ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรประสบความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชและชีวภัณฑ์ใหม่ จำนวน 5 สายพันธุ์ ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณลักษณะที่ตอบสนองความต้องการของเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรม ทั้งด้านคุณภาพ ผลผลิต และการใช้ประโยชน์ที่หลากหลาย
ผลงานวิจัยที่โดดเด่นทั้ง 5 สายพันธุ์ มีดังนี้
1. ดาหลา กวก. ตรัง 7 และ กวก. ตรัง 8 เพิ่มทางเลือกไม้ดอกคุณภาพ
ดาหลาทั้ง 2 พันธุ์ได้รับการพัฒนาเพื่อใช้เป็นไม้ตัดดอกและไม้ประดับ โดยมีลักษณะเด่นแตกต่างกัน ได้แก่
-
ดาหลา กวก. ตรัง 7 มีดอกสีแดงชมพู รูปทรงถ้วย อายุการปักแจกันเฉลี่ย 7.17 วัน
-
ดาหลา กวก. ตรัง 8 มีดอกสีแดง รูปทรงไข่ อายุการปักแจกันเฉลี่ย 8.44 วัน
ทั้งสองพันธุ์ช่วยเพิ่มความหลากหลายของไม้ดอกสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการไม้ประดับ โดยเฉพาะการผลิตไม้ตัดดอกเพื่อจำหน่ายและตกแต่งสถานที่
2. ข้าวฟ่างหวาน กวก. สุพรรณบุรี 1 พืชพลังงานทางเลือก ให้ผลผลิตสูง
ข้าวฟ่างหวานพันธุ์ใหม่ได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพด้านผลผลิตต้นสดและปริมาณน้ำคั้น เหมาะสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมพลังงานชีวมวล โดยมีจุดเด่น ได้แก่
-
ผลผลิตต้นสดเฉลี่ย 9.10 ตันต่อไร่
-
ปริมาณน้ำคั้นเฉลี่ย 2,729 ลิตรต่อไร่
-
ให้ผลผลิตต้นสดและปริมาณน้ำคั้นสูงกว่าพันธุ์ Cowley ร้อยละ 12 และ 15 ตามลำดับ
พันธุ์ดังกล่าวจึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับการผลิตวัตถุดิบพลังงานจากภาคเกษตร และมีศักยภาพในการสนับสนุนการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า
3. มันสำปะหลัง กวก. ระยอง 17 เพิ่มผลผลิตแป้ง รองรับอุตสาหกรรมแปรรูป
มันสำปะหลังพันธุ์ กวก. ระยอง 17 มีจุดเด่นด้านผลผลิตหัวสดและผลผลิตแป้ง เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ผลิตมันสำปะหลังเพื่อป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม โดยให้ผลผลิตสำคัญ ได้แก่
-
ผลผลิตหัวสดเฉลี่ย 5,791 กิโลกรัมต่อไร่
-
ผลผลิตแป้งเฉลี่ย 1,409 กิโลกรัมต่อไร่
นอกจากนี้ ยังสามารถปลูกได้ในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังของภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ช่วยเพิ่มทางเลือกในการคัดเลือกพันธุ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการของตลาด
4. เชื้อราเมตาไรเซียม กวก. กอพ. 1 ชีวภัณฑ์ควบคุมด้วงแรดมะพร้าว ลดการพึ่งพาสารเคมี
อีกหนึ่งผลงานสำคัญคือ เชื้อราเมตาไรเซียม แอสีนิโซเพลีย สายพันธุ์ กวก. กอพ. 1 ซึ่งเป็นเชื้อราที่ใช้ควบคุมด้วงแรดมะพร้าว ศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อมะพร้าวและพืชตระกูลปาล์ม
ชีวภัณฑ์ดังกล่าวมีความสามารถในการควบคุมด้วงแรดมะพร้าวได้หลายระยะการเจริญเติบโต ทั้งระยะหนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย อีกทั้งสามารถนำไปใช้ได้หลายวิธี เช่น การคลุกผสม การใส่ลงดิน และการผสมน้ำฉีดพ่น
การนำชีวภัณฑ์มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน ช่วยเพิ่มทางเลือกในการควบคุมศัตรูพืช ลดการพึ่งพาสารเคมี และลดความเสี่ยงจากสารเคมีตกค้างในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม
ขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง
การเปิดตัวผลงานวิจัยทั้ง 5 สายพันธุ์ สะท้อนทิศทางการพัฒนานวัตกรรมการเกษตรของไทยที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
กรมวิชาการเกษตรมุ่งนำองค์ความรู้ด้านการปรับปรุงพันธุ์พืชและเทคโนโลยีชีวภาพมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในภาคการผลิต เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้น ขณะเดียวกันยังสนับสนุนการพัฒนาวัตถุดิบที่มีคุณภาพสำหรับภาคอุตสาหกรรม อันเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน
ผลงานทั้ง 5 สายพันธุ์ประกอบด้วยพันธุ์พืช 4 พันธุ์ และเชื้อราชีวภัณฑ์ 1 สายพันธุ์ โดยมีเป้าหมายการใช้ประโยชน์แตกต่างกัน ตั้งแต่การผลิตไม้ดอก การผลิตพลังงานชีวมวล การผลิตแป้งมันสำปะหลัง ไปจนถึงการควบคุมศัตรูพืชด้วยวิธีทางชีวภาพ
ที่มา: ข้อมูลการเปิดเผยผลงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช ประจำปี 2569 กรมวิชาการเกษตร ตามเนื้อหาข่าวที่ได้รับ
