ข่าวสาร
M12 การเพาะเลี้ยง
28 สิงหาคม 2569
กรมประมงชูงานวิจัยพลิกฟื้นดินเค็มอีสาน สู่แหล่งผลิตปลากะพงขาวมูลค่าสูง นำร่องโคราช-อุดรฯ ปูทางสร้างต้นแบบยกระดับรายได้เกษตรกร

กรมประมงเดินหน้ายกระดับการใช้ประโยชน์พื้นที่ดินเค็มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พลิกข้อจำกัดทางการเกษตรสู่โอกาสสร้างรายได้ใหม่ ผ่านโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนารูปแบบการเลี้ยงปลากะพงขาวนำร่องใน 2 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา และอุดรธานี โดยบูรณาการความร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดินและเกษตรกร เพื่อสร้างต้นแบบการเลี้ยงที่เหมาะสม และเตรียมขยายผลสู่พื้นที่ดินเค็มอื่น ๆ ทั่วประเทศ

เปลี่ยนข้อจำกัด สู่การพัฒนาตามนโยบายระดับชาติ
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ปัญหาดินเค็ม (Saline Soil) เป็นข้อจำกัดสำคัญของการทำเกษตรในภาคอีสาน เนื่องจากเกลือหินใต้ดินสะสมบนผิวดิน ทำให้ปลูกพืชได้ไม่เต็มศักยภาพ กรมประมงจึงได้นำนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจฯ (ฉบับที่ 13) ที่เน้นการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน (Inside-Out Development) มาปรับใช้ เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ดินเค็มสู่ระบบการผลิตใหม่ (Agricultural Transformation) ตอบสนองนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ที่เน้นนำงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาแก้โจทย์ในพื้นที่จริง

ปลากะพงขาวเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ปรับตัวได้ดีในน้ำที่มีระดับความเค็มหลากหลาย จึงเหมาะนำมาศึกษาวิจัยเป็นอาชีพทางเลือก โดยพื้นที่นำร่อง 2 แห่ง ได้แก่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา และ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เป็นรูปแบบการวิจัยร่วมกับเกษตรกร (On-farm Participatory Action Research) เกษตรกรที่เข้าร่วมต้องมีบ่อเลี้ยงระบบปิดขนาด 0.5-1 ไร่

ทางกรมประมงได้สนับสนุนวิชาการและเทคโนโลยี เช่น การใช้จุลินทรีย์ปรับปรุงคุณภาพดินและน้ำ การใช้โพรไบโอติกในอาหาร การขยายหัวเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง รวมถึงการส่งเสริมใช้พลังงานทดแทน (โซลาร์เซลล์) และอุปกรณ์เพิ่มออกซิเจน เพื่อลดต้นทุนและลดความเสี่ยง

ผลสำเร็จที่โคราช สร้างรายได้จริง
ในพื้นที่ อ.ด่านขุนทด มีเกษตรกรเข้าร่วม 11 ราย (ปล่อยลูกปลาขนาด 6 นิ้ว รายละ 700 ตัว เมื่อ พ.ค. 2569) พบว่าปลาเติบโตได้ดีในน้ำความเค็มเฉลี่ย 0-2 ppt มีอัตรารอดเฉลี่ย 86.56% (บางรายสูงถึง 95.70%) และมีอัตราการแลกเนื้อ (FCR) เฉลี่ยที่ 1.12

นายล้อม เผยขุนทด ประธานกลุ่มเกษตรกรฯ อ.ด่านขุนทด เล่าว่า เดิมทำนาแต่ได้ผลผลิตต่ำ จึงเปลี่ยนมาขุดบ่อเลี้ยงปลา เมื่อกรมประมงเข้ามาเป็นพี่เลี้ยง ส่งเสริมให้เลี้ยงปลากะพงขาวและสอนการจัดการบ่อ ผลปรากฏว่าปลามีการเจริญเติบโตดีมาก ล่าสุดได้จับผลผลิตรอบแรกจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2569 (ขนาด 600–800 กรัม จำนวน 180 ตัว) สร้างรายได้กว่า 23,338 บาท และเตรียมนำกำไรไปลงทุนเลี้ยงในรุ่นถัดไป

ความคืบหน้าที่อุดรธานี และก้าวต่อไป
สำหรับพื้นที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เกษตรกร 10 ราย เพิ่งเริ่มปล่อยลูกปลาเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลติดตามผลการเจริญเติบโตและคุณภาพน้ำ

อธิบดีกรมประมงกล่าวย้ำในตอนท้ายว่า โครงการนี้คือการสร้างองค์ความรู้ครบวงจร เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างนักวิชาการและเกษตรกร เพื่อปรับปรุงเทคนิคให้เหมาะกับบริบทพื้นที่ ซึ่งข้อมูลจากการวิจัยนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญให้ภาครัฐและเอกชน ใช้ประกอบการตัดสินใจขยายพื้นที่เพาะเลี้ยงปลากะพงขาวในพื้นที่ดินเค็มจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

 


แหล่งที่มา

เรื่องเล่าข่าวเกษตร
https://www.agrinewsthai.com/news/290747
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู