ถาม-ตอบ
ทรัพยากรน้ำ
ถามเมื่อ 23 มกราคม 2569
ปลูกพืชผักและรดน้ำด้วยน้ำบาดาล ทำไมพืชผักแคระแแกร็น ใบมีสีเหลือง และไม่เจริญเติบโตครับ จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร (สังเกตถังเก็บน้ำบาดาลมีคราบตะกรันเกาะถัง) จะต้องแก้-ปรับปรุงน้ำบาดาล อย่างไร จะต้องแก้-ปรับปรุงดินอย่างไร

การใช้น้ำบาดาลรดน้ำผักแล้วพบว่าต้นไม้มีอาการแคระแกร็น เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากคุณภาพน้ำที่ไม่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืช น้ำบาดาลส่วนใหญ่มักมีความเป็นด่างสูง (pH มากกว่า 7.5) ซึ่งจะไปล็อกธาตุอาหารในดิน (เช่น เหล็ก ฟอสฟอรัส และสังกะสี) ทำให้รากพืชดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ไม่ได้ แม้ในดินจะมีปุ๋ยอยู่ก็ตาม และน้ำบาดาลในหลายพื้นที่อาจมีปริมาณเกลือสูง ซึ่งเกลือจะไปขัดขวางการดูดน้ำของราก ทำให้พืชแสดงอาการขาดน้ำและโตช้า กรณีที่พบตะกรันหรือคราบหินปูน แสดงให้เห็นว่ามีปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมที่มากเกินไปจากน้ำกระด้าง อาจทำให้เกิดการสะสมของตะกรันในดินจนดินแข็ง หากน้ำมีสีสนิมหรือมีกลิ่นกำมะถัน เกิดจากธาตุเหล็กและสนิมเหล็ก สารเหล่านี้สามารถไปเคลือบผิวรากพืช ทำให้รากทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ข้อแนะนำเพิ่มเติม ถ้าอยากรู้แน่ชัดว่าน้ำเป็นอะไร ให้ซื้อกระดาษลิตมัส หรือเครื่องวัด pH มาทดสอบน้ำดูก่อน แล้วจึงปรับค่า pH - ความเป็นกรด-ด่าง และแนะนำให้ลองสังเกตคราบน้ำ - ถ้าเป็นคราบขาว ติดตามขอบกระถางหรือใบ = น้ำหินปูน - ถ้าเป็นคราบแดง/ส้ม = สนิมเหล็ก วิธีแก้ไขและปรับปรุงน้ำบาดาล ก่อนจะนำน้ำไปรดผัก แนะนำให้ใช้วิธีการปรับปรุงคุณภาพน้ำเบื้องต้น ดังนี้ - การพักน้ำ (พักในบ่อหรือถัง) เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดีที่สุด ให้สูบน้ำขึ้นมาพักในบ่อหรือถังอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้ตะกอนตกผลึก สารบางชนิดระเหยออกไป และทำให้อุณหภูมิน้ำสมดุลกับอากาศ - การเพิ่มออกซิเจน การทำน้ำพุหรือให้น้ำไหลผ่านชั้นกรวดก่อนลงถังพัก จะช่วยลดก๊าซพิษบางชนิดและเพิ่มออกซิเจนในน้ำ หรือการปล่อยให้น้ำตกลงมาจากที่สูง วิธีนี้จะช่วยไล่ก๊าซไข่เน่าและช่วยให้สนิมเหล็กตกตะกอนได้เร็วขึ้น  ซึ่งส่งผลดีต่อรากพืช - แนะนำให้ลองซื้อกระดาษลิตมัส หรือเครื่องวัด pH มาทดสอบน้ำดูก่อน แล้วจึงปรับค่า pH - ความเป็นกรด-ด่าง ถ้าเป็นด่างมากอาจผสมน้ำส้มควันไม้ หรือน้ำส้มสายชูเจือจางลงไปเล็กน้อย - การใช้สารส้ม (Alum) หากน้ำขุ่นมาก ให้แกว่งสารส้มในถังพักน้ำทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที สิ่งสกปรกจะตกตะกอนลงก้นถัง ทำให้น้ำใสขึ้น - การใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือน้ำหมักชีวภาพรดลงดิน จะช่วยสร้างกรดอ่อน ๆ มาสะเทินความเป็นด่างของน้ำบาดาลได้ - การใช้ตัวกรอง หากทำได้ การติดตั้งกรองคาร์บอนหรือกรองแมงกานีสจะช่วยลดปัญหาเรื่องสนิมเหล็กและกลิ่นได้มาก - เจือจางด้วยน้ำอื่น หากพอทำได้ ให้ผสมน้ำบาดาลกับน้ำฝนหรือน้ำจากแหล่งธรรมชาติอื่น เพื่อลดความเข้มข้นของเกลือและหินปูน - การใช้ระบบกรอง (สำหรับแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ) หากปัญหารุนแรง (เช่น น้ำเค็มจัด หรือหินปูนเยอะมาก) อาจต้องใช้ระบบกรองช่วย 1. ถังกรองสารแมงกานีส (Manganese): เหมาะสำหรับน้ำที่มี สนิมเหล็ก เยอะ (น้ำมีกลิ่นเหล็ก หรือทิ้งไว้แล้วเป็นคราบสีน้ำตาลแดง) 2. ถังกรองเรซิ่น (Resin) เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุดในการแก้ปัญหา "น้ำกระด้าง" หรือน้ำหินปูน เรซิ่นจะช่วยดึงแคลเซียมและแมกนีเซียมออกจากน้ำ 3. ถังกรองคาร์บอน (Activated Carbon) ช่วยกำจัดกลิ่น สี และสารอินทรีย์บางชนิดที่ปนมากับน้ำ การบำรุงดิน เนื่องจากน้ำบาดาลอาจทำให้ดินเสียสมบัติไปบ้าง ควรเน้นการปรับปรุงดินควบคู่ไปด้วย - เติมอินทรียวัตถุ ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือแหนแดง (Azolla) เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุในดิน และช่วยซับสารพิษจากน้ำบาดาล - คลุมดิน ใช้ฟางหรือเศษใบไม้คลุมหน้าดินเพื่อรักษาความชื้นและลดการสะสมของเกลือที่ผิวดินจากการระเหยของน้ำบาดาล - เพิ่มอินทรียวัตถุ ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกให้มากขึ้น เพราะจุลินทรีย์และอินทรียวัตถุจะช่วยบัฟเฟอร์ (Buffer) หรือต้านทานการเปลี่ยนแปลงของค่า pH ไม่ให้กระทบรากพืชโดยตรง - ใส่ยิปซั่มการเกษตร หากน้ำมีโซเดียม (น้ำเค็ม) สูง การใส่ยิปซั่มจะช่วยไล่โซเดียมออกจากดินและช่วยให้โครงสร้างดินดีขึ้น


คำถามแนะนำสำหรับคุณ

© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู