ตอบ คุณ Piroj Suk*** (คำถามจากกล่องข้อความ FB : Thai national AGRIS centre) โดยทั่วไป อัตราการใช้พอลิเมอร์ในไร่อ้อยอยู่ที่ประมาณ 2–3 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพดินเป็นสำคัญ สำหรับดินทรายซึ่งมีการระบายน้ำเร็ว ควรใช้ในอัตราประมาณ 3 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อเพิ่มความสามารถในการเก็บกักน้ำ ส่วนดินร่วนหรือดินทั่วไปสามารถใช้ในอัตราประมาณ 2 กิโลกรัมต่อไร่ก็เพียงพอ หลักการสำคัญคือ ดินที่อุ้มน้ำได้น้อยควรใช้พอลิเมอร์ในปริมาณที่มากขึ้น ก่อนนำไปใช้งาน พอลิเมอร์จะต้องผ่านการแช่น้ำเพื่อให้พองตัวเป็นเจล โดยมีอัตราส่วนมาตรฐานอยู่ที่ 1 ต่อ 100 ถึง 1 ต่อ 200 โดยน้ำหนัก เช่น พอลิเมอร์ 1 กิโลกรัม ควรแช่น้ำประมาณ 100–200 ลิตร การแช่ควรใช้เวลาประมาณ 2–4 ชั่วโมง หรือเพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน เพื่อให้พอลิเมอร์ดูดซับน้ำได้เต็มที่ เมื่อพองตัวแล้วจะมีลักษณะเป็นเจลใสคล้ายวุ้น นอกจากนี้ควรใช้น้ำสะอาด เช่น น้ำประปาหรือน้ำบาดาลที่ไม่มีความเค็ม เนื่องจากน้ำที่มีหินปูนหรือเกลือสูงจะลดประสิทธิภาพในการดูดซับน้ำของพอลิเมอร์ ในขั้นตอนการปลูกอ้อย สามารถดำเนินการได้ตามวิธีปกติ โดยเริ่มจากการขุดร่องและวางท่อนพันธุ์อ้อยลงในร่อง จากนั้นนำพอลิเมอร์ที่พองตัวแล้วราดลงบนท่อนพันธุ์ให้ทั่ว โดยเน้นบริเวณที่คาดว่าจะเกิดการแตกหน่อและการเจริญของราก เมื่อเสร็จแล้วให้กลบดินทับทันที เพื่อป้องกันไม่ให้แสงแดดทำให้พอลิเมอร์แห้งหรือเสื่อมสภาพ หลังการปลูก ในช่วงประมาณ 3 สัปดาห์แรก พอลิเมอร์จะทำหน้าที่ปล่อยความชื้นให้กับท่อนพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อ้อยสามารถแตกหน่อได้แม้ในสภาพดินที่ค่อนข้างแห้ง อย่างไรก็ตาม หากพบว่าดินมีลักษณะแข็งหรือเป็นก้อนจนหน่ออ้อยแทงขึ้นมาได้ยาก อาจจำเป็นต้องให้น้ำเสริมเฉพาะจุดเพื่อช่วยให้ดินอ่อนตัวลง โดยสรุป การใช้สารอุ้มน้ำพอลิเมอร์ในไร่อ้อยเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ลดความเสี่ยงจากสภาพแห้งแล้ง และสนับสนุนการเจริญเติบโตของอ้อยในระยะแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากใช้อย่างถูกวิธีและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ จะสามารถช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้ในระยะยาว
ขอสอบถามอัตราการใช้สารอุ้มน้ำโพลิเมอร์ต่อไร่สำหรับการปลูกอ้อย ว่าควรใช้ในปริมาณเท่าใดจึงจะเหมาะสม และมีแนวทางการใช้งานอย่างไรบ้างครับ
