ข่าวสาร
F30 ปรับปรุงพันธุ์พืช
8 ตุลาคม 2569
กรมวิชาการเกษตรเปิดตัว 5 พันธุ์พืชและชีวภัณฑ์ใหม่ ปี 2569 เพิ่มทางเลือกเกษตรกร ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม
กรมวิชาการเกษตรเผยผลงานวิจัยและพัฒนาประจำปี 2569 จำนวน 5 สายพันธุ์ ครอบคลุมไม้ดอก พืชพลังงาน พืชเศรษฐกิจ และชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างโอกาสในการใช้ประโยชน์ทางการเกษตรอย่างยั่งยืน

ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรประสบความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชและชีวภัณฑ์ใหม่ จำนวน 5 สายพันธุ์ ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณลักษณะที่ตอบสนองความต้องการของเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรม ทั้งด้านคุณภาพ ผลผลิต และการใช้ประโยชน์ที่หลากหลาย

ผลงานวิจัยที่โดดเด่นทั้ง 5 สายพันธุ์ มีดังนี้

1. ดาหลา กวก. ตรัง 7 และ กวก. ตรัง 8 เพิ่มทางเลือกไม้ดอกคุณภาพ

ดาหลาทั้ง 2 พันธุ์ได้รับการพัฒนาเพื่อใช้เป็นไม้ตัดดอกและไม้ประดับ โดยมีลักษณะเด่นแตกต่างกัน ได้แก่

  • ดาหลา กวก. ตรัง 7 มีดอกสีแดงชมพู รูปทรงถ้วย อายุการปักแจกันเฉลี่ย 7.17 วัน

  • ดาหลา กวก. ตรัง 8 มีดอกสีแดง รูปทรงไข่ อายุการปักแจกันเฉลี่ย 8.44 วัน

ทั้งสองพันธุ์ช่วยเพิ่มความหลากหลายของไม้ดอกสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการไม้ประดับ โดยเฉพาะการผลิตไม้ตัดดอกเพื่อจำหน่ายและตกแต่งสถานที่

2. ข้าวฟ่างหวาน กวก. สุพรรณบุรี 1 พืชพลังงานทางเลือก ให้ผลผลิตสูง

ข้าวฟ่างหวานพันธุ์ใหม่ได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพด้านผลผลิตต้นสดและปริมาณน้ำคั้น เหมาะสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมพลังงานชีวมวล โดยมีจุดเด่น ได้แก่

  • ผลผลิตต้นสดเฉลี่ย 9.10 ตันต่อไร่

  • ปริมาณน้ำคั้นเฉลี่ย 2,729 ลิตรต่อไร่

  • ให้ผลผลิตต้นสดและปริมาณน้ำคั้นสูงกว่าพันธุ์ Cowley ร้อยละ 12 และ 15 ตามลำดับ

พันธุ์ดังกล่าวจึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับการผลิตวัตถุดิบพลังงานจากภาคเกษตร และมีศักยภาพในการสนับสนุนการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า

3. มันสำปะหลัง กวก. ระยอง 17 เพิ่มผลผลิตแป้ง รองรับอุตสาหกรรมแปรรูป

มันสำปะหลังพันธุ์ กวก. ระยอง 17 มีจุดเด่นด้านผลผลิตหัวสดและผลผลิตแป้ง เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ผลิตมันสำปะหลังเพื่อป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม โดยให้ผลผลิตสำคัญ ได้แก่

  • ผลผลิตหัวสดเฉลี่ย 5,791 กิโลกรัมต่อไร่

  • ผลผลิตแป้งเฉลี่ย 1,409 กิโลกรัมต่อไร่

นอกจากนี้ ยังสามารถปลูกได้ในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังของภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ช่วยเพิ่มทางเลือกในการคัดเลือกพันธุ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการของตลาด

4. เชื้อราเมตาไรเซียม กวก. กอพ. 1 ชีวภัณฑ์ควบคุมด้วงแรดมะพร้าว ลดการพึ่งพาสารเคมี

อีกหนึ่งผลงานสำคัญคือ เชื้อราเมตาไรเซียม แอสีนิโซเพลีย สายพันธุ์ กวก. กอพ. 1 ซึ่งเป็นเชื้อราที่ใช้ควบคุมด้วงแรดมะพร้าว ศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อมะพร้าวและพืชตระกูลปาล์ม

ชีวภัณฑ์ดังกล่าวมีความสามารถในการควบคุมด้วงแรดมะพร้าวได้หลายระยะการเจริญเติบโต ทั้งระยะหนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย อีกทั้งสามารถนำไปใช้ได้หลายวิธี เช่น การคลุกผสม การใส่ลงดิน และการผสมน้ำฉีดพ่น

การนำชีวภัณฑ์มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน ช่วยเพิ่มทางเลือกในการควบคุมศัตรูพืช ลดการพึ่งพาสารเคมี และลดความเสี่ยงจากสารเคมีตกค้างในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม

ขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง

การเปิดตัวผลงานวิจัยทั้ง 5 สายพันธุ์ สะท้อนทิศทางการพัฒนานวัตกรรมการเกษตรของไทยที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

กรมวิชาการเกษตรมุ่งนำองค์ความรู้ด้านการปรับปรุงพันธุ์พืชและเทคโนโลยีชีวภาพมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในภาคการผลิต เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้น ขณะเดียวกันยังสนับสนุนการพัฒนาวัตถุดิบที่มีคุณภาพสำหรับภาคอุตสาหกรรม อันเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน

ผลงานทั้ง 5 สายพันธุ์ประกอบด้วยพันธุ์พืช 4 พันธุ์ และเชื้อราชีวภัณฑ์ 1 สายพันธุ์ โดยมีเป้าหมายการใช้ประโยชน์แตกต่างกัน ตั้งแต่การผลิตไม้ดอก การผลิตพลังงานชีวมวล การผลิตแป้งมันสำปะหลัง ไปจนถึงการควบคุมศัตรูพืชด้วยวิธีทางชีวภาพ

ที่มา: ข้อมูลการเปิดเผยผลงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช ประจำปี 2569 กรมวิชาการเกษตร ตามเนื้อหาข่าวที่ได้รับ


แหล่งที่มา

กรมวิชาการเกษตร
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู