ถาม-ตอบทุกหมวดหมู่

แสดง 1 - 20 จาก 190
หน้า
  • ถาม-ตอบ
    สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถาม มีอบรมเกี่ยวกับการเลี้ยงหอยทาก อาช่า ไหมคะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 18 กันยายน 2561
    ยังไม่มีการจัดอบรมการเลี้ยงหอยทาก แต่หากสนใจชมการเลี้ยงหอยทาก สามารถเข้าไปศึกษาได้ที่ ศูนย์ศึกษาเรียนรู้เลี้ยงหอยทากอาช่า : วิลลาเอเดน ออแกนิครีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ 177/1 ม.1 ซ.นางรอง-สาลิกา 42 ถนนสาริกา-นางรอง ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก 26000 โทร.0-3738-5262 และ 08-1375-0342 สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : acha_thai Instagram : acha_thai LINE: https://line.me/ti/p/~@achathai หรือเข้าไปดูการเลี้ยงหอยทากเพื่องานวิจัยม.จุฬา ได้ที่ Siam Snail Eco Farm หนองจอก
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 18 กันยายน 2561
  • ถาม-ตอบ
    ระยะปลูก ต้นขนูน เท่าไรดีคะ
    ผู้ดูแลระบบถาม-ตอบกูรูเกษตรศาสตร์
    ตอบเมื่อ 18 กันยายน 2561
    ปลูกทั้งแบบยกร่องและแบบปลูกในที่ดอน ควรปลูกเป็นแถวเป็น แนว เพื่อสะดวกในการดูแลรักษา และการปฎิบัติงานสวน ระยะห่างระหว่างต้นหรือ ระหว่างหลุมคือ 8 x 10 เมตร หรือ 10 x l2 เมตร เป็นระยะที่เหมาะสำหรับการปลูก แบบไร่ หรือถี่กว่านี้ขี้นอยู่กับพันธุ์และความเหมาะสมต่าง ๆ ส่วนการปลูก แบบร่อง ต้นขนุนมักมีขนาดเล็กกว่าการปลูกแบบไร่ ระยะห่างระหว่างต้นอาจ ถี่กว่านี้ก็ได้ ขนาดของหลุมปลูก ให้ขุดหลุมขนาด กว้าง ยาว ลึก 50-100 เซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน ถ้าดินดีร่วนซุยมีพวกอินทรีย์วัตถุมาก ขุดหลุมขนาด 50 เซนติเมตร ก็พอ ส่วนที่ดินไม่ค่อยดีให้ขุดหลุมขนาดใหญ่ เพื่อจะ ได้ปรับปรุงดินในหลุมปลูกให้ดีขึ้น ทำให้รากเจริญเติบโตได้ดี ดินที่ขุดขึ้นมาจาก หลุมนั้นให้แยกเป็นสองกอง คือดินชั้นบนกองหนึ่งและดินชั้นล่างอีกกองหนึ่ง ตากดินที่ขุดขึ้นมาประมาณ l5-20 วัน แล้วผสมดินทั้งสองกองนั้นด้วยปุ๋ยคอก และปุ๋ยหมักอัตรา 1-2 ถังก่อสร้าง หรือผสมปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 1-2 กก.ต่อ หลุม แล้วกลบดินลงในหลุมตามเดิมโดยให้ดินชั้นบนลงไว้ก้นหลุม และดิน ชั้นล่างกลบไว้ด้านบน ดินที่กลบลงไปจะสูงเกินปากหลุม ปล่อยทิ้งไว้ให้ดินยุบตัวดี เสียก่อนจึงจะลงมือปลูก
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 18 กันยายน 2561
  • ถาม-ตอบ
    อยากทราบ สรรพคุณและโทษ ของสมุนไพร หนานเฉาเหว่ย(ป่าช้าเหงา) รบกวนด้วยนะครับ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 12 กันยายน 2561
    สมุนไพรจีนหนานเฉาเหว่ย หรือ หนานเฝยเฉ่า มีชื่อไทยว่า ป่าช้าเหงา เป็นสมุนไพรที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลนั้น ยังไม่พบฐานข้อมูลที่ระบุสรรพคุณที่แท้จริง รวมถึงงานวิจัยเกี่ยวกับสรรพคุณของสมุนไพรชนิดนี้ มีเพียงแค่ข้อมูลเบื้องต้นจากสำนักงานข้อมูลสมุนไพร มหิดล ระบุว่า สารสกัดน้ำของใบหนานเฉาเหว่ย มีฤทธิ์ในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ลดน้ำตาลในเลือด ยับยั้งเชื้อมาลาเรีย และต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนติออกซิเเดนท์ได้ แต่งานวิจัยทั้งหมดนี้ยังอยู่ในห้องแล็ปเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการทดสอบในระดับเซลล์และสัตว์ทดลองเท่านั้น สำหรับการศึกษาเรื่องความความเป็นพิษของหนานเฉาเหว่ยในสัตว์ทดลอง พบว่า เมื่อป้อนสารสกัดน้ำ สารสกัดเมทานอล และผงใบ ให้หนูแรท ขนาด 100-1,000 มก./วัน เป็นเวลา 28-65 วัน ให้แก่สัตว์ทดลอง ไม่พบความผิดปกติของตับและไต และผลต่อค่าชีวเคมีอื่นในเลือด เเต่อย่างไรก็ตามยังไม่พบรูปแบบการศึกษาถึงขนาดและรูปแบบที่เหมาะสมในมนุษย์ รวมไปถึงการศึกษาความเป็นพิษหากกินแบบต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 12 กันยายน 2561
  • ถาม-ตอบ
    อยากรู้สัดส่วน N P K ที่ต้องใส่ในกล้วย ไม่ทราบว่าจะหาข้อมูลที่ไหนได้บ้างคะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 3 กันยายน 2561
    ควรใส่ทั้งปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมี ปุ๋ยเคมีที่เหมาะสมกับกล้วยหอมคือ 21-0-0 ใช้ในอัตรา 50 ก.ก./ไร่ หรือสูตรปุ๋ยเคมีสำหรับปลูกกล้วยทั่วไปคือ 15-15-15 หรือ 13-13-21 ใช้ในอัตรา 50 ก.ก./ไร่ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 3 กันยายน 2561
  • ถาม-ตอบ
    รบกวนขอสอบถามวิธีกำจัดหนอนหรือด้วยกินยอดมะพร้าวค่ะ ที่บ้านปลูกมะพร้าวแกงไว้ อายุ 2 ปีกว่าแล้วอยู่ๆยอดเน่า ยืนต้นตายไปค่ะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 30 สิงหาคม 2561
    หนอนมะพร้าว การป้องกันกำจัด 1.วิธีเขตกรรมและวิธีกล ตัดใบที่มีหนอนหัวดำมะพร้าวนำไปเผาทำลายทันที ไม่ควรเคลื่อนย้ายต้นพันธุ์มะพร้าวหรือพืชตระกูลปาล์มมาจากแหล่งที่มีการระบาด 2.การใช้ชีววิธี การใช้แตนเบียนที่เฉพาะเจาะจงกับหนอนหัวดำมะพร้าว เช่น แตนเบียนโกนีโอซัส นีแฟนติดิส (Goniozus nephantidis) โดยปล่อยช่วงเวลาเย็น พลบค่ำ อัตรา 200 ตัวต่อไร่ต่อครั้ง ให้กระจายทั่วแปลงเดือนละครั้ง ถ้าปล่อยแตนเบียนได้มากจะทำให้เห็นผลในการควบคุมเร็วขึ้น 3.การใช้สารเคมี ใช้สารอีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% อีซี เข้มข้นโดยไม่ต้องผสมน้ำฉีดเข้าที่ลำต้นมะพร้าวอัตรา 30 มิลลิลิตรต่อต้น โดยใช้สว่านเจาะรูให้เอียงลงประมาณ 45 องศา จำนวน 2 รู ให้ตรงข้ามกัน เจาะรูให้ลึก 10-15 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดของดอกสว่าน ตำแหน่งของรูอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร แล้วฉีดสารฆ่าแมลงลงไปรูละ 15 มิลลิลิตร ปิดรูด้วยดินน้ำมัน วิธีนี้จะป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าวได้นานมากกว่า 3 เดือน (วิธีการนี้สามารถป้องกันกำจัดศัตรูชนิดอื่นได้ด้วย เช่น ด้วงแรดมะพร้าว ด้วงงวงมะพร้าว แมลงดำหนามมะพร้าว) ** แนะนำเฉพาะมะพร้าวที่มีความสูงมากกว่า 12 เมตร ขึ้นไป ห้ามใช้กับมะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวกะทิ และมะพร้าวที่ใช้ทำน้ำตาล
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 30 สิงหาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    อยากทราบว่าถ้าเราจะขอไฟเกษตรแต่ว่าไม่มีห้องน้ำนี้ขอได้ไหมคะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 30 สิงหาคม 2561
    ไม่ได้ค่ะ การขอไฟฟ้ามาลงที่บ้านของเราที่อยู่ในไร่นั้น จำเป็นที่จะต้องมีบ้านเลขที่ในการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า ในการขอบ้านเลขที่นั้น ถ้าเป็นพื้นที่ห่างไกลหมู่บ้าน เราจำเป็นที่จะต้องสร้างเพิงพักหรือทำเป็นบ้านถาวรเลยก็ได้ และสิ่งต่อไปที่จะต้องสร้างควบคู่กันกับบ้านนั้นก็คือ ห้องน้ำ เพราะการมีห้องน้ำจะเปรียบเสมือนว่าเราจะมาอยู่ถาวร (ถึงแม้ว่ายังไม่ได้อยู่ถาวรตอนนี้เลยก็ตาม) ฉะนั้นห้องน้ำจึงมีความจำเป็นมากสำหรับใช้ประกอบหลักฐานในการขอบ้านเลขที่ หลังจากที่มีบ้านพัก เพิงที่พัก เราจะต้องถ่ายรูปที่พักและห้องน้ำไปให้อนามัยในพื้นที่มาตรวจพร้อมกับเซ็นต์เอกสารรับรองการเป็นอยู่ที่ถูกสุขลักษณะ จากนั้นก็นำหนังสือไปยื่นกับผู้ใหญ่บ้านหรือผู้รับผิดชอบในการขอบ้านเลขที่ต่อไป จากนั้นให้นำหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้านไปยื่นต่อที่อำเภอ เพื่อลงทะเบียนขอสำเนาทะเบียนบ้าน ตอนนี้เราก็จะมีสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมบ้านเลขที่เรียบร้อยแล้ว
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 29 สิงหาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    ต้นอะไรครับ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 20 สิงหาคม 2561
    มะแว้งนก ชื่อสามัญ Black nightshade, Common nightshade, Deadly nightshade ชื่อวิทยาศาสตร์ Solanum nigrum L. จัดอยู่ในวงศ์มะเขือ (SOLANACEAE) สมุนไพรมะแว้งนก มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า หญ้าต้มตอก หญ้าต้อมต๊อก (เชียงใหม่), ทุมขัน (นครราชสีมา), ข่าอม (ประจวบคีรีขันธ์), ประจาม (สงขลา), แว้งนก (สุราษฎร์ธานี), ออเตียมกุย โอเตียมกุย (จีน, กรุงเทพฯ), หลงขุย ขู่ขุย (จีนกลาง), สะกอคระ (กะเหรี่ยงเชียงใหม่), ด่อกะริ่ว (ปะหล่อง), บ่ะดีด แผละแคว้ง (ลั้วะ), น้ำใจใคร เป็นต้น
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 20 สิงหาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    คืออยากถามว่า เคยขอไฟฟ้าไปนานแล้ว แต่เขายังไม่อนุมัติ ต้องรองบประมาณนี่ต้องรอนานไหมค่ะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 20 สิงหาคม 2561
    แนะนำให้ลองไปติดต่อ ยื่นคำขออีกครั้งค่ะ " ไฟเกษตรคือ การนำไฟฟ้ามาใช้ภายในสวนของเกษตรกรเพื่อทำการเกษตร เช่น ใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟ เป็นต้น " โดยมีหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ 9 ข้อ ดังนี้ 1.ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันตัวตนว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่หวงห้ามใดๆ ของทางราชการ 2.ต้องมีเส้นทางสาธารณะที่รถยนต์สามารถวิ่งผ่านได้อย่างสะดวก 3.สามารถดำเนินการก่อสร้างระบบจำหน่ายโดยวิธีปักเสาพาดสายไฟเข้าไปถึงจุดที่ขอใช้ไฟฟ้าได้ 4.ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันขนาดพื้นที่และชนิดของกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรที่ต้องการใช้ไฟฟ้า 5.ต้องระบุแหล่งน้ำที่จะใช้เพื่อการผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า เช่น คลองสาธารณะ คลองชลประทาน แหล่งน้ำใต้ดินในลักษณะต่างๆ 6.ต้องมีเอกสาร/หลักฐานสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายของพื้นที่ทำการเกษตร แต่ต้องไม่ใช่ที่ดินที่ถือครองโดยเอกชนรายใหญ่ 7.เป็นเกษตรกรรายย่อยที่ขอติดตั้งมิเตอร์ ขนาดไม่เกิน 15(45) แอมป์ ต่อ 1 ราย 8.ต้องสามารถออกใบแจ้งหนี้ค่ากระแสไฟฟ้ามิเตอร์เครื่องที่ 2(ใหม่) โดยจะแจ้งเก็บเงินไปที่มิเตอร์เครื่องที่ 1(เก่า) ทั้งสองมิเตอร์ต้องอยู่ในเขตพื้นที่ของการไฟฟ้าเดียวกัน 9.ค่าใช้จ่ายในการขยายเขตต่อราย เฉลี่ยไม่เกิน 50,000 บาท (PEA. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการขยายเขต) ข้อมูลอ้างอิงจาก : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เอกสารที่ต้องเตรียม 1. ใบรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ 2. สำเนาทะเบียนบ้าน 3. สำเนาโฉนดที่ดิน 4. สำเนาบัตรประชาชน ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า 5(15) แอมป์ ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท 15(45) แอมป์ 1 เฟส ค่าธรรมเนียม 6,450 บาท 15(45) แอมป์ 3 เฟส ค่าธรรมเนียม 21,350 บาท วิธีการขอไฟฟ้าลงพื้นที่เกษตร (โดยมี 3 ขั้นตอนดังนี้) 1.ขอบ้านเลขที่ การขอไฟฟ้ามาลงที่บ้านของเราที่อยู่ในไร่นั้น จำเป็นที่จะต้องมีบ้านเลขที่ในการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า ในการขอบ้านเลขที่นั้น ถ้าเป็นพื้นที่ห่างไกลหมู่บ้าน เราจำเป็นที่จะต้องสร้างเพิงพักหรือทำเป็นบ้านถาวรเลยก็ได้ และสิ่งต่อไปที่จะต้องสร้างควบคู่กันกับบ้านนั้นก็คือ ห้องน้ำ เพราะการมีห้องน้ำจะเปรียบเสมือนว่าเราจะมาอยู่ถาวร (ถึงแม้ว่ายังไม่ได้อยู่ถาวรตอนนี้เลยก็ตาม) ฉะนั้นห้องน้ำจึงมีความจำเป็นมากสำหรับใช้ประกอบหลักฐานในการขอบ้านเลขที่ หลังจากที่มีบ้านพัก เพิงที่พัก เราจะต้องถ่ายรูปที่พักและห้องน้ำไปให้อนามัยในพื้นที่มาตรวจพร้อมกับเซ็นต์เอกสารรับรองการเป็นอยู่ที่ถูกสุขลักษณะ จากนั้นก็นำหนังสือไปยื่นกับผู้ใหญ่บ้านหรือผู้รับผิดชอบในการขอบ้านเลขที่ต่อไป จากนั้นให้นำหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้านไปยื่นต่อที่อำเภอ เพื่อลงทะเบียนขอสำเนาทะเบียนบ้าน ตอนนี้เราก็จะมีสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมบ้านเลขที่เรียบร้อยแล้ว ข้อควรรู้ ! ในการขอไฟเกษตรต้องดูแนวโน้มในพื้นที่ด้วยว่าจะมีไฟฟ้าเข้ามาด้วยหรือไม่ และต้องมีบ้านอยู่ในโซนเดียวกันตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไป เพื่อขอไฟฟ้า ย้ำอีกครั้ง ว่า 3 หลังขึ้นไปถึงจะมีน้ำหนักในการขอไฟฟ้าเข้าในพื้นที่ห่างไกลชุมชน แต่ถ้าในพื้นที่มีบ้านหลังเดียวก็สามารถขอไฟฟ้าพิเศษได้ แต่ค่าไฟจะสูงกว่าปกติ 2.ยื่นเรื่องกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น นำเรื่องไปยื่นกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ของแต่ละท่าน อาจเป็น อบต. หรือเทศบาลก็แล้วแต่ว่าพื้นที่ของเราอยู่ในเขตไหน เจ้าหน้าที่ก็จะให้กรอกเอกสารเพื่อรับรองโดยแนบสำเนาทะเบียนบ้านของเราและเพื่อนบ้านไปพร้อมกัน 3.ยื่นเรื่องที่การไฟฟ้าในอำเภอของตนเอง หลังจากที่ยื่นเรื่องที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว ก็นำเอกสารไปยื่นไว้ที่การไฟฟ้าในอำเภอของเรา แล้วกรอกเอกสารให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นการยื่นเรื่องไว้รอ และอย่าลืมถามความเป็นไปได้ในการที่จะได้ไฟฟ้าเข้าในพื้นที่ด้วย แนะนำให้รวมกลุ่มกันมากๆ 3 หลัง 5 หลังหรือมากกว่า จะทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 18 สิงหาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    ดอกอะไรคะ สามารถปักชำได้ไหม
    ผู้ดูแลระบบถาม-ตอบกูรูเกษตรศาสตร์
    ตอบเมื่อ 15 สิงหาคม 2561
    ดอกปี่เช้า เป็นไม้ล้มลุกประเภทไม้เลื้อย ปลูกง่าย สามารถปักชำได้ หรือใช้เมล็ดปลูกได้ ปีเช้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Kalimeris indica Sch.Bip อ้างอิงจากหนังสือ ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย โดย เต็ม สมิตินันท์
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 15 สิงหาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    ขอวิธีกำจัดหนอนเจาะต้นสัก
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 3 สิงหาคม 2561
    วิธีการกำจัดหนอนเจาะต้นสัก 1.ระยะตัวหนอนมีขนาดเล็กและอาศัยบริเวณเปลือกของต้นสัก และเพิ่งเจาะเข้าเปลือกสักยังไม่ลึกนัก สามารถใช้มีดกรีดยางขูดหรือเอาตัวหนอนออกไปทําลาย 2.ระยะตัวหนอนเจาะเข้าต้นสักแล้ว ในระยะนี้ตัวหนอนมีขนาดใหญ่ขึ้น และเจาะเนื้อไม้เข้าไปเป็นรูทางเดิน (gallery) หรือเป็นอุโมงค์ สามารถใช้สารเคมีฉีดเข้าไปในรูที่ตัวหนอนอาศัยอยู่ สารเคมีที่ใช้ ได้แก่ เชลล์ไดรท์ เป็นต้น ชนิดที่มีก้าน ฉีดเข้าไปในรูที่หนอนอาศัยอยู่แล้วอุดรูด้วยดิน 3.ระยะดักแด้ ระยะนี้เป็นการช่วยลดตัวเต็มวัยในปีต่อไปได้อย่างมาก วิธีการคือ ใช้ไม้ไผ่ ตอกอัดรู เพื่อไม่ให้ผีเสื้อออกมาจากรู และตายอยู่ในรูนั้น หรือการใช้ตาข่ายมุ้งลวดขนาด ประมาณ 5x5 ซม. ปิดปากรู เมื่อผีเสื้อออกมาก็ไม่สามารถทะลุผ่านตาข่ายได้ 4.ระยะตัวเต็มวัย การใช้กับดักไฟ (light trap) สีม่วง (black light) โดยใช้ผ้าสีขาวเป็นฉากในเวลา กลางคืน เพื่อล่อผีเสื้อให้บินเข้ามาแล้วจับผีเสื้อนําไปทําลาย
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 3 สิงหาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    ขอวิธีทำเชื้อเห็ดนางฟ้า
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 23 กรกฎาคม 2561
    การทำก้อนเชื้อจากฟางสับ ฟางที่ใช้เพาะควรเป็นฟางที่แห้งสนิท ไม่มีเชื้อราปะปนหรือมีกลิ่นเหม็น สูตรอาหารที่ใช้คือ ใช้ฟางสับยาว 2-3 นิ้ว 100 กก. ปุ๋ยนา(สูตร 16-20-0) 1 กก. ดีเกลือ 0.2 กก. ปูนขาว 1 กก. ความชื้น 70-75 % โดยมีขั้นตอนการทำดังนี้ 1. นำฟางสับไปแช่น้ำหรือรดน้ำให้ทั่ว แล้วผสมปุ๋ยและดีเกลือลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วทำเป็นกองสูงคลุมด้วยพลาสติก หมักทิ้งไว้ 3 วัน ในวันที่ 3,4,5 และ6 ให้กลับกองฟางทุกวัน 2. ในวันที 7 ให้ใส่ปูนขาวเพื่อปรับความเป็นกรด-ด่าง และไล่ก๊าซแอมโมเนียที่เกิดขึ้นระหว่างการหมักฟางคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วต่ออีก 1-2 วัน 3. บรรจุใส่ถุงพลาสติกที่ใช้เพาะเห็ด ซึ่งควรบรรจุให้หมดภายในวันเดียว ถุงก้อนเชื้อควรมีขนาด 8 ขีด ถึง 1 กก. เมื่ออัดก้อนเชื้อแน่นดีแล้ว ใส่คอขวดพลาสติก อุดด้วยสำลีและปิดด้วยกระดาษ แล้วรัดยางให้แน่น 4. นำก้อนเชื้อที่ได้ไปนึ่งฆ่าเชื้อทันที ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม. นับจากน้ำเดือด แล้วทิ้งไว้ให้เย็น 5. นำหัวเชื้อเห็ดที่เลี้ยงไว้ในเมล็ดข้าวฟ่าง ใช้ประมาณ 10-20 เมล็ดต่อก้อนเขี่ยลงในก้อนเชื้อที่เย็นดีแล้ว แล้วรีบปิดปากถุงด้วยสำลีและกระดาษทันที สถานที่ที่ใช้ถ่ายหัวเชื้อเห็ดลงก้อนเชื้อควรสะอาดลมสงบ วัสดุที่ใช้เขี่ยหัวเชื้อควรทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ก่อนทุกครั้ง 6. แล้วนำก้อนเชื้อที่ถ่ายหัวเชื้อเห็ดลงเรียบร้อยแล้วไปบ่มไว้ในโรงบ่มก้อนเชื้อต่อไป การทำก้อนเชื้อจากขี้เลื่อย ขี้เลื่อยที่ใช้เป็นวัสดุเพาะที่ดีที่สุด ได้แก่ ขี้เลื่อยไม้ยางพารา การทำก้อนเชื้อจากขี้เลื่อยนี้ไม่ต้องหมักเหมือนใช้ฟางสับ แต่การเลือกหัวเชื้อควรให้แน่ใจว่าเป็นหัวเชื้อที่สามารถย่อยขี้เลื่อยเป็นอาหารได้ สำหรับสูตรที่ใช้ เช่น ขี้เลื่อยไม้ยางพารา 100 กก. รำละเอียด 5 กก. แป้งข้าวเจ้าหรือน้ำตาลทราย 1 กก. ดีเกลือ 0.2 กก. ปูนขาว 1 กก. ความชื้น 60-70% ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ 1. ขี้เลื่อยที่ใช้ควรเป็นขี้เลื่อยกลางเก่ากลางใหม่จะดีที่สุด หากเป็นขี้เลื่อยใหม่ควรกองทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ เนื่องจากขี้เลื่อยใหม่จะสลายธาตุอาหารบางอย่างทำให้เกิดก๊าซแอมโมเนีย ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อเชื้อเห็ดและทำให้ความร้อนในก้อนเชื้อสูงเกินไป แต่ถ้าเป็นขี้เลื่อยเก่าอาจมีการปะปนของเชื้อโรคหรือเชื้อราชนิดอื่นได้ง่าย อีกทั้งมักไม่ค่อยมีธาตุอาหารสะสมอยู่มากนัก 2. หลังจากเตรียมสูตรอาหารได้แล้วให้นำส่วนผสมทั้งหมดไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วบรรจุใส่ถุงพลาสติกที่ใช้เพาะเห็ด ซึ่งควรบรรจุให้หมดภายในวันเดียว ถุงก้อนเชื้อควรมีขนาด 8 ขีด ถึง 1 กก. เมื่ออัดก้อนเชื้อแน่นดีแล้ว ใส่คอขวดพลาสติก อุดด้วยสำลีและปิดด้วยกระดาษ แล้วรัดยางให้แน่น 3. นำก้อนเชื้อที่ได้ไปนึ่งฆ่าเชื้อทันที ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม. นับจากน้ำเดือดแล้วทิ้งไว้ให้เย็น 4. นำหัวเชื้อเห็ดที่เลี้ยงไว้ในเมล็ดข้าวฟ่าง ใช้ประมาณ 10-20 เมล็ดต่อก้อน เขี่ยลงในก้อนเชื้อที่เย็นดีแล้ว แล้วรีบปิดปากถุงด้วยสำลีและกระดาษทันที สถานที่ที่ใช้ถ่ายหัวเชื้อเห็ดลงก้อนเชื้อควรสะอาด ลมสงบ วัสดุที่ใช้เขี่ยหัวเชื้อควรทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ก่อนทุกครั้ง 5. นำก้อนเชื้อที่ถ่ายหัวเชื้อเห็ดลงเรียบร้อยแล้วไปบ่มไว้ในโรงบ่มก้อนเชื้อต่อไป
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 23 กรกฎาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    ต้นอะไร ผลทานได้ไหม
    ผู้ดูแลระบบถาม-ตอบกูรูเกษตรศาสตร์
    ตอบเมื่อ 18 กรกฎาคม 2561
    ต้นสาละ ผลทานไม่ได้ มีขนาดใหญ่ เปลือกแข็ง นิยมปลูกในวัด หรือสถานที่ราชการมากกว่าปลูกประดับตามบ้านเรือนทั่วไป เป็นไม้ให้ร่มเงา
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 18 กรกฎาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    นี่ใช่ต้นปอกระเจาที่กินได้ไหม
    ผู้ดูแลระบบถาม-ตอบกูรูเกษตรศาสตร์
    ตอบเมื่อ 18 กรกฎาคม 2561
    ต้นปอวัชพืช/ ต้นปอกระเจาฝักยาว
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 18 กรกฎาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    หนอนชนิดกัดกินใบแก่มะพร้าวได้ หนอนชนิดนี้มีอันตรายไหม
    ผู้ดูแลระบบถาม-ตอบกูรูเกษตรศาสตร์
    ตอบเมื่อ 18 กรกฎาคม 2561
    หนอนมะพร้าวธรรมดา หนอนนี้จะสร้างความเสียกับมะพร้าวไม่มีอันตรายต่อคน ยกเว้นคนที่มีอาการแพ้มากจริงๆ ถ้ามีปริมาณเยอะไปก็สร้างความเสียหายได้
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 18 กรกฎาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    ขอข้อมูลต้นหยี
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 5 กรกฎาคม 2561
    ชื่อสามัญ Velvet Tamarind ชื่อวิทยาศาสตร์ Dialium cochinchinense, Dialium indum linn. ชื่อวงศ์ LEGUMINOSAE, CAESALHINIACKAE ชื่ออื่นๆ เขลง กาหยี นางดำ หยี เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีอายุยาวนานเป็นร้อยปี มีถิ่นกำเนิดอยู่ในรัฐซาบาห์และซาราวักของประเทศมาเลเซีย และพบมีการกระจายพันธุ์อยู่ในอีกหลายประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย เป็นผลไม้พื้นเมืองทางภาคใต้ของไทย มักเจริญเติบโตอยู่ตามเชิงเขา ที่ดอนในป่าในแถบจังหวัด สงขลา ปัตตานี นราธิวาส เป็นต้น ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้น ลักษณะลำต้นของหยีมีขนาดสูงใหญ่คล้ายต้นพิกุล เปลือกลำต้นเป็นสีเทาอมน้ำตาล ใบ ออกเป็นใบเดี่ยว มีลักษณะเป็นรูปทรงไข่ เรียงสลับกันเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่งประมาณ 5-7 ใบ ปลายใบและโคนใบแหลม แผ่นใบและขอบใบเรียบ ขนาดความกว้างของใบมีประมาณ 5 ซม. ยาวประมาณ 15 ซม. ดอก ออกเป็นช่อขนาดเล็กบริเวณปลายกิ่ง เป็นพวงสีขาว ผล ลักษณะผลเป็นรูปทรงกลมรี ผลอ่อนจะมีเปลือกสีเขียว เมื่อสุกจะกลายเป็นสีดำ ผลที่โตเต็มที่จะมีขนาดความกว้างประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ 2 ซม. ภายในผลมีเนื้อสีน้ำตาล รสเปรี้ยวอมหวานเล็กน้อย มักให้ผลผลิตเมื่อมีอายุได้ประมาณ 15 ปี และให้ผลผลิตได้มากที่สุดเมื่อมีอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป เมล็ด ภายในเนื้อผลสีน้ำตาล จะมีเมล็ดสีเทาอมดำรูปทรงกลมแบนอยู่เพียง 1 เมล็ด ซึ่งมีขนาดเล็กมาก การขยายพันธุ์ สามารถทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด วิธีการปลูก ต้นหยีสามารถเจริญเติบโตได้ดีตามสภาพสิ่งแวดล้อมทั่วไปในธรรมชาติ ก่อนนำเมล็ดไปเพาะปลูก ควรนำไปแช่น้ำให้นานพอที่จะทำให้มีการเจริญเติบโตได้ดี เนื่องจากเปลือกเมล็ดจะแข็งมาก ต้นกล้าจะเจริญงอกงามขึ้นมาหลังจากทำการเพาะไปประมาณ 2 เดือน ในระยะนี้ให้ทำการย้ายไปปลูกได้ การเก็บเกี่ยว ต้นหยีจะมีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวได้หลังจากที่ปลูกไปได้ประมาณ 15-17 ปี และให้ผลผลิตได้มากที่สุดเมื่อมีอายุต้นได้ประมาณ 30 ปีขึ้นไป การเก็บเกี่ยวก็ต้องใช้วิธีตัดลงมาทั้งกิ่ง เนื่องจากมีต้นที่สูงใหญ่ไม่สะดวกที่จะเก็บเกี่ยวเฉพาะผลได้ และต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1-2 ปี กว่าต้นจะแตกกิ่งก้านที่สมบูรณ์ขึ้นใหม่ และให้ผลผลิตในครั้งต่อไปได้ หลังจากตัดกิ่งที่มีผลลงมาแล้ว ก็ให้เด็ดผลออกจากก้านแล้วนำไปผึ่งแดด เมื่อกระเทาะเปลือกออกแล้วก็ใช้รับประทานได้ หากต้องการให้เก็บไว้ได้นานๆ ก็นำไปผึ่งแดดอีกครั้ง หรือจะนำไปแปรรูปเป็นลูกหยีกวน ฉาบ ทรงเครื่อง หรือน้ำผลไม้ เป็นต้น ประโยชน์ โดยทั่วไปแล้วจะไม่ค่อยนิยมรับประทานผลลูกหยีแบบสดๆ แต่มักจะนำไปแปรรูปในรูปแบบต่างๆ ทำให้มีรสชาติที่ชวนรับประทานมากยิ่งขึ้น และเป็นการถนอมอาหารเอาไว้ใช้ได้เป็นเวลานาน เมื่อนำไปจำหน่ายก็สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี ในเนื้อผลของลูกหยีจะประกอบไปด้วยสารอาหารมากมาย มีวิตามินซีสูง และยังมีกรดอินทรีย์ที่จำเป็นต่อร่างกาย เมื่อรับประทานเข้าไปจะช่วยทำให้ชุ่มคอ สดชื่น กระปรี้กระเปร่า บรรเทาอาการไอ ลูกหยีเป็นผลไม้ที่ค่อนข้างหายาก อาจไม่ค่อยพบเห็นวางขายตามตลาดทั่วไปมากนัก แต่ปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากลูกหยีออกมาจำหน่ายอย่างมากมายเช่นกัน ซึ่งนับว่าเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่ควรอนุรักษ์ไว้
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 5 กรกฎาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    แฟนชอบทำเกี่ยวกับเห็ด แนะนำได้ไหม
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 5 กรกฎาคม 2561
    อบรมเกี่ยวกับการเพาะเห็ด http://kapi.ku.ac.th/wp-content/uploads/2017/12/KAPI61C9.pdf
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 5 กรกฎาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    อยากปลูกไม้ยืนต้นแซมระหว่างมะเขือพวง ควรปลูกอะไรดี
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 5 กรกฎาคม 2561
    การปลูกพืชแซม คือ ระบบการปลูกพืชที่มากกว่า 1 ชนิด บนแปลงเดียวกันและเวลาเดียวกัน การปลูกพืชแซมมีข้อดีมากมายสำหรับเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่สูง เช่น ช่วยลดความเสี่ยงที่พืชใดพืชหนึ่งเสียหาย มีพืชอาหารหลายชนิด และมีอาหารบริโภคหรือขายเพื่อสร้างรายได้ตลอดปี การปลูกพืชแซมจะช่วยให้ได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินและแรงงานอย่างคุ้มค่า และอาจจะช่วยลดปัญหาเรื่องวัชพืช นอกจากนี้ พืชแซมอาจช่วยตรึงไนโตรเจนและเพิ่มธาตุอาหารให้แก่หน้าดิน และความเร็วของการเจริญเติบโตของพืชแซมจะช่วยคลุมดินและป้องกันฝนไม่ให้ตกกระทบดินโดยตรง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน อย่างไรก็ตามการปลูกพืชแซมจะต้องระมัดระวังเรื่องการจัดการปัญหาการแข่งขันแย่งแสง น้ำ และธาตุอาหารกับพืชหลัก ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด จึงมักจะใช้วิธีการปรับระยะปลูก รูปแบบการปลูกพืชหลักและพืชแซม ปรับระยะเวลาปลูก และให้ปุ๋ยให้เพียงพอทั้งพืชหลักและพืชแซม โดยทั่วไปเกษตรกรจะใช้ระบบการปลูกพืชแซมในกรณีที่มีพื้นที่จำกัดและมีแรงงานเพียงพอ แต่จะไม่ใช้ในกรณีเกษตรกรรายใหญ่และขาดแคลนแรงงาน พืชตระกูลมะเขือ ไม่ควรปลูกร่วมกับ มะละกอและกล้วย เนื่องจากมีแมลงศัตรูพืชจำพวกเพลี้ย ไร เหมือนกัน จึงไม่ควรปลูกร่วมกันในแปลง อาจปลูกมะนาว หรือฝรั่ง
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 5 กรกฎาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    มะพร้าวแกงกับมะพร้าวน้ำหอม ปลูกใกล้กันได้ไหม หรือต้องปลูกห่างกันหรือไกลกันเท่าไหร่
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 5 กรกฎาคม 2561
    ระยะปลูกของมะพร้าวแกง ระยะ 9*9 เมตร ส่วนมะพร้าวน้ำหอม ระยะปลูก 6*6 เมตร และไม่ควรปลูกปะปนกัน
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 5 กรกฎาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    พอจะช่วยเรื่อง แบบการทำตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ใหมครับ เอาแบบประหยัดๆแบบชาวบ้านพอทำเองได้ต้นทุนไม่สูงหนะครับผม ใช้อบพวกข่าตะไคร้ หรือ ตากกล้วย อะไรแบบนี้ล่ะครับ ขอบคุณครับ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 5 กรกฎาคม 2561
    การอบแห้งโดยใช้พลังงานเฉพาะจากดวงอาทิตย์ คือระบบที่เครื่องอบแห้งทำงานโดยอาศัยพลังงาน แสงอาทิตย์ วัสดุที่อบจะอยู่ในเครื่องอบแห้งที่ประกอบด้วยวัสดุที่โปร่งใส ความร้อนที่ใช้ในการอบแห้งได้มา จากการดูดกลืนพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีการถ่ายเทความร้อนดังกล่าว 2 ทาง คือ ทางตรงจากดวงอาทิตย์และทางอ้อมจากแผงรับรังสีดวงอาทิตย์ ทำให้อากาศร้อนก่อนที่จะผ่านวัสดุอบแห้ง พลังงานแสงอาทิตย์ได้นำมาใช้เพื่อ การตากแห้งเป็นเวลาช้านาน ปัจจุบันได้มีการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในอุตสาหกรรม และ ภาคเกษตรกรรมมากมาย อาทิ การตากแห้งกระเบื้องและกระจกสี ยางรถ และอุตสาหกรรมที่ใช้ยาง อุตสาหกรรมสิ่งทอ การหล่อเหล็ก เภสัชกรรม โรงงานยาสูบ การแปรรูป และ ถนอมอาหาร ผลไม้ สมุนไพร เนื้อสัตว์ และพืชผลทางการเกษตร เป็นต้น
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 5 กรกฎาคม 2561
  • ถาม-ตอบ
    รบกวนสอบถามเรื่องการปลูกกล้วยครับอยากปลูกกล้วยเป็นพืชพี่เลี้ยง
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 5 กรกฎาคม 2561
    หากต้องการปลูกเพื่อบังแดดให้ต้นไม้ที่เพิ่งปลูก ซึ่งต้องการในระยะ 1-2 ปีแรก หลังจากนั้นก็ไม่ต้องบังแดด ให้ปลูกกล้วยห่างจากพืชหลัก ประมาณ 50-80 ซม ทางทิศตะวันตก หรือจะเป็นตะวันตกเฉียงใต้ก็ได้ หันตำแหน่งที่จะออกเครือ ไปทิศที่ไม่รบกวนพืชหลัก แล้วพิจารณาต่อไปนี้ 1. เมื่อกล้วยตกเครือและเราตัดเครือกล้วยแล้ว ยังไม่ต้องโค่นต้นกล้วย ปล่อยให้ต้นกล้วยบังแดดพืชหลักไปก่อน รอหน่อรุ่นลูกโตพอที่จะช่วยบังแดด จึงตัดต้นกล้วยในระดับเอว แล้วรอให้ต้นที่เหลือผุไปเรื่อย ๆ แล้วใช้จอบเฉาะออกภายหลัง 2. ถ้าจะขุดหน่อกล้วย เราจะไม่ขุดหน่อที่เกิดระหว่างต้นแม่กับพืชหลัก เพื่อไม่รบกวนรากพืช ปล่อยหน่อไว้ตัดเครือ 3. หน่อกล้วยทางด้านอื่น ขุดได้ตามความต้องการ 4. หมั่นสางกอกล้วย อย่าให้รกถ้าโคนกล้วยรก พืชหลักจะโตช้า 5. พืชบางชนิดต้องการร่มเงามาก (เช่นมังคุด ลองกอง) อาจจะต้องปลูกสองหลุม คือทิศใต้ และทิศตะวันตก
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 5 กรกฎาคม 2561
แสดง 1 - 20 จาก 190
หน้า
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู