สาหร่าย KU-01 โปรตีนพุ่ง-ให้น้ำมันแซงปาล์มฯ 16 เท่า สยบวิกฤตต้นทุนพุ่ง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมกับภาคเอกชน เปิดตัวนวัตกรรมพลิกโลกอย่าง จุลสาหร่าย Chlorella vulgaris KU-01 ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสายพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตรแล้ว
นวัตกรรมชิ้นนี้มีความสำคัญอย่างไร และจะกลายมาเป็นทางรอดของพี่น้องเกษตรกรในยุคที่ต้นทุนทุกอย่างพุ่งทะยานได้อย่างไร
1. ปลดแอกค่าอาหารสัตว์ (โปรตีนสูง 50-70%)
วิกฤตหนักที่สุดของคนทำปศุสัตว์ในปี 2569 คือ ราคาอาหารสัตว์ ที่พึ่งพาการนำเข้ากากถั่วเหลืองจากต่างประเทศ แต่จุลสาหร่าย KU-01 กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนเกมนี้ เพราะมันมีปริมาณโปรตีนสูงถึง 50–70% ของน้ำหนักแห้ง! นี่คือวัตถุดิบทดแทนชั้นยอดที่จะช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ในประเทศลงได้อย่างมหาศาล หากมีการส่งเสริมให้เพาะเลี้ยงในเชิงอุตสาหกรรม เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จะมีแหล่งโปรตีนราคาถูกและคุณภาพสูงอยู่เบื้องหลัง
2. ขุมทรัพย์พลังงานใหม่ (ให้น้ำมันสูงกว่าปาล์ม 16 เท่า)
ข้อมูลที่น่าตกใจจากงานวิจัยคือ ในพื้นที่การเพาะเลี้ยงที่เท่ากัน สาหร่ายตัวนี้สามารถผลิตน้ำมันได้สูงกว่า ปาล์มน้ำมันถึง 16 เท่า และสูงกว่าถั่วเหลืองถึง 213 เท่า ซึ่งน้ำมันที่ได้สามารถนำไปต่อยอดเป็น เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่ทั่วโลกกำลังต้องการตัว นี่อาจเป็นการเปิดประตูสู่อาชีพใหม่ให้เกษตรกรไทยในการผันตัวมาเป็นผู้เพาะเลี้ยงจุลสาหร่าย ป้อนเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในอนาคต
3. เปลี่ยนของเหลือทิ้งเป็นไบโอชาร์ (Biochar)
ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดี ม.เกษตรศาสตร์ ได้เน้นย้ำถึงการทำนวัตกรรมแบบครบวงจร โดยโครงการนี้ใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรนำมาทำไบโอชาร์ (Biochar) เพื่อใช้ในกระบวนการเพาะเลี้ยงและดูดซับคาร์บอน นั่นหมายความว่า เศษวัสดุเหลือทิ้งในไร่นาของเกษตรกรจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น และสามารถขายเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมนี้ได้
การผนึกกำลังระดับชาติ สู่การปฏิบัติจริง
ความสำเร็จนี้ไม่ใช่แค่เรื่องในห้องทดลอง แต่เกิดจากการจับมือกันระหว่าง สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (KAPI) ม.เกษตรศาสตร์ และ บริษัท แอดวานซ์ ไบโอคาร์บอน จำกัด (ABC)
โดยในงานแถลงข่าว ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้กล่าวย้ำชัดเจนว่า นี่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะยกระดับภาคเกษตรไทยภายใต้แนวคิด Wellness Economy ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เพื่อให้ประเทศและเกษตรกรสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว
สาหร่าย KU-01 ไม่ใช่แค่งานวิจัยขึ้นหิ้ง แต่คือเครื่องมือลดต้นทุน และพืชเศรษฐกิจใหม่ในอนาคต สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ รัฐบาลและภาคเอกชนจะสามารถขยายผลการเพาะเลี้ยงนี้สู่ชุมชน เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี และนำไปใช้ลดต้นทุนในฟาร์มของตนเองได้เร็วแค่ไหน
