จากการเลี้ยงชันโรงเพื่อช่วยผสมเกสรในสวน สู่การพัฒนากล่องเลี้ยงรูปแบบใหม่ที่สร้างมูลค่าและรายได้ คุณพิพัฒพงษ์ ตาแก้ว เจ้าของจงใจฟาร์มชันโรง ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เริ่มเลี้ยงชันโรงตั้งแต่ปี 2555 ก่อนต่อยอดเป็นอาชีพหลัก หลังประสบปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำและโรคระบาด
จุดเด่นของฟาร์มคือการพัฒนา กล่องเลี้ยงชันโรงแบบแยกพื้นที่เก็บน้ำหวาน ช่วยให้เก็บน้ำผึ้งได้สะดวก ลดการรบกวนรังและการสูญเสียชันโรง ปัจจุบันพัฒนาเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ กล่องคอนโด กล่องรถถัง กล่อง 2–3 เฟรม และ กล่องอะคริลิกใส
สำหรับกล่องอะคริลิกใส ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้มองเห็นองค์ประกอบและพฤติกรรมของชันโรงภายในรังโดยไม่ต้องเปิดกล่อง เดิมออกแบบเพื่อใช้ในการจัดนิทรรศการ แต่ได้รับความสนใจจนกลายเป็นสินค้ายอดนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มอาจารย์ ศูนย์เรียนรู้ และผู้ที่นำไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน
ฟาร์มมีกล่องเลี้ยงประมาณ 600–700 กล่อง บนพื้นที่ราว 2 งาน โดยกล่องที่ออกแบบสำหรับเก็บน้ำหวานสามารถให้ผลผลิตประมาณ 1–1.5 ลิตรต่อกล่อง ขณะที่กล่องคอนโดระบุว่าสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 2 ครั้งต่อปี
ด้านการสร้างรายได้ ฟาร์มจำหน่ายกล่องเปล่าเริ่มต้น 990 บาท รุ่น 3 เฟรม 1,200 บาท ชุดพร้อมแม่พันธุ์ 2,500–3,000 บาท และรุ่นพรีเมียมพร้อมเลี้ยงสูงสุดประมาณ 3,500 บาท นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากน้ำผึ้งชันโรง ซึ่งผลิตได้ประมาณ 100 ลิตรต่อปี ราคาขายส่ง 700–750 บาทต่อลิตร และขี้ชันคุณภาพดีราคาสูงถึง 1,000 บาทต่อกิโลกรัม
จากการต่อยอดทั้งกล่องเลี้ยง แม่พันธุ์ น้ำผึ้ง และขี้ชัน เจ้าของฟาร์มระบุว่าสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยประมาณ 50,000–70,000 บาทต่อเดือน
อีกหนึ่งข้อแนะนำสำหรับผู้สนใจเริ่มเลี้ยง คือควรเลือก ชันโรงสายพันธุ์พื้นถิ่น ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อม เริ่มเลี้ยงอย่างค่อยเป็นค่อยไป และศึกษาธรรมชาติของชันโรงให้เข้าใจก่อนลงทุน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเลี้ยงตามกระแส
เรื่องราวของจงใจฟาร์มชันโรงจึงเป็นตัวอย่างของการนำความรู้และการออกแบบมาช่วยแก้ปัญหาในการเลี้ยง พร้อมเปลี่ยนชันโรงจากแมลงผสมเกสรให้กลายเป็น สัตว์เศรษฐกิจและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ที่สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : จงใจฟาร์มชันโรง


