเลน (isoprothiolane) คาร์เบนดาซิม (carbendazim) ตามอัตราที่ระบุ
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 23 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    โรคพืช
    ศัตรูพืช
    ขอปรึกษาครับ กระเจี๊ยบแดงปลูกในพื้นที่อุตรดิตถ์ ใบมีอาการลักษณะตามรูปภาพที่แนบมาครับ เกิดจากสาเหตุอะไรและแก้ไขยังไงครับ (คำถามจากคุณสมชาย from Line@)
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 23 สิงหาคม 2562
    อาการในภาพน่าจะมีสาเหตุมาจากโรคไวรัส ซึ่งเกิดจากเข้าทำลายของแมลงประเภทปากดูด เช่น แมลงหวี่ขาว เพลี้ยจักจั่น เป็นพาหะนำเชื้อไวรัสให้แพร่กระจายไปในแปลงปลูกพืช เชื้อไวรัสมีหลายชนิด (Begomovirus) และทำให้เกิดอาการบนใบกระเจี๊ยบแตกต่างกัน เรียกชื่อโรคตามอาการที่เห็น เช่น โรคเส้นใบเหลือง (yellow vein mosaic disease: YVMD) โรคใบม้วนไวรัส (okra leaf curl disease: OLCD) ค่ะ นอกจากนี้ทางผู้เชี่ยวชาญแนะนำเพิ่มเติมว่า อาการค่อนข้างรุนแรง ใบพืชจะห่อม้วนตัวแมลงและไข่ไว้ อาจต้องตัดแต่งบ้างส่วนออก แล้วพ่นสารเคมีอย่างสม่ำเสมอ ใช้สารเคมีชนิด contact หรือดูดซึมได้ (สามารถดูรายชื่อสารเคมีและอัตราการใช้ได้จากข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่าง) ทางชีววิธีใช้แมลงช้างปีกใสควบคุมได้ค่ะ
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 23 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    โรคพืช
    ศัตรูพืช
    ใบอ่อนมะม่วงมีอาการดังรูปถ่าย อยากเรียนถามว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และจะมีวิธีการแก้ไขและรักษาอย่างไรครับ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 22 สิงหาคม 2562
    ลองส่งภาพไปปรึกษากับทางคลินิกสุขภาพพืช กำแพงแสน แจ้งว่าน่าจะเป็นแมลงจำพวกบั่วปม ให้ลองพลิกดูหลังใบ ถ้ามีปุ่มกลมๆ นูนๆ ก็ใช่ค่ะ ลักษณะการเข้าทำลาย แมลงบั่วเป็นแมลงปากซับดูด ตัวเต็มวัยเข้าทำลายพืชลักษณะคล้ายยุง มีลำตัวสีเขียว สามารถทำลายได้ตั้งแต่ใบ ดอก ผลอ่อน ใบ : พบอาการตั้งแต่ใบอ่อนจนถึงใบแก่ โดยพบตุ่มบนหลังใบขนาดเล็กประมาณ 0.1-0.2 มิลลิเมตร ตอนแรกจะเป็นสีเหลืองต่อมาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนและเป็นสีดำในที่สุด มีรูที่ตุ่มด้านบนเป็นร่องรอยของแมลงบั่วเจาะออกไป ดอก : มีลักษณะบวมโป่งพอง ขนาดของดอกโตกว่าดอกปกติ เมื่อผ่าดอกจะพบหนอนสีครีมใสหลายตัว ผลอ่อน : ผลอ่อนโป่งพองใสกลม และพบจุดสีน้ำตาลหรือดำที่ผลเป็นร่องรอยการเจาะออกของแมลงและทำให้ผลมะม่วงร่วงเสียหายมาก ส่วนมากจะพบปุ่มปมบนใบมะม่วงในสวนมะม่วงที่ไม่ค่อยดูแลและตัดแต่งกิ่ง ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของแมลง เมื่อถึงฤดูกาลติดดอกออกผลระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ แมลงจะเข้าทำลายดอกและผลอ่อนของมะม่วง ทำให้ดอกและผลอ่อนของมะม่วงร่วงหล่นเสียหาย การป้องกันกำจัด 1. หลังเก็บเกี่ยวมะม่วงเสร็จในแต่ละฤดูกาลควรมีการตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง ไม่เป็นที่สะสมของแมลงและโรค 2. ในเขตที่เคยพบแมลงระบาด ควรสำรวจแปลงมะม่วงสม่ำเสมอถ้าพบการทำลายให้รีบป้องกันกำจัดด้วยสารเคมี คาร์บาริล หรืออิมิดาโคลพริด ตามอัตราแนะนำ
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 21 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    การผลิตพืช
    สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามค่ะ มีต้นแปลก ๆ ขึ้นตามภาพเลยค่ะ ขึ้นภายในคืนเดียว เนื่องจากสังเกตุในเย็นวันก่อนหน้ายังไม่มี เป็นดอกขาว ๆ เทา ๆ ขึ้นในหลาย ๆ ถุงปลูก และอีกต้นหนึ่งซึ่งยังเป็นต้นเขียว ๆ เล็ก ๆ อยู่ ไม่แน่ใจมีความเกี่ยวข้องกันรึเปล่า แต่มักจะเห็นขึ้นตอนช่วงหลังฝนตกใหม่ๆ พออีกวันมาดูก็จะเห็นต้นเล็ก ๆ ตามภาพ แบบนี้บ่งบอกได้มั้ยคะว่า ดินมีปัญหาอะไรรึเปล่า เป็นเพียงต้นหญ้าทั่ว ๆ ไปหรือเปล่า หากปล่อยไว้จะเป็นอันตรายต่อผักสลัดที่เราปลูกมั้ยคะ มีวิธีป้องกันหรือไม่ ขอบคุณค่ะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 22 สิงหาคม 2562
    ดอกขาว ๆ เทา ๆ ในภาพ คือเห็ดค่ะ สามารถดึงทิ้งได้ทันที ส่วนสีเขียวน่าจะเป็นต้นกล้าที่เมล็ดติดมากับดินปลูก แนะนำให้รอให้แตกใบจริง 1-2 ใบ เมื่อทราบชนิดที่แน่นอนว่าเป็นพืชชนิดใด ก็สามารถย้ายต้นกล้ามาปลูกแยกต่างหากได้ค่ะ จะได้ไม่แย่งอาหารผักสลัดที่เราปลูก และที่พบว่ามักมีเห็ดและต้นกล้าขึ้นหลังฝนตก เนื่องจากดินในถุงปลูกชื้นจึงเหมาะสมต่อการงอก
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 21 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    ระบบการปลูกพืช
    สวัสดีครับ พอจะมีบทความ หนังสือ หรือแหล่งความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชในน้ำ ระบบไฮโดรโปนิกส์ แนะนำบ้างไหมครับ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 20 สิงหาคม 2562
    บทความเกี่ยวกับการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ 1.การปลูกผัก Hydroponics โดย รศ.ดร. อานัฐ ตันโช มูลนิธิโครงการหลวง http://bit.ly/2ZcgLux 2.การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ โดย กรมส่งเสริมการเกษตร http://www.servicelink.doae.go.th/corner%20book/book%2005/Hydropronic.pdf 3.ผักไฮโดรโปนิกส์ กล่องความรู้กินได้ โครงการสูนย์ความรู้กินได้ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ http://www.okmd.or.th/upload/pdf/2560/KC/vegetables-hydroponics.pdf 4.บล็อก http://phutalay.blogspot.com/
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 20 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    โรคพืช
    อยากรบกวนสอบถาม เลมอน และมะนาวพันธุ์พิจิตร 1 ที่ปลูกไว้ที่ อ.น้ำหนาว มีอาการแบบในรูปค่ะ อยากทราบว่าเกิดจากอะไรคะ และควรแก้ไขอย่างไรดี
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 15 สิงหาคม 2562
    เป็นอาการของ โรคราน้ำหมาก หรือเมลาโนส เกิดจากเชื้อรา Cercospora citri มักพบระบาดในมะนาวแป้นพิจิตร 1 ที่ปลูกระยะชิด เริ่มจากใบเป็นจุดด่างๆ หรือกระที่บริเวณผิวใบ มีคราบคล้ายๆ น้ำหมากเป็นจุดๆ สีน้ำตาลบริเวณใต้ใบ พบระบาดระบาดมากช่วงแล้ง เดือนตุลาคมถึงเมษายน โดยเฉพาะใบหรือผลที่อยู่ใกล้โคนต้น และแสงแดดส่องไม่ถึง ปกติจะเป็นเฉพาะใบเพสลาดจนถึงใบแก่ ใบอ่อนจะไม่ค่อยพบระบาดเท่าใดนัก ผิวเปลือกไหม้ มักพบที่ใบมากกว่าผล รุนแรงมากๆ อาจทำให้กิ่งแห้งตายได้ ส่วนการป้องกัน เริ่มจากตัดแต่งกิ่ง หรือทรงพุ่มไม่ให้รกทึบ แสงสามารถส่องผ่านได้ การแก้ไขให้ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง แสงแดดส่องถึง ส่วนผลที่เป็นแล้วควรตัดออก หากให้ผลชุดใหม่ถ้าเป็นช่วงฤดูฝน หรือมีหมอกลง ให้พ่นยาเชื้อราป้องกัน
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 15 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    ศัตรูพืช
    ขอคำแนะนำในการกำจัดด้วงในภาพนี้ด้วยนะครับ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 15 สิงหาคม 2562
    ได้ส่งภาพไปสอบถามกับทางพิพิธภัณฑ์แมลง กรมวิชาการเกษตร แจ้งว่านี่คือ แมลงในกลุ่มด้วงกรีดใบมะม่วง ซึ่งเป็นจำพวกแมลงปากกัด มักจะวางไข่ที่ใบมะม่วง แล้วกรีดใบลงพื้นดิน และจะเข้าทำลายมะม่วงในระยะใบอ่อน (สังเกต...เมื่อใบมีสีแดงๆ ชมพูๆ) การป้องกันกำจัด 1.เบื้องต้นให้กำจัดใบที่ร่วงหล่นให้แปลงสะอาดขึ้น จะช่วยลดจำนวนแมลงได้ 2.ใช้สารเคมีพวกเซฟวิน พ่นตามอัตราการใช้ข้างขวด 3.ใช้ชีวภัณฑ์ป้องกันกำจัด โดยใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียผสมกับเชื้อเมธาไรเซียม และควรเติมสารจับใบเพื่อให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 15 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    การผลิตพืช
    การปรับปรุงดิน
    ธาตุอาหาร
    กำลังปลูกผักสลัดอายุเกือบจะครบ 1 เดือนแล้วค่ะ ผักโตช้า แต่ยังไม่อยากรื้อ อยากเลี้ยงไว้ศึกษาก่อน ขอรบกวนสอบถามดังนี้ค่ะ - สังเกตุเห็นว่า ใบมีสีเขียวอ่อนค่อนไปทางขาว เกิดจากอะไรได้บ้างคะ - และอีกปัญหาคือ ใบเป็นรูเล็กๆ พยายามสังเกตุ แต่หาตัวแมลงไม่เจอเลยค่ะ เบื้องต้นลองหาข้อมูลเรื่องน้ำหมักไล่แมลงตามเว็บไซด์ แต่มีเยอะมากๆ อยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม ว่าควรจะใช้น้ำหมักชนิดไหนได้บ้างคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 15 สิงหาคม 2562
    โดยส่วนใหญ่แล้วอาการใบซีดเหลืองที่พบบ่อยๆ จะเกิดจากการขาดธาตุไนโตรเจน หรือธาตุเหล็กเป็นหลัก อาการใบเหลืองจะต่างกันเล็กน้อย คือ หากพืชขาดธาตุไนโตรเจน ใบแก่ที่อยู่ด้านล่างจะมีสีเหลืองหรือเขียวจาง ใบอ่อนมีสีเขียวมากกว่า ต้นพืชจะโตช้าหรือหยุดชะงัก ในทางกลับกัน หากพืชขาดธาตุเหล็ก ลักษณะอาการที่แสดงที่ใบคือ ใบอ่อนหรือใบส่วนยอดมีสีเหลือง นอกจากนี้ยังมีธาตุอาหารอีกหลายชนิดที่อาจส่งผลให้พืชเกิดอาหารใบเหลือง แต่ลักษณะอาการจะแตกต่างกันออกไป เช่น อาการขาดแมงกานีส ผักจะแสดงอาการที่ใบ เช่น เหลืองซีด ใบจะเป็นจุดเล็กๆ กระจายทั่วทั่งต้น โดยที่เส้นใบยังคงมีสีเขียวอยู่ ถ้าขาดกำมะถันจะสังเกตค่อนข้างยาก เพราะอาการคล้ายการขาดไนโตรเจน ใบจะมีขนาดเล็กลง ยอดของพืชจะชะงักการเจริญเติบโต ลำต้นและกิ่งก้านลีบเล็ก อาการจะเกิดที่ยอดอ่อนก่อน ส่วนใบล่างยังคงปกติ ถ้าอาการรุนแรงใบล่างก็จะมีอาการด้วยเช่นกัน - จากภาพที่ส่งมาน่าจะเกิดจากขาดธาตุไนโตรเจน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกิดจากดินที่ใช้ปลูกอาจจะยังมีธาตุอาหารไม่เพียงพอ การแก้ไขเบื้องต้นอาจจะใส่ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยมูลไส้เดือน (ในครั้งหน้าควรเตรียมดินโดยการผสมดินหรือหมักดินให้มีธาตุอาหารที่เพียงพอก่อนนำมาใช้ปลูกผัก หากซื้อดินถุงที่มีขายทั่วไปอาจต้องนำมาผสมตามข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนี้ : สูตรดินปลูกผักสลัด สำหรับปลูกผักไร้สารพิษ) - ส่วนการใช้น้ำหมักไล่แมลง อาจจะใช้น้ำส้มควันไม้หมักกับสมุนไพร เช่น เมล็ดและใบสะเดา หางไหลแดง ข่าแก่ ตะไคร้หอม ฯลฯ เพื่อเพิ่มฤทธิ์ของน้ำส้มควันไม้ในการไล่แมลงและป้องกันโรค และสามารถเก็บสารละลายไว้ได้นานโดยไม่บูดเน่า อัตราส่วนการใช้ 1 : 1,500 ใช้รดแทนน้ำ
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 14 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    ศัตรูพืช
    มีวิธีกำจัดมดคันไฟโดยไม่ใช้สารเคมีไหมครับ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 13 สิงหาคม 2562
    การกำจัดมดคันไฟสามารถทำได้หลายวิธีดังนี้ค่ะ 1. น้ำส้มควันไม้ เติมน้ำส้มควันไม้ 2-3 หยด ลงในถังน้ำที่ใช้ถูบ้าน กลิ่นและฤทธิ์ของน้ำส้มควันไม้จะช่วยขับไล่มด ไม่ให้เข้ามาในบริเวณที่ถูได้ หรือใช้พ่นไปที่รังมด 2. มะนาว เพียงแค่ผสมน้ำมะนาวกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:3 และนำไปพ่นหรือเช็ดตามทางเดินของเจ้ามด กลิ่นเปรี้ยวทำให้พวกมดขยาด ไม่กลับมาอีก 3. แป้งเด็ก แป้งเย็น เลือกใช้ตามแต่สะดวก นำไปโรยดักไว้ตามทางที่เจ้ามดใช้สัญจร วิธีนี้แม้แต่มดรังใหญ่ยังต้องกลัวและถึงกับย้ายรังหนีเลยทีเดียว 4. เปลือกไข่ไล่มด ให้นำมาเผาไฟไล่มดได้ เพราะเปลือกไข่เมื่อถูกเผาไฟจะมีกลิ่นเหม็น ขั้นตอนง่ายๆเพียงนำเปลือกไข่เผาไฟพอมีกลิ่นไหม้ จากนั้นบดละเอียดแล้วนำไปโรยบริเวณที่มีมดหรือใกล้ๆ รังมดช่วยไล่และกำจัดมดได้อย่างเห็นผล 5. สบู่เหลวหรือน้ำยาล้างจานไล่มด โดยนำมาผสมน้ำเปล่าให้เจือจางเล็กน้อย แล้วนำไปฉีดบริเวณโต๊ะอาหาร หรือบริเวณที่มีกลิ่นอาหารของมดทิ้งไว้สัก 3-5 นาที จากนั้นเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด กลิ่นของสบู่เหลวหรือน้ำยาล้างจานจะติดอยู่ตามโต๊ะ นอกจากมีกลิ่นที่มดไม่ชอบ แล้วยังทำให้มดเกิดการระคายเคืองช่วยป้องกันไม่ให้มารบกวนอาหารหรือสิ่งของต่างๆ ได้ 6. ใช้น้ำหน่อไม้ดองหรือน้ำล้างหน่อไม้ดองเทราดบริเวณรังมด หรือบริเวณที่มีมดอยู่มากๆ ช่วยไล่มดได้
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 13 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    การผลิตพืช
    ขอความรู้ในการปลูกอ้อยเป็นครั้งแรงครับ กำลังหาความรู้เพิ่มเติมท่านใดพอจะมีความรู้เรื่องอ้อยแบ่งปันบ้างครับเนื่องจากผมคิดจะปลูกอ้อยเป็นครั้งแรกในชีวิตครับ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 13 สิงหาคม 2562
    องค์ความรู้เกี่ยวกับการปลูกอ้อยมีเนื้อหาค่อนข้างกว้าง และมีผู้จัดทำไว้หลายฉบับ จึงได้รวบรวมหนังสือและเอกสารส่วนหนึ่งมาให้อ่านในข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนะคะ ทั้งนี้สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก http://ag-ebook.lib.ku.ac.th/ นอกจากนี้ ยังสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2yXRlGl และ https://www.kubotasolutions.com/knowledge/sugar_cane ซึ่งจัดทำโดยเอกชนเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอ้อย และปฏิทินการปลูกด้วยค่ะ
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 10 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    อารักขาพืช
    ศัตรูพืช
    ต้นสะตอที่ปลูกไว้มีอาการเปลือกต้นแปลกๆ (ตามภาพที่แนบมา) จะแก้ไขยังไงได้บ้างครับ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 5 สิงหาคม 2562
    โดยปกติในลองกอง และสะตอ จะพบศัตรูพืชที่สำคัญคือ หนอนไชเปลือก ซึ่งมีทั้งพันธุ์ตัวใหญ่ กลาง และเล็ก แต่มักจะพบพันธ์ุตัวใหญ่เข้าทำลายในสะตอ ซึ่งการแก้ไขแบบเร่งด่วนทำได้โดยใช้สารเคมี ชนิดดูดซึมพ่นให้ทั่วลำต้น เช่น ทามารอน มาลาไธออน พอสซ์ เป็นต้น นอกจากนี้ก็สามารถปราบโดยไม่ต้องใช้สารเคมี ดังนี้ มีรายงานว่าเกษตรกรที่ อ.สะเดา แก้ปัญหาหนอนไชเปลือกต้นด้วยการพ่นเชื้อบีชีวภาพที่หมักขยายเอง โดยใช้ไข่ไก่ หรือน้ำมะพร้าว หรือนมข้นหวาน หรือนมกล่องชนิดหวาน เมื่อหมักขยายเชื้อได้ 24-48 ชม. ให้นำน้ำหมักเชื้อมาผสมกับน้ำเปล่าพ่นตอนเย็น เมื่อแดดอ่อนแสงลงแล้วพ่นให้เปียก กลิ่นเชื้อหมักจะดึงดูดให้หนอนที่ไชเปลือกออกมากินเชื้อตามขุยไม้ วันรุ่งขึ้นหนอนหยุดทำลายพืช อีกวันก็จะตาย หากทำติดต่อกัน 7 วัน 2-3ครั้งต่อเนื่องก็ปราบหนอนได้ หรือจะใช้ไส้เดือนฝอยผสมน้ำพ่นหลังฝนตกใหม่ๆ ซึ่งสามารถติดต่อขอรับได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน โดยนำมาผสมน้ำพ่นตามกิ่งให้ทั่ว หรือจะใช้สารสะเดาหมักผสมกับน้ำส้มควันไม้พ่นก็ได้
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 5 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    ธาตุอาหาร
    ปุ๋ย
    ศัตรูพืช
    สวัสดีครับ ผมปลูกมะกรูดมาสักพักแล้วเกิดอาการใบเหลือง สังเกตดูรอบ ๆ ต้นก็ไม่พบแมลง มีแต่เพียงรอยแมลงกินใบครับ ขอรบกวนสอบถามครับ ไม่แน่ใจว่าจะแก้ไขอย่างไรได้บ้างครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับ หมายเหตุ : เหลืองมาสักพัก (เฉพาะกิ่งเดียว) และใบเริ่มร่วง ก่อนหน้านี้ได้ใส่ปุ๋ย 15-15-15 เมื่อประมาณ 10 กว่าวันครับ โดยโรยรอบต้นและรดน้ำตามปกติ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 5 สิงหาคม 2562
    ลองสังเกตที่โคนกิ่งว่ามีลอยเจาะของแมลงบ้างมั้ยคะ และแนะนำให้ตัดกิ่งที่เหี่ยวออก แล้วรอบำรุงให้แตกยอดใหม่จะดีกว่า ระหว่างนี้งดปุ๋ยทางดินก่อนนะคะ และหาพวกธาตุอาหารรองมาพ่นเสริมให้ทางใบอีกทีค่ะ
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 5 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    การเกษตรทั่วไป
    สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามนะคะ กำลังปลูกผักสลัดอยู่ค่ะ /ตามรูปภาพที่ปลูกใส่ถุงอายุประมาณ 20วันแล้วค่ะ / ส่วนอันที่ปลูกใส่กระถางเล็กๆตามภาพ คือมีอายุประมาณ 30 วันแล้วค่ะ / การเจริญเติบโตช้ามากค่ะ ไม่ค่อยมีการพัฒนา / ดินที่ใช้เป็นดินถุงตามร้านทั้่วไป 3ส่วน ผสมกับปุ๋ยคอก 1ส่วน มีการรองก้นทั้งสองแบบด้วยกาบมะพร้าว แล้วรองด้วยใบก้ามปูก่อนที่จะใส่ดิน,ปุ๋ยคอก และแกลบดำ ผสมกัน / รดน้ำเช้าเย็น กลางวันมีฉีดฟอกกี้ให้ผักไม่เหี่ยว *** จำเป็นมากน้อยแค่ไหนสำหรับการใช้ดินที่หมักเองในการปลูกเพื่อให้ผักเจริญเติบโตได้ดีคะ *** หากใช้ดินที่หมักเอง สามารถใส่ลงกระถาง/ถุง ล้วนๆได้เลยมั้ยคะ ต้องเพิ่มหรือผสมอะไรอีกหรือเปล่า *** เมื่อเพาะจนต้นกล้ามีประมาณ 4 ใบ แล้วย้ายลงกระถาง/ถุง จะสามารถทำการพรวนดิน/ใส่ปุ๋ย ได้หลังจากย้ายลงกระถาง/ถุง ไปแล้ว ประมาณ 1 สัปดาห์หรือเปล่าคะ :: รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 3 สิงหาคม 2562
    สำหรับการปลูกผักนั้น ดินหรือวัสดุปลูกถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผักเจริญเติบโตได้ดี ดังนั้นการนำดินถุงมาใช้ปลูกอาจส่งผลให้ผักที่ปลูกได้รับธาตุอาหารไม่เพียงพอจึงทำให้โตช้ากว่าปกติ ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถหมักดินหรือผสมดินไว้ใช้เองได้ไม่ยากดังนี้ การเตรียมดินปลูก เตรียมดินสำหรับปลูกในภาชนะ : เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด และเพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น ส่วนผสมหลัก (สำหรับปลูก 10 กระถาง ขนาดกระถางกว้าง 11 นิ้ว สูง 8 นิ้ว) - เนื้อดินหรือหน้าดิน 2 ส่วน - ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยมูลไส้เดือน อย่างน้อย 1 ส่วน - แร่ฟอสเฟต 50 กรัม - ขี้เถ้าไม้ฟืนหรือถ่าน 50 กรัม - ใบไม้ เศษหญ้าแห้ง ฟางข้าว เศษผักผลไม้ 1 ส่วน - กาบมะพร้าวสับ 1 ส่วน แกลบดำ 1 ส่วน - แกลบดิบ 1 ส่วน ชีวภัณฑ์ - จุลินทรีย์ย่อยสลาย 1 ช้อนโต๊ะ - เชื้อราไตรโคเดอร์มา 2 ช้อนชา - เชื้อราเมธาไรเซียม 1 ช้อนโต๊ะ - ฮิวมิคแอซิด 1 ช้อนชา - จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 250 มิลลิลิตร - น้ำหมักปลา หรือน้ำหมักมูลไส้เดือน 250 มิลลิลิตร ขั้นตอนการเตรียมดินสำหรับปลูกในภาชนะ 1.ละลายจุลินทรีย์ย่อยสลาย เชื้อราไตรโคเดอร์มา ฮิวมิคแอซิด และเชื้อราเมธาไรเซียมรวมกันในน้ำ 1 ลิตร ตั้งทิ้งไว้ในที่ร่ม 1 ชั่วโมง 2.คลุกเคล้าส่วนผสมหลักทั้งหมดให้เข้ากัน ผสมสารละลายชีวภัณฑ์ที่เตรียมไว้กับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงในน้ำ 10 ลิตร แล้วรดวัสดุที่คลุกไว้จนชุ่ม 3.คลุกเคล้าวัสดุให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วเก็บใส่ในถุงพลาสติก กระสอบและกะละมัง หรือตั้งกองไว้ในที่ร่ม 15 วัน จึงนำมาปลูกผัก ในกรณีที่ส่วนผสมแห้งไป ให้รดน้ำให้ชุ่ม ทั้งนี้เมื่อครบกำหนดก็สามารถนำดินที่ผสมมาใช้ปลูกผักได้ทันที โดยไม่ต้องผสมอะไรลงไปอีกค่ะ ส่วนการย้ายปลูกต้นกล้าผักสลัดจากถาดเพาะ ให้ทำหลังจากผักแตกใบจริงมาสองถึงสามใบ แล้วจึงย้ายลงปลูกในกระถางที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หลังย้ายปลูกควรรอให้ต้นกล้าตั้งตัวก่อน โดยไม่ควรเคลื่อนย้ายกระถางในระหว่างนี้ การปลูกผักในกระถางค่อนข้างมีพื้นที่จำกัด การพรวนดินควรทำด้วยความระมัดระวัง หากดินปลูกไม่แน่นก็ไม่จำเป็นต้องพรวนดินก็ได้ค่ะ
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 2 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    อารักขาพืช
    ธาตุอาหาร
    ปกติรดน้ำต้นมะม่วงในกระถาง 2-3 วันต่อครั้ง เพราะเห็นว่าฝนตกบ่อย แต่มีบางเวลาที่ฝนตกเสร็จแล้วแดดจ้าตามมา ครั้งสุดท้ายใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณครึ่งช้อนโต๊ะต่อต้น ต้นมะม่วงจะเริ่มได้รับแสงแดดที่โผล่จากหลังคาตึก 10.30-11.00 น. เป็นต้นไป ส่วนดินผสมที่ใช้ประกอบด้วย ดิน ขุยมะพร้าว ปุ๋ยคอกหมัก และเรียนถามเพิ่มเติมว่า... ถ้ามะม่วงมีสีใบออกเหลืองเหมือนภาพที่แนบมาเป็นโรคหรือไม่ หรือมีวิธีแก้ไขอย่างไรครับ (เป็นมะม่วงชุดเดียวกันกับที่ถามปัญหาที่แล้วครับ)
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 1 สิงหาคม 2562
    ไม่น่าเกิดจากโรคนะคะ คาดว่าเกี่ยวกับธาตุอาหารมากกว่า แนะนำให้พ่นปุ๋ยธาตุอาหารรองให้ทางใบ ถ้าดินปลูกแน่นให้เปลี่ยนวัสดุปลูกใหม่ (สำหรับปุ๋ยคอกหมัก ควรรอให้คลายความร้อนออกจนหมดก่อนจึงจะนำมาใช้) หรือจะย้ายต้นมะม่วงลงดินเลยก็ได้ค่ะ
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 1 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    วิศวกรรมเกษตร
    ทรัพยากรน้ำ
    ขอเรียนถามเกี่ยวกับรูปแบบการทำฝายน้ำล้นตามห้วย-หนอง-คลอง-บึง ให้มีบันใดปลาโจนด้วย ว่าจะมีรูปแบบ ลักษณะแบบไหน ขอแบบสเกตช์ที่พอมองภาพชัดเจน เข้าใจได้ง่ายครับ! หรือจะเป็นรูปภาพที่ใช้งานได้จริงๆ ด้วยครับ! ขอขอบคุณครับ อยากทำฝายน้ำล้นและมีบันใดปลาโจนด้วย! แต่มองภาพไม่ออกครับ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 1 สิงหาคม 2562
    สำหรับฝายชะลอน้ำระดับชุมชน มีรูปแบบและประเภทของฝายชะลอน้ำ ดังนี้ 1. แบบชั่วคราว อาจสร้างได้ทีละหลายๆ ฝาย ที่สร้างปิดกั้นบริเวณร่องลำห้วยขนาดเล็กบริเวณต้นน้ำ โดยใช้วัสดุธรรมชาติหาได้ง่ายในท้องถิ่นเป็นส่วนหลัก ได้แก่ กิ่งไม้ ต้นไม้ ทราย ดิน หิน และกรวด เป็นต้น สร้างสำหรับชะลอน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นเท่านั้น สามารถกักเก็บน้ำได้ แต่มีการซึมของน้ำผ่านฝายอยู่ตลอดเวลา หรือน้ำอาจล้นข้ามฝายลงสู่ลำห้วยสาขาอยู่บริเวณด้านล่าง เมื่อถึงฤดูน้ำหลากอาจเกิดความเสียหายทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อระบบนิเวศ และการวางไข่ของสัตว์น้ำ ฝายชะลอน้ำชั่วคราวมีหลายรูปแบบ ก่อสร้างเรียบง่ายตามภูมิปัญญาดั้งเดิมแต่ละท้องถิ่นและสภาพความเหมาะสมของพื้นที่ มีอายุการใช้งาน 1-2 ปี เช่น - ก่อสร้างด้วยท่อนไม้ขนาบด้วยหิน - ก่อสร้างด้วยท่อนไม้ขนาบด้วยถุงบรรจุดินหรือทราย - ก่อสร้างแบบคอกหมูแกนดินอัดขนาบด้วยหิน - ก่อสร้างแบบเรียงด้วยหินแบบง่าย - ก่อสร้างแบบคอกหมูหินทิ้ง - ก่อสร้างแบบคอกหมูถุงทรายซีเมนต์ - ก่อสร้างแบบหลักคอนกรีตหินทิ้ง - ก่อสร้างแบบถุงทรายซีเมนต์ - ก่อสร้างแบบคันดิน - ก่อสร้างแบบหลักไม้ไผ่ สานขัดกันแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน 2. แบบกึ่งถาวร ที่สร้างปิดกั้นบริเวณลำห้วยสาขาบริเวณต้นน้ำ สร้างจากวัสดุจากธรรมชาติ ร่วมกับวัสดุก่อสร้าง ได้แก่ ตะแกรงลวด เหล็ก ปูนซิเมนต์ หิน ทราย ไม้แปรรูป เป็นต้น ก่อสร้างสำหรับชะลอ กัก เก็บน้ำ แต่ก็มีการซึมของน้ำผ่านฝาย หรือซึมลอดใต้ตัวฝายได้ และน้ำสามารถล้นข้ามฝายลงสู่ลำห้วยที่อยู่บริเวณด้านล่าง อาจมีช่องหรือท่อสำหรับการระบายตะกอนที่ตกทับถมบริเวณเหนือฝาย เพื่อรักษาระบบนิเวศ ฝายชะลอน้ำกึ่งถาวรมีหลายรูปแบบ ตามแต่ละท้องถิ่นหรือภูมิภาคและสภาพความเหมาะสมของพื้นที่ มีอายุการใช้งาน 2-5 ปี - ก่อสร้างแบบหินเรียง - ก่อสร้างแบบหินทิ้งบรรจุกล่องลาดตาข่าย หรือตาข่ายพลาสติกแข็ง - ก่อสร้างแบบหินก่อ 3. แบบถาวร เป็นแบบคอนกรีต ซึ่งต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสูง ใช้สร้างปิดกั้นลำน้ำบริเวณลำห้วยหลัก สร้างจากวัสดึในการก่อสร้างเป็นหลัก ได้แก่ คอนกรีต ลวดเหล็ก เหล็กเสริม หินใหญ่ กรวดทราย เป็นต้น มีการออกแบบตามหลักวิชาการ มีความมั่นคง แข็งแรง สามารถต้านทานแรงดันของน้ำ ทนทานต่อการกัดเซาะของน้ำได้ และต้องคำนึงถึงผลกระทบกับสภาพแวดล้อม เช่น น้ำล้นตลิ่ง การกัดเซาะท้ายน้ำ และป้องกันผลระบบนิเวศอย่างถาวร ฝายชะลอน้ำถาวรจึงมีอายุการใช้งานยืนยาว ถ้าได้รับการซ่อมปรับปรุงบำรุงรักษาอยู่เสมอ จะใช้งานได้ตลอดไป อายุการใช้งานมากกว่า 5-10 ปีขึ้นไป ส่วนบันไดปลา มีรูปแบบทั่ว ๆ ไปที่นิยม คือ - แบบ Simple Sluice หรือ Inclined Chute เป็นแบบง่าย ๆ คล้ายรางระบายน้ำ จะมีอุปกรณ์ลดความเร็วของกระแสน้ำ หรือห้วงพักเหนื่อยของปลาไว้ด้วยหรือไม่ก็ได้ เหมาะสําหรับเขื่อนที่ไม่สูงนักและปลาที่มีขนาดเล็กเท่านั้น - แบบ Pool Type เป็นแบบที่นิยมใช้กันกว้างขวางกว่าแบบอื่น ๆ ประกอบด้วย ห้วงพักน้ำเรียงรายติดต่อกัน ที่ก้นรางอาจมีท่อระบายน้ำเล็ก ๆ เชื่อมต่อระหว่างแต่ละห้วงพักน้ำไว้ด้วยก็ได้ ใช้ได้ผลดีกับปลาที่แข็งแรง ว่องไว - แบบ Denil Type เป็นแบบที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับ Pool Type แต่มีขนาดเล็กกว่า และการติดตั้งแผงลดความเร็วของน้ำ ผิดกันคือ แบบนี้แผงลดความเร็วน้ำจะติดตั้งเอนไปข้างหน้าสู่กระแสน้ำ จะทําใหกระแสน้ำม้วนกลับลงเบื้องล่าง ช่วยลดความเร็วของน้ำบริเวณนี้ ปลาสามารถว่ายผ่านได้สะดวกขึ้น ใช้ได้ผลดีกับปลาแซลมอน - แบบ Fish Look ประกอบด้วยประตูบังคับน้ำที่ต้องอาศัยเครื่องจักรกลช่วยทุ่นแรงในการปฏิบัติงาน เหมาะสําหรับเขื่อนสูงๆ ที่สร้างในเนื้อที่จํากัด - แบบ Deep Baffle Channel ช่วยให้ปลาสามารถเดินทางผ่านน้ำตกที่สูงชัน และกระแสน้ำไหลเชี่ยวจัดได้ สามารถดูรูปแบบประกอบได้ที่ข้อมูลเพิ่มเติม : บันไดปลา (FISH LADDER) ซึ่งรูปแบบ แผนภาพ รูปภาพตัวอย่าง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากข้อมูลเพิ่มเติมและไฟล์แนบด้านล่างค่ะ
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 1 สิงหาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    อารักขาพืช
    เรียนถามว่า.. มะม่วงที่ปลูก​ไว้..ในกระถาง..มีอาการดัง​รูป​ 4-5​ ต​้นครับ.. อยากทราบว่าเป็นอะไร​ครับ.. มีวิธีรักษาอย่างไร​ครับ..( วางเรียงกันบนพื้นซีเมนต์และได้รับแดดจัด จาก 10.30 - 15.30 น.)
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 23 กรกฎาคม 2562
    ได้ส่งภาพไปสอบถามทางคลินิกโรคพืช กำแพงแสน แนะนำว่า ถ้าไม่ได้เกิดจากอากาศที่ร้อนจัด ส่วนหนึ่งคาดว่าอาจเกี่ยวกับธาตุอาหาร หรือปุ๋ยที่ขาดหรือให้มากจนเกินไปค่ะ และแนะนำการจัดการเบื้องต้นดังนี้ค่ะ อาจจะตัดแต่งใบออก พ่นปุ๋ยธาตุอาหารรองให้ทางใบ หรือจะย้ายต้นมะม่วงลงดินเลยก็ได้ ทั้งนี้อยากทราบว่า โดยปกติแล้วรดน้ำต้นมะม่วงอย่างไรคะ ช่วงที่แดดจัดได้รดน้ำตอนแดดจัดมั้ยคะ และได้ใส่ปุ๋ยอะไรไปก่อนหน้านี้บ้าง หรือในดินที่ปลูกมีส่วนผสมแบบไหนคะ ข้อมูลเพิ่มเติมจากเกษตรกร ปกติรดน้ำต้นมะม่วงที่ปลูกในกระถาง 2-3 วันต่อครั้ง เพราะเห็นว่าฝนตกบ่อย แต่มีบางเวลาที่ฝนตกเสร็จแล้วแดดจ้าตามมา ครั้งสุดท้ายใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณครึ่งช้อนโต๊ะต่อต้น ต้นมะม่วงจะเริ่มได้รับแสงแดดที่โผล่จากหลังคาตึก 10.30-11.00 น. เป็นต้นไป ส่วนดินผสมที่ใช้ประกอบด้วย ดิน ขุยมะพร้าว ปุ๋ยคอกหมัก
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 22 กรกฎาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    จุลชีพในดิน
    การปรับปรุงดิน
    สวัสดีค่ะ พอดีเพิ่งเริ่มต้นหมักดิน แล้วดินไม่ร้อน มีวิธีแก้ไขอย่างไรได้บ้างคะ สิ่งที่ใช้หมัก -ดินถุง -ปุ๋ยคอก -ขุยมะพร้าว -ใบก้ามปู -แกลบดำ -เปลือกไข่ -เศษผัก ผลไม้ -หัวเชื้อจุลินทรีย์ -น้ำ หากต้องแก้ไข สามารถนำดินออกมาหมักใหม่ได้หรือไม่คะ พอดีเพิ่งเริ่มหัดทำค่ะ ปลูกในพื้นที่จำกัด ทำเองที่บ้าน ไม่ได้เป็นฟาร์มค่ะ รบกวนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 23 กรกฎาคม 2562
    สาเหตุอาจเกิดจาก จุลินทรีย์เริ่มต้นมีน้อย ปัจจัยส่งเสริมกระบวนการจุลินทรีย์ไม่สมบูรณ์ เช่น อินทรีย์วัตถุ แหล่งพลังงงานสำหรับจุลินทรีย์ไม่เพียงพอ อุณหภูมิ ความชื้นไม่เหมาะสม ซึ่งสามารถนำวัสดุเดิมมาหมักใหม่ได้ค่ะ เพียงแต่อาจเพิ่ม พด.1 เข้าไปช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ในกระบวนการหมักดินให้สมบูรณ์มากขึ้นค่ะ ซึ่ง พด.1สามารถขอรับได้ที่ สำนักเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน โทร. 0 2579 2875 สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12 หรือที่กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม. โทร. 0 2579 8515
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 21 กรกฎาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    โรคพืช
    ขอสอบถาม​วิธีรักษามะม่วงมีอาการยางไหลออกมาจาก​กิ่งและลำต้นด้วยครับ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 20 กรกฎาคม 2562
    โรคยางไหลและกิ่งแห้งในต้นมะม่วง สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Lasiodiplodia theobromae (Pst.) สำหรับพันธุ์มะม่วงที่อ่อนแอต่อโรคนี้ ได้แก่ พันธุ์เขียวเสวยและพันธุ์มหาชนก พบบ้างเล็กน้อยในพันธุ์โชคอนันต์ การป้องกัน 1. ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง เพื่อให้มีอากาศถ่ายเท 2. ใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น เบนโนมิล หรือ คาร์เบนดาซิม พ่นให้ทั่วทั้งต้น 3. ใช้มีดคมๆ กรีดเนื้อเยื่อบริเวณแอ่งยาง และเนื้อเยื่อสีแดงออก และทาด้วยเบนโนมิลเข้มข้น จะทำให้ยางหยุดไหลและลำต้นฟื้นตัวภายใน 2 - 3 เดือน 4. ควบคุมแมลงศัตรูของมะม่วงที่จะทำให้เกิดแผลกับต้น เช่น ด้วงหนวดยาว หนอนเจาะลำต้น โดยการพ่นสารเคมีป้องกันกำจัด 5. อุปกรณ์ที่ใช้ในสวนควรทำความสะอาดให้ปลอดจากเชื้อ โดยแช่ในสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ (ไฮเตอร์, คลอรอกซ์) ก่อนที่จะนำไปใช้งานต่อไป
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 20 กรกฎาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    โรคพืช
    ใบมะเขือมีอาการแบบนี้ เป็นโรคอะไร และต้องแก้ไขยังไงครับ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 19 กรกฎาคม 2562
    ได้ส่งข้อมูลสอบถามไปทาง ดร.สุพจน์ กาเซ็ม ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคพืช ได้คำตอบว่าเป็นอาการของ โรคใบจุด : Leaf spot ซึ่งสาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อรา Corynespora cassiicola และได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ ลักษณะอาการ : อาการของโรคนี้ใกล้เคียงกับโรคใบจุดวงมาก แต่แผลบนใบมักมีขนาดเล็ก การขยายตัวของโรคใบจุดเกิดเป็นวงไม่ค่อยชัดเจน และแผลมักมีสีเหลืองล้อมรอบ อาการบนผลเป็นจุดเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป แผลสีครีม หรือน้ำตาลอ่อน การแพร่ระบาด : โรคนี้พบระบาดมากในภาคเหนือ โดยเฉพาะถ้ามีความชื้นสูง หรือมีฝนตก โรคจะระบาดอย่างรวดเร็ว ใบที่เป็นโรคมากๆ จะร่วงหลุดไป การป้องกันกำจัด 1. พยายามรักษาความชื้นในแปลงปลูกอย่าให้สูงมากเกินไป 2. เมื่อพบโรคให้ตัดแต่งใบที่เป็นโรคออกให้โปร่ง แล้วพ่นด้วยแบคทีเรียควบคุมโรคพืช ได้แก่ แบคทีเรียบาซิลัสควบคุมโรคพืช หรือสารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืชกลุ่มคาร์เบนดาซิม หรือพ่นด้วยสารเคมีกลุ่มอะซอคซีสะโตบิลสัก 3 รอบ อาการก็จะดีขึ้นค่ะ
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 18 กรกฎาคม 2562
  • ถาม-ตอบ
    พลังงาน
    สวัสดีค่ะ สอบถามเรื่องไฟเกษตร ถ้าไม่มีสมาชิกร่วมด้วยเสียค่าใช้จ่ายแพงมั้ยคะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 18 กรกฎาคม 2562
    ค่าใช้จ่ายในการขยายเขตต่อรายเฉลี่ยไม่เกิน 50,000 บาท (ซึ่งการไฟฟ้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขยายเขต แต่อาจจะต้องรอระยะเวลาของบประมาณในแต่ละพื้นที่) ส่วนค่าธรรมเนียมในการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า - 5(15) แอมป์ 1,000 บาท - 15(45)แอมป์ /1 เฟส 6,450 บาท - 15(45)แอมป์ /3 เฟส 21,350 บาทค่ะ ทั้งนี้ได้แนบขั้นตอนการขอไฟเกษตรจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไว้ในข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนี้นะคะ
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 16 กรกฎาคม 2562
แสดง 1 - 20 จาก 278
หน้า
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู