ข่าวสาร
T01 มลพิษ
15 ตุลาคม 2569
บ้านรอดจากน้ำท่วม... แต่วิกฤตเชื้อราเพิ่งเริ่มต้น รู้ทันความจริงก่อนบ้านพัง สุขภาพพัง

สถานการณ์น้ำลดคือสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่ หลายคนรีบกลับเข้าบ้าน จัดบ้าน ขัดพื้นผิวให้เอี่ยมอ่อง แต่พอเผลอเปิดตู้เสื้อผ้า หรือยกที่นอนขึ้นมาดู กลับเจอแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหญ่เกาะอยู่เต็มไปหมด ทั้งจุดดำ ๆ คราบเขียว ๆ และปื้นขาว ๆ ตามมุมห้อง... ใช่แล้วครับ นั่นคือ เชื้อรากำลังยึดบ้านคุณอยู่

แต่เดี๋ยวก่อน! หลายคนอาจกำลังเข้าใจผิดเรื่องเชื้อรากันอยู่ มาลองเช็กความเข้าใจกันใหม่กับความรู้รอบตัวจาก รศ. ดร.ปิยังกูล เหลืองเจริญกิจ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่จะมาเปลี่ยนมุมมองการจัดการบ้านหลังน้ำท่วมให้ถูกต้องและปลอดภัย

1. ความเข้าใจผิดยอดฮิต "ราดำอันตรายสุด ราขาวปลอดภัยจริงหรือ
เรามักได้ยินคนบอกว่าเจอราดำต้องรีบหนีเพราะร้ายแรงที่สุด ส่วนราขาวคงไม่เป็นไร แต่ในทางจุลชีววิทยา สีของราไม่ได้บอกระดับความอันตรายเสมอไป
- เชื้อราต่างชนิดกันอาจมีสีเหมือนกันได้
- เชื้อราเดียวกันก็เปลี่ยนสีได้ตามสภาพแวดล้อม แม้จะมีราตัวร้ายอย่าง Stachybotrys chartarum (ราสีเขียวเข้มเกือบดำที่ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะนาน ๆ) แต่ก็ไม่ใช่ว่าราดำทุกชนิดจะเป็นชนิดนี้ ดังนั้น เลิกเสียเวลามานั่งส่องกล้องเดาชื่อราด้วยตาเปล่า สิ่งที่เราควรโฟกัสจริง ๆ คือ ทำอย่างไรถึงจะกำจัดรา ความชื้น และวัสดุที่ปนเปื้อนให้ออกไปจากบ้านได้ต่างหาก

2. นาทีทอง 24–48 ชั่วโมงแรก: ช้าคือจบเห่
สปอร์ของรามีลอยอยู่ในอากาศรอบตัวเราตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ปกติมันไม่โตเพราะบ้านเราแห้ง พอเจอน้ำท่วมปุ๊บ ความชื้น + แหล่งอาหาร + อุณหภูมิที่เหมาะ จึงกลายเป็นห้องอาหารบุฟเฟต์ชั้นดีของเชื้อรา ความชื้นไม่ได้อยู่แค่ที่ผิว แต่มันซึมลึกเข้าไปในปูน ไม้ และที่นอน แม้ภายนอกจะดูแห้งแล้วก็ตาม ดังนั้น 24–48 ชั่วโมงแรกหลังน้ำลด จึงเป็นช่วงเวลาทองคำที่ต้องเร่งระบายอากาศและทำให้บ้านแห้งเร็วที่สุด

3. เช็คลิสต์: อะไรล้างได้? อะไรควรตัดใจทิ้ง
ไม่ใช่ทุกอย่างที่จะซักหรือเช็ดแล้วรอดมาได้ มาดูกันว่าอะไรควรเก็บอะไรควรทิ้งตามหลักการที่ถูกต้อง
- พื้นผิวแข็ง (กระเบื้อง, โลหะ) รอด! ขัดล้างด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาที่เหมาะกับพื้นผิวแล้วเช็ดให้แห้งสนิท (ไม่ต้องใช้น้ำยาฟอกขาวทุกกรณีนะ ถ้าใช้ห้ามผสมกับน้ำยาอื่นเด็ดขาด)
- เฟอร์นิเจอร์ไม้ ถ้าเป็นไม้เนื้อแข็งและราขึ้นแค่ผิวหน้า ยังพอทำความสะอาดและทำให้แห้งได้ แต่ถ้าเป็น *ไม้อัดหรือแผ่นใยไม้ที่บวมน้ำและราฝังลึกข้างใน...ทิ้งเถอะ ปลอดภัยกว่า
- ที่นอน, โซฟา, พรม ตัวกักเก็บความชื้นชั้นยอด แม้ข้างนอกจะแห้ง แต่ข้างในอาจอัดแน่นด้วยราและสปอร์ซ่อนอยู่ กรณีที่โดนน้ำท่วมจนชุ่มและราขึ้นชัดเจน แนะนำให้ทิ้งและเปลี่ยนใหม่ดีที่สุด
- หนังสือและกระดาษดูดซับน้ำดีเยี่ยม ถ้าขึ้นราหนักมากจำเป็นต้องทิ้ง (ยกเว้นเอกสารสำคัญมากๆ ที่ต้องส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์จัดการ)

4. กำจัดราแล้วไม่ได้แปลว่าปัญหาจบ
นี่คือกับดักที่หลายคนพลาดที่สุด คิดว่าพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจนราตายเป็นสีขาว ๆ แห้ง ๆ แล้วจบกัน ความจริงคือ ซากของเชื้อราและสารก่อภูมิแพ้ยังคงติดอยู่บนวัสดุ และพร้อมกระตุ้นอาการแพ้ หอบหืด หรือระคายเคืองผิวหนังได้เสมอ

สมการแก้ปัญหาที่ถูกต้องจึงไม่ใช่แค่การฆ่ารา แต่คือ ขจัดราและสิ่งปนเปื้อนออก + กำจัดความชื้นต้นตอ + ทำให้แห้งสนิท บ้านถึงจะปลอดภัยจริง ๆ

5. เซฟตัวเองก่อนไปลุยทำความสะอาด
ก่อนจะสวมวิญญาณแม่บ้านมือโปรลุยเดี่ยว อย่าลืมป้องกันตัวเองด้วยความปลอดภัยขั้นเด็ดขาด
- สวมหน้ากาก N95 ที่แนบชิดใบหน้า ถุงมือ และแว่นตานิรภัย
- เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
- กฎเหล็กห้ามเด็ดขาด ห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาทำความสะอาดตัวอื่น (โดยเฉพาะที่มีกรดหรือแอมโมเนีย) เพราะจะเกิดก๊าซพิษอันตรายถึงชีวิต!
- ถ้าคุณมีโรคหอบหืด โรคปอดเรื้อรัง หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง ห้ามเข้าไปทำความสะอาดบริเวณที่มีราเด็ดขาด ให้คนอื่นทำแทนหรือจ้างผู้เชี่ยวชาญดีกว่า

💡 ข้อคิดจำขึ้นใจหลังน้ำลด
บ้านที่มองด้วยตาเปล่าว่าแห้ง อาจยังมีความชื้นแอบซ่อนอยู่หลังตู้ ใต้พื้น หรือในผนัง จำคำนี้ไว้ให้ดี อย่าดูแค่ว่าราตายหรือยัง แต่ให้ดูว่าเราเอาราและความชื้นออกจากบ้านได้หรือยัง น้ำลดแล้ว... บ้านต้องแห้งและปลอดภัยอย่างแท้จริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง Centers for Disease Control and Prevention (CDC) และ United States Environmental Protection Agency (EPA) เรียบเรียงจากองค์ความรู้ของ รศ. ดร.ปิยังกูล เหลืองเจริญกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


แหล่งที่มา

SciKU - Faculty of Science, Kasetsart University
https://www.facebook.com/share/p/1A9zdym7Ee/
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู