ถาม-ตอบทุกหมวดหมู่

แสดง 1 - 20 จาก 540
หน้า
  • ถาม-ตอบ
    กฎหมาย
    สถานที่ที่ปลูกกัญชาสามารถดำเนินการในสถานที่ของเอกชน ได้หรือไม่
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 4 มีนาคม 2564
    สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ต้องสามารถแสดงหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองของสถานที่ปลูกโดยชอบด้วย กฎหมาย เช่น หนังสือให้ความยินยอมจากผู้ให้เช่า หรือผู้ให้ใช้ ที่ดิน ในกรณีขอเช่าหรือขอใช้ที่ดินของบุคคลอื่นในการเพาะปลูก **อ้างอิงข้อมูลจาก คู่มือการขออนุญาตปลูกกัญชาสำหรับเกษตรกร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมวัตถุเสพติด
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 4 มีนาคม 2564
  • ถาม-ตอบ
    กฎหมาย
    การสุ่มตรวจวิเคราะห์กัญาที่ปลูกได้ ต้องดำเนินการอย่างไร
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 4 มีนาคม 2564
    ผู้รับอนุญาตปลูกกัญชาต้องจัดให้มีการวิเคราะห์กัญชาที่ปลูกขึ้นเพื่อให้ได้คุณภาพมาตรฐาน เพื่อหาสารปนเปื้อน เช่น ยาฆ่าแมลง โลหะหนัก หรือสารอื่น ๆ ในกัญชำที่ปลูก โดยต้องมีการตรวจวิเคราะห์ทุกครั้งที่ได้ผลผลิตจากการปลูก และมีหลักฐานแสดงรายละเอียด ผลการตรวจวิเคราะห์ ซึ่งเกษตรกรต้องเก็บรักษาไว้ สามารถส่งตรวจวิเคราะห์ได้ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC17025 หรือห้องปฏิบัติการอื่นที่มีความสามารถในการทดสอบเทียบเท่ากัน **อ้างอิงข้อมูลจาก คู่มือการขออนุญาตปลูกกัญชาสำหรับเกษตรกร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมวัตถุเสพติด
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 4 มีนาคม 2564
  • ถาม-ตอบ
    กฎหมาย
    สถานที่ปลูกกัญชาจำเป็นต้องติดระบบกล้องวงจรปิดครอบคลุมพื้นที่ปลูก หรือไม่ ถ้าจำเป็นต้องใช้จำนวนกล้องวงจรปิดจำนวนเท่าใด
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 4 มีนาคม 2564
    ไม่กำหนดจำนวนกล้องวงจรปิดที่ต้องติดตั้งว่าต้องมีจำนวนกี่ตัว เพียงแต่กำหนดว่าต้องติดตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่ปลูก ซึ่งจะมีจำนวนเท่าไหร่ ก็ขึ้นกับขนาดและพื้นที่ปลูกแต่ละแห่ง **อ้างอิงข้อมูลจาก คู่มือการขออนุญาตปลูกกัญชาสำหรับเกษตรกร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมวัตถุเสพติด
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 4 มีนาคม 2564
  • ถาม-ตอบ
    กฎหมาย
    การทำป้ายแสดงว่าเป็น “สถานที่ผลิตยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 5” มีข้อกำหนดหรือไม่ว่าป้ายต้องมีขนาดเท่าไร
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 4 มีนาคม 2564
    ป้ายต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 10 x 60 ซม. และขนาดตัวอักษรต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 3 ซม. **อ้างอิงข้อมูลจาก คู่มือการขออนุญาตปลูกกัญชาสำหรับเกษตรกร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมวัตถุเสพติด
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 4 มีนาคม 2564
  • ถาม-ตอบ
    กฎหมาย
    การจัดเตรียมพื้นที่ปลูกต้องดำเนินการอย่างไร ปลูกได้เฉพาะในพื้นที่ระบบปิด หรือโรงเรือนเพาะปลูกเท่านั้นหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจำเป็นต้องใช้ต้นทุนในการลงทุนสูง และเป็นอุปสรรคให้ไม่สามารถดำเนินการขออนุญาตปลูกกัญชาได้
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 4 มีนาคม 2564
    การขออนุญาตปลูกกัญชาสามารถดำเนินการได้ในพื้นที่รูปแบบต่าง ๆ ไม่จำกัดเฉพาะการปลูกในระบบปิดหรือโรงเรือนที่ ต้องใช้ต้นทุนสูง แต่ยังสามารถขออนุญาตปลูกในพื้นที่กลางแจ้งได้ เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้แก่เกษตรกร แต่เกษตรกรจำเป็นต้องควบคุมการปลูก ป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลออกนอกระบบ และผลผลิตที่ได้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน **อ้างอิงข้อมูลจาก คู่มือการขออนุญาตปลูกกัญชาสำหรับเกษตรกร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมวัตถุเสพติด
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 4 มีนาคม 2564
  • ถาม-ตอบ
    กฎหมาย
    กรณีผู้ขอรับอนุญาตปลูกกัญชามีภูมิลำเนาตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ต้องยื่นขอรับอนุญาตที่ใด
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 4 มีนาคม 2564
    ขณะนี้การยื่นขออนุญาตปลูกกัญชาให้ดำเนินการยื่นเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ทั้งนี้ในอนาคตหาก กฎกระทรวงฯ กัญชามีผลบังคับใช้ ผู้ขอรับอนุญาตปลูกกัญชา ที่มีพื้นที่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ให้ยื่นขออนุญาตที่สำนักงาน สาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ *อ้างอิงข้อมูลจาก คู่มือการขออนุญาตปลูกกัญชาสำหรับเกษตรกร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมวัตถุเสพติด
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 4 มีนาคม 2564
  • ถาม-ตอบ
    กฎหมาย
    วิสาหกิจชุมชนต้องผ่านการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนที่มี วัตถุประสงค์เป็นผู้ปลูกกัญชาก่อน จึงจะมีสิทธิ์ยื่นคำขอรับอนุญาตปลูกกัญชาได้ใช่หรือไม่
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 4 มีนาคม 2564
    ก่อนการยื่นขออนุญาตปลูกกัญชา กลุ่มเกษตรกรต้องรวมตัวกันเพื่อขอจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ในกิจการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อปลูกกัญชาโดยเฉพาะ แล้วจึงยื่นขออนุญาตปลูกกัญชา เมื่อได้รับอนุญาตเรียบร้อยแล้วจึงค่อยไปยื่นขอเพิ่มกิจการวิสาหกิจชุมชนเกี่ยวกับการปลูกกัญชาต่อไป **อ้างอิงข้อมูลจาก คู่มือการขออนุญาตปลูกกัญชาสำหรับเกษตรกร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมวัตถุเสพติด
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 4 มีนาคม 2564
  • ถาม-ตอบ
    กฎหมาย
    ภายหลังพ้นระยะเวลา 5 ปีแรก นับแต่วันที่ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ วิสาหกิจชุมชน/สหกรณ์การเกษตร สามารถขออนุญาตปลูกกัญชาได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ใช่หรือไม่
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 4 มีนาคม 2564
    ไม่ได้ โดยภายหลังพ้นระยะเวลา 5 ปีดังกล่าวในการขออนุญาต ท่านต้องดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของผู้ขออนุญาต ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยและจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์ *อ้างอิงข้อมูลจาก คู่มือการขออนุญาตปลูกกัญชาสำหรับเกษตรกร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมวัตถุเสพติด
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 4 มีนาคม 2564
  • ถาม-ตอบ
    กฎหมาย
    “การปลดล็อกกัญชา” หมายความว่า ปัจจุบันกัญชาหลุดจากการเป็นยาเสพติดให้โทษแล้วใช่หรือไม่
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 4 มีนาคม 2564
    ไม่ใช่ ปัจจุบันกัญชายังคงจัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 โดยคำว่า “ปลดล็อกกัญชา” หมายถึง อนุญาตให้นำกัญชาไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์และเพื่อการศึกษาวิจัย ผู้ป่วยสามารถเสพกัญชาเพื่อรักษาโรคตามคำสั่งของแพทย์ได้ **อ้างอิงข้อมูลจาก "คู่มือการขออนุญาตปลูกกัญชาสำหรับเกษตรกร" สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมวัตถุเสพติด
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 4 มีนาคม 2564
  • ถาม-ตอบ
    กฎหมาย
    เกษตรกรสามารถจะปลูกกัญชาเพื่อนำไปใช้เป็นพืชเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ เช่น ในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอางได้หรือไม่
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 4 มีนาคม 2564
    ในปัจจุบันตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ยังคงควบคุมให้กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ซึ่งเปิดให้นำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์และเพื่อการศึกษาวิจัยได้เท่านั้น *อ้างอิงข้อมูลจาก คู่มือการขออนุญาตปลูกกัญชาสำหรับเกษตรกร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมวัตถุเสพติด
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 4 มีนาคม 2564
  • ถาม-ตอบ
    ศัตรูพืช
    ไม้ใบมีอาการแบบในภาพเกิดจากอะไรคะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 2 มีนาคม 2564
    ลักษณะคล้ายเพลี้ยหอยนะคะ เพลี้ยหอยจะเข้าทำลายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ใบ กิ่ง และผล บริเวณที่ถูกทำลายจะเห็นเป็นรอยสีเหลืองซีดและเหี่ยวแห้งไปในที่สุด ผลจากการทำลายจะทำพืชแคระแกร็น ใบหลุดร่วง และอาจถึงขั้นยืนต้นตายได้ โดยส่วนมากจะระบาดมากในช่วงหน้าแล้งและช่วงที่มีสภาพอากาศร้อนชื้น วิธีป้องกันกำจัดเพลี้ยหอย 1) หมั่นตรวจดูต้นไม้เป็นประจำ ถ้าพบต้นที่มีเพลี้ยให้แยกออกมา ถ้าหากมีเพลี้ยอยู่หนาแน่นควรเผาทำลายทิ้งเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย 3) สารเคมีที่ใช้ได้ผลดีกับเพลี้ยหอย ได้แก่ สารเคมีชนิดดูดซึมร่วมกับสารจับใบ เพื่อช่วยให้สารติดกับต้นและใบมากที่สุด เช่น สารป้องกันกำจัดแมลงในกลุ่มโมโนโครโตฟอส กรณีแคคตัสหากพบการระบาดไม่มากอาจใช้แปรงฟันขัดบริเวณที่เพลี้ยหอยเกาะอยู่ได้ แล้วพ่นสารเคมีเพราะขนแปรงจะช่วยให้ยาเข้าไปในเปลือกของเพลี้ยได้โดยง่าย
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 2 มีนาคม 2564
  • ถาม-ตอบ
    ศัตรูพืช
    การปนเปื้อนอาหาร
    เพลี้ยแป้งกินได้ไหมคะ เป็นอันตรายไหมคะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 2 มีนาคม 2564
    ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลศึกษาเกี่ยวกับอันตรายจากการบริโภคเพลี้ยแป้งมาก่อน แต่ได้ขอคำปรึกษากับทางนักกีฏวิทยา ให้ข้อมูลว่า โดยปกติแล้วเพลี้ยแป้งเป็นแมลงศัตรูพืชที่พบเข้าทำลายพืชในกลุ่มมันสำปะหลัง อ้อย กุหลาบ น้อยหน่า โหระพา เป็นต้น หากรับประทานเพลี้ยแป้งที่ติดมากับพืชผักผลไม้จำนวนไม่มาก ให้สังเกตอาการหลังรับประทานทันทีว่ามีอาการแพ้หรือไม่ เพราะหากมีอาการแพ้ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุจากแป้งที่ห่อหุ้มลำตัวเพลี้ยแป้งเอาไว้ และอาการจะคล้ายคลึงกับอาการแพ้อาหารทั่วไปให้รีบไปพบแพทย์
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2564
  • ถาม-ตอบ
    อนุกรมวิธานพืช
    นิเวศวิทยาพืช
    อยากทราบว่าดอกไม้ในภาพนี้เป็นดอกของต้นอะไรคะ เจอปลูกอยู่ที่สวนสาธารณะในกรุงเทพฯ ค่ะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2564
    ดอกของต้นสำโรงค่ะ ชื่อทั่วไป : สำโรง ชื่อท้องถิ่น : จำมะโฮง (เชียงใหม่) มะโรง มะโหรง (ปัตตานี) โหมโรง (ภาคใต้) ชื่อสามัญ : Bastard Poon, Pinari ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sterculia foetida L. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ต้น สูงประมาณ 30 เมตร ใบ : ใบประกอบแบบฝ่ามือ มีใบย่อย 5-7 ใบ รูปรีหรือรีแกมขอบขนาน หนาคล้ายหนัง เกลี้ยงหรือมีขน ปลายใบแหลมหรือติ่งแหลม ฐานรูปลิ่ม ขอบเรียบ ดอก : ดอกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ปลายยอด หรือบริเวณรอยแผลที่ใบหลุดร่วง ดอกแยกเพศ ดอกตูมรูปไข่ กลีบเลี้ยงเชื่อมกันปลายแยกเป็น 5 แฉก บริเวณโคนมีขน ดอกเพศผู้ มีเกสรเพศผู้ 14-15 อัน ดอกเพศเมีย มีรังไข่อิสระ รูปไข่ ก้านเกสรเพศเมียมีขน ยอดเกสรเพศเมีย 5 แฉก ผล : ผลแห้งแล้วแตก รูปไต เปลือก : เปลือกสีน้ำตาลเทา นิเวศวิทยาและการกระจายพันธ์ มักขึ้นในป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง สูงจากระดับน้ำทะเล 100-600 เมตร การใช้ประโยชน์ เนื้อไม้ใช้ทำกระดาน เครื่องเรือน เปลือกใช้ทำเชือกหยาบ น้ำมันจากเนื้อในเมล็ดใช้ปรุงอาหารและใช้จุดไฟ ใบเป็นยาระบาย ผลเป็นยาสมานท้องและแก้โรคไต เมล็ดอบแล้วกินได้ เปลือกและใบใช้ไล่แมลง ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2564
  • ถาม-ตอบ
    การส่งเสริม
    อยากทราบเลขทะเบียนเกษตร12หลัก
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2564
    เกษตรกรสามารถโทร.ไปสอบถามที่ สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ หรือ โทร.ถามได้ทาง โทร. 0 2955 1642 หรือแจ้งเลขบัตรประชาชนไปที่ inbox Facebook Digital DOAE ได้ที่ https://web.facebook.com/digitaldoae/ จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเลขทะเบียนเกษตรกรให้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามโดยตรงได้ที่ inbox Facebook Digital DOAE ได้ที่ https://web.facebook.com/digitaldoae/ ได้ค่ะ
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2564
  • ถาม-ตอบ
    การส่งเสริม
    สมุดเกษตรกรของแม่หายทำยังไงคะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2564
    สามารถไปติตต่อขอรับใหม่ได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอ ที่ท่านได้ลงทะเบียนเกษตรกรไว้ได้ค่ะ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามโดยตรงที่ inbox Facebook Digital DOAE ได้ที่ https://web.facebook.com/digitaldoae/ ได้ค่ะ แต่หากต้องการทราบแค่ เลข 12 หลัก เกษตรกรสามารถโทรไปสอบถามได้ที่ 0 2955 1642 หรือแจ้งเลขบัตรประชาชนไปที่ inbox Facebook Digital DOAE เพื่อสอบถามได้ที่ https://web.facebook.com/digitaldoae/ จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเลขทะเบียนเกษตรกรให้ค่ะ
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2564
  • ถาม-ตอบ
    โรคพืช
    สอบถามครับ โรคข้าวใบไหม้ ใช้สารเคมีอะไรรักษาครับ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2564
    โรคใบไหม้ของข้าว โดยทั่วไปจะเน้นการใช้พันธุ์ต้านทานโรค ส่วนสารเคมีป้องกันทำได้ดโดยการคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล (Tricyclazone) คาซูกาไมซิน (Kasugamycin) คาร์เบนดาซิม (Carbendazim) โพรคลอราซ ตามอัตราที่ระบุ ในแหล่งที่เคยมีโรคระบาดและพบโรคไหม้ทั่วไป 5 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ใบ (เฉลี่ย 2-3 แผลต่อใบ) ควรพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล (Tricyclazone) คาซูกาไมซิน (Kasugamycin) อีดิเฟนฟอส ไอโซโพรไทโอเลน (Isoprothiolane) คาร์เบนดาซิม (Carbendazim) ตามอัตราที่ระบุ วิธีกป้องกันกำจัดโรคไหม้ข้าว 1. สำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ ถ้าพบอาการของโรคไหม้ข้าวควรปฏิบัติดังนี้ - พ่นเชื้อบีเอส (บาซิลลัส ซับทีลิส) อัตราตามคำแนะนำในฉลาก - พ่นเชื้อไตรโครเดอร์มาอัตรา 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 200 ลิตร 2. ถ้ามีความจำเป็นให้ใช้สารเคมี ให้พ่นเฉพาะบริเวณที่พบการระบาดเพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อราแพร่กระจายขยายเป็นวงกว้างสารเคมีที่แนะนำมี ดังนี้ - อิดิเฟนฟอส 50 เปอร์เซ็นต์ อีซี อัตรา 20-25 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร - บลาสติซิดิน-เอส 2 เปอร์เซ็นต์ อีซี อัตรา 20-25 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร - ไตรไซคลาโซล 75 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตรา 10-16 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร ควรพ่นในแปลงข้าวที่มีประวัติว่าเคยมีโรคระบาดมาก่อน การใช้สารเคมีพ่นซ้ำกันหลายครั้งเชื้อราจะต้านทานสารเคมีหรือดื้อยา ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อราต้านทานสารเคมี จึงควรเลือกใช้สารเคมีบางชนิดพ่นสลับกัน ทั้งนี้ ในการใช้สารเคมีควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และคำนึงถึงความปลอดภัยต่อตัวผู้ใช้และสภาพแวดล้อม 3. ใช้พันธุ์ค่อนข้างต้านทานโรค ดังนี้ ภาคกลาง เช่น สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 60 ปราจีนบุรี 1 พลายงาม ข้าวเจ้าหอมพิษณุโลก 1 ภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ข้าวเจ้าหอมพิษณุโลก 1 สุรินทร์ 1 เหนียวอุบล 2 สันปาตอง 1 หางยี 71 กู้เมืองหลวง ขาวโป่งไคร้ น้ำรู ภาคใต้ เช่น ดอกพะยอม และ กข55 ข้อควรระวัง ข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 60 และชัยนาท 1 ที่ปลูกในภาคเหนือตอนล่าง พบว่าแสดงอาการรุนแรงในบางพื้นที่ และบางปี โดยเฉพาะเมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย เช่น ฝนพรำ หรือหมอก น้ำค้างจัด อากาศเย็น ใส่ปุ๋ยมากเกินความจำเป็น หรือเป็นดินหลังน้ำท่วม หว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสม คือ 15-20 กิโลกรัม/ไร่ ควรแบ่งแปลงให้มีการระบายถ่ายเทอากาศดี และไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเกินไป ถ้าสูงถึง 50 กิโลกรัม/ไร่ โรคไหม้จะพัฒนาอย่าง รวดเร็ว
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2564
  • ถาม-ตอบ
    การผลิตพืช
    ช่วงระยะเวลาการให้ฮอร์โมนพริกปลูกใหม่..ช่วงไหนบ้างครับจนเก็บผลผลิต
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2564
    ระยะเวลาพ่นฮอร์โมน (ฮอร์โมนไข่, ไคโตซาน) ปกติจะพ่นหลังการเก็บเกี่ยวพริกแต่ละครั้ง เพื่อให้แตกยอด ออกดอก และติดผลดี แต่สิ่งที่ควรระวังในการใช้ฮอร์โมนพ่นต้นพริกเพื่อเร่งให้ออกดอก-ติดผลเร็วขึ้นนั้น ผลข้างเคียงคือพริกจะเจริญเติบโตดี ทรงพุ่มสวยงาม และใบดกจนพริกไม่ออกดอก หรือติดดอกออกผลน้อย ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ด้วยวิธีเด็ดใบแก่ของพริกบริเวณโคนกิ่งออกประมาณ 50% ของใบทั้งหมด แล้วให้น้ำตามปกติ (งดให้ปุ๋ยและฮอร์โมนพืชอื่น ๆ อย่างน้อย 1 สัปดาห์) วิธีนี้เป็นเทคนิคช่วยกระตุ้นให้ต้นพริกติดดอกออกผลดกมากขึ้น
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 31 มกราคม 2564
  • ถาม-ตอบ
    ศัตรูพืช
    โรคพืช
    สอบถามครับ มะเขือพวงอายุประมาณ 2 เดือน มีอาการดังในภาพ เกิดจากอะไรครับ แก้ไขอย่างไร
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 21 มกราคม 2564
    ตอบ คุณสมชาย 2 รูปแรก อาการคล้ายโดนแมลงศัตรูพืชเข้าทำลาย ลองสังเกตบริเวณใบทั้งบนในและใต้ใบว่ามีแมลง เช่น เพลี้ยแป้งสีขาวๆ หรือเพลี้ยไฟสีดำขนาดเล็กเกาะอยู่บ้างมั้ยคะ เริ่มแรกเพลี้ยแป้งจะทำให้เกิดอาการใบหยิกหด ต่อมาใบและยอดอ่อนหยิกและหด ข้อสั้นและอวบหญ่มีสีเขียวเข้ม ไม่เจริญต่อไป หรือบางครั้งอาจมีแมลงเข้าทำลายร่วมกันหลายชนิด การป้องกันกำจัดควรพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดประเภทดูดซึม สำหรับป้องกันกำจัดแมลง เช่น คาร์โบซัลแฟน, ฟิโปรนิล, อะบาแมคติน เป็นต้นค่ะ ส่วนรูปสุดท้าย อาการคล้ายเป็นโรคแอนแทรคโนสซึ่งเกิดจากเชื้อรา อาการจะเป็นแผลวงกลมสีน้ำตาล ซึ่งจะขยายใหญ่ขึ้นจนทำให้แผลเน่า และกิ่งแห้งตาย บนแผลมีเชื้อราขึ้นเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีดำขนาดเล็กกว่าหัวเข็มหมุด ขึ้นเรียงเป็นวงกลมซ้อนกันหลายชั้น เนื้อเยื่อบริเวณแผลยุบต่ำลงเล็กน้อย การป้องกันกำจัดทำได้โดยพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อราเป็นครั้งแรก และตัดแต่งกิ่งและผลที่เป็นโรคแล้วนำไปเผาทำลายนอกแปลง เพื่อป้องกันการระบาดไปต้นอื่น
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 21 มกราคม 2564
  • ถาม-ตอบ
    ระบบการปลูกพืช
    มลพิษ
    กำลังพัฒนาที่นาเป็นสวนผสม โดยยกคันขุดร่อง ที่ดินมีคลองชลประทานผ่านหน้าพื้นที่ และด้านหลังเป็นคลองผันน้ำออก อยากทำเกษตรอินทรีย์ แต่น้ำที่ได้รับมาเป็นปลายน้ำที่มีเกษตรกรเจ้าอื่นใช้สารเคมีมาก่อนแล้ว และรอบด้านเป็นนาและสวนที่ใช้สารเคมี เราจะแก้ไขอย่างไรกับสารเคมีที่มากับน้ำและผ่านร่องสวนเรา และเราก็จำเป็นต้องใช้น้ำนี้ค่ะ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 19 มกราคม 2564
    การป้องกันมลพิษ การปนเปื้อน และการปะปนในระดับฟาร์ม เกษตรกรผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์จะต้องมีมาตรการในการป้องกันมิให้ดินและผลผลิตเกษตรอินทรีย์ปนเปื้อนจากมลพิษ และสารเคมีสังเคราะห์ทางการเกษตรที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในระบบเกษตรอินทรีย์ ซึ่งรวมถึงโลหะหนัก และมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมและชุมชน รวมทั้งมีมาตรการในการลดการปนเปื้อน โดยที่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์แต่ละแห่งจะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดการแนวกันชน (Buffer zone) ที่แตกต่างกัน โดยอาจมีการกำหนดทั้งระยะห่างระหว่างแปลงเกษตรอินทรีย์กับแปลงเกษตรเคมี หรือการปลูกพืช หรือการจัดทำสิ่งปลูกสร้างที่เป็นแนวป้องกันการปนเปื้อน ในพื้นที่แนวกันชนที่แตกต่างกันได้ โดยทั่วไปจะมีการกำหนดเกณฑ์แนวกันชนขั้นต่ำไว้ในมาตรฐาน ซึ่งหน่วยงานรับรองอาจจะพิจารณาให้เกษตรกรต้องมีการจัดการแนวกันชนเพิ่มเติมจากข้อกำหนดขั้นต่ำ โดยการพิจารณาจากสภาพความเป็นจริงของฟาร์มแต่ละแห่ง หลักการผลิตพืชอินทรีย์ 1. พื้นที่ที่จะทำการเกษตรนั้นต้องไม่เคยทำการเกษตรเคมีมาไม่น้อยกว่า 3 ปี 2. พื้นที่ควรมีลักษณะค่อนข้างดอนและโล่งแจ้ง 3. พื้นที่ต้องอยู่ห่างจากโรงงานอุตสาหกรรม 4. พื้นที่ควรอยู่ห่างจากแปลงที่ใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมี 5. พื้นที่ห่างจากถนนหลวงหลัก 6. พื้นที่มีแหล่งน้ำที่ปลอดสารพิษ จะเห็นว่าจากเงื่อนไข ข้อ 6. พื้นที่มีแหล่งน้ำที่ปลอดสารพิษ และ 4. พื้นที่ควรอยู่ห่างจากแปลงที่ใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมี ซึ่งอาจจะต้องปรับสภาพให้มีความเหมาะสมกับระบบการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ ซึ่งการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ควรเริ่มจากการมีแผนการปรับเปลี่ยนที่ชัดเจน โดยแผนการปรับเปลี่ยนดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐาน โดยอาจจะปรับเปลี่ยนฟาร์มทั้งหมดเข้าสู่เกษตรอินทรีย์พร้อมกัน หรือค่อยๆ ปรับเปลี่ยนบางส่วนของฟาร์มเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ก็ได้ แต่ทั้งนี้ แผนการปรับเปลี่ยนจะต้องระบุถึงขั้นตอนและระยะเวลาในการปรับเปลี่ยนฟาร์มทั้งหมดเข้าสู่เกษตรอินทรีย์ รวมทั้งการจัดแยกระบบการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์และไม่ใช่เกษตรอินทรีย์ออกจากกัน ซึ่งในแต่ละมาตรฐานอาจกำหนดระยะเวลาของการปรับเปลี่ยนแตกต่างกันไป ซึ่งในช่วงระยะปรับเปลี่ยนนี้อาจใช้เวลา 12 – 36 เดือนขึ้นอยู่กับมาตรฐาน โดยระบบมาตรฐานที่ให้บริการรับรองการเพาะปลูกพืชในปัจจุบัน ได้แก่ - IFOAM Program (IFOAM-Accredited) - EU Program (EU organic regulations) - U.S.-Canada Program (COR and NOP-equivalent) ทั้งนี้สามารถศึกษามาตรฐานและข้อกำหนดได้จากข้อมูลเพิ่มเติม : มาตรฐานเกษตรอินทรีย์และข้อกำหนด และสามารถรับคำปรึกษาและติดต่อได้ที่ สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ บริษัท เอซีทีออร์แกนิค เลขที่ 2 ซอยงามวงศ์วาน 23 แยก 2/5 ตำบลบางเขน อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000 โทร. 0 2952 6677, 0 2580 0934 และ 086 892 3162 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-17.00 น. E-mail: info@actorganic-cert.or.th
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 19 มกราคม 2564
  • ถาม-ตอบ
    การผลิตพืช
    การปรับปรุงดิน
    ปุ๋ย
    วิธีเตรียมดินลงปลูก ดูแลบำรุงพริก ปลูกแล้วรดน้ำใส่ปุ๋ยอย่างไรครับ
    นักเอกสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
    ตอบเมื่อ 18 มกราคม 2564
    พริกขี้หนูสามารถปลูกได้ดีในดินแทบทุกชนิด แต่ดินที่เหมาะสมที่สุดคือ ดินร่วนปนทราย ที่มีการระบายน้ำได้ดีนะคะ การเพาะเมล็ด วัสดุเพาะ ใช้ดิน : ปุ๋ยคอกเก่า : ขี้เถ้าแกลบ อัตราส่วน 2:1:1 การเพาะเมล็ดเพื่อปลูก เริ่มต้นด้วยการห่อเมล็ดพันธุ์ในถุงผ้าและแช่ในน้ำทิ้งไว้ 1 คืน ในน้ำควรใส่ยาป้องกันราลงไปด้วย เมื่อผ่าน 1 จากนั้นให้นำเมล็ดพันธุ์พริกไปล้างผ่านน้ำไหลอย่างน้อย 30 นาที เก็บถุงผ้าไว้ในที่ร่มและชื้นอีก 2-3 วัน เมื่อเมล็ดงอกตุ่มเป็นรากสีขาวเล็กจึงนำไปเพาะลงถุงชำที่มีวัสดุเพาะข้างต้น โดยช่วงนี้ต้องรดน้ำสม่ำเสมอวันละ 1-2 ครั้ง เช้าและบ่าย จนต้นกล้าขึ้นใบจริง 3-4 ใบ ค่อยย้ายลงแปลงปลูก หรือย้ายลงกระถางต่อไป (แต่ถ้าไม่ต้องการเพาะเป็นต้นกล้า เมื่อเห็นว่าเมล็ดเริ่มแตกตุ่มราก สามารถนำไปหว่านในแปลงที่เตรียมไว้ได้) *ช่วงย้ายปลูกที่ดีคือ ตอนเย็นที่มีแสงอาทิตย์อ่อน เพราะจะทำให้ต้นกล้าตั้งตัวได้เร็วกว่าในช่วงที่มีแสงแดด วิธีเตรียมดินปลูกพริก ควรขุดหรือไถดินให้ลึกประมาณ 15 ซม. ตากดิน 5-7 วัน ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกที่สลายตัวแล้วประมาณ 20 กก ต่อเนื้อที่ 5 ตารางเมตร พรวนย่อยผิวหน้าดินให้ละเอียด เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินแปลงเพาะควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 400-500 กรัม พรวนกลบลงในดิน รอบแปลงเพาะ ควรใช้สารเคมี เช่น ออลดรินโรยเพื่อป้องกันมด แมลง เข้าไปทำลายเมล็ดพันธุ์ที่เริ่มงอก การใส่ปุ๋ย หลังปลูกแล้ว 10-15 วัน ควรใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนแกง ด้วยวิธีโรยห่างโคนต้นประมาณ 1 คืบ พร้อมกลบดินและรดน้ำตาม หมั่นกำจัดวัชพืชให้แปลงสะอาดอยู่เสมอ พอพริกเริ่มโตจะใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ด้วยการหว่าน 15 วันต่อ 1 ครั้ง หรือหากไม่ต้องการใช้ปุ๋ยเคมี สามารถใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักแทนได้ การให้น้ำ ควรรดน้ำทุกวัน เพื่อทำให้ต้นพริกแตกกิ่งแขนงดี ต้นหนา ลูกดก ต้นไม่หยุดชะงัก การเก็บเกี่ยวผลผลิต พริกจะเริ่มออกดอกหลังจากย้ายปลูกแล้ว 60-70 วัน และเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เมื่อมีอายุ 90-100 วัน โดยสามารถเก็บได้นานประมาณ 6 เดือน
    อ่านต่อ
    ถามเมื่อ 15 มกราคม 2564
แสดง 1 - 20 จาก 540
หน้า
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู