โฟมโพลีสไตรีน หรือ EPS ซึ่งนิยมใช้ในกล่องอาหาร แก้วเครื่องดื่ม และวัสดุกันกระแทก ถือเป็นขยะที่ย่อยสลายได้ยาก โดยอาจใช้เวลานานหลายร้อยปี อีกทั้งยังสามารถแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกและปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลและระบบนิเวศในวงกว้าง

หนึ่งในนวัตกรรมที่กำลังได้รับความสนใจในฐานะวัสดุทดแทนโฟม คือ “บรรจุภัณฑ์จากไมซีเลียม” หรือเส้นใยของเห็ด ซึ่งผลิตโดยนำไมซีเลียมมาผสมกับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น เปลือกข้าวโพดหรือเปลือกป่าน ก่อนปล่อยให้เส้นใยเจริญเติบโตและยึดเกาะกันเป็นรูปทรงตามต้องการ ภายในระยะเวลาประมาณ 5–7 วัน
บรรจุภัณฑ์จากไมซีเลียมมีคุณสมบัติน้ำหนักเบา แข็งแรง และรองรับแรงกระแทกได้ดี เหมาะสำหรับใช้เป็นวัสดุป้องกันสินค้าในระหว่างการขนส่ง ที่สำคัญยังสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติและนำไปทำปุ๋ยหมักได้ภายในประมาณ 30–60 วัน โดยไม่ทิ้งสารพิษตกค้าง
นวัตกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งมุ่งนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ ลดปริมาณขยะ และลดการพึ่งพาพลาสติกที่ผลิตจากปิโตรเลียม
ปัจจุบัน ภาคธุรกิจหลายแห่งเริ่มนำวัสดุจากไมซีเลียมมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้า โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเฟอร์นิเจอร์ สะท้อนให้เห็นว่าวัสดุชีวภาพจากธรรมชาติกำลังก้าวจากงานวิจัยและการทดลองไปสู่การใช้งานจริงในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
บรรจุภัณฑ์จากไมซีเลียมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการลดปัญหาขยะโฟมและพลาสติก พร้อมสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และช่วยขับเคลื่อนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต
