ดินคือหัวใจของการเพาะปลูก แต่การปลูกพืชซ้ำมายาวนานอาจทำให้ดินเสื่อมโทรมและธาตุอาหารโดนล็อกไว้ กรมวิชาการเกษตรจึงเร่งผลักดันนวัตกรรม ปุ๋ยชีวภาพไมคอร์ไรซา เพื่อเป็นตัวช่วยสำคัญในการฟื้นฟูดินและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

ทำความรู้จักไมคอร์ไรซาคืออะไร
ไมคอร์ไรซา ไม่ใช่ปุ๋ยเคมี แต่เป็น "จุลินทรีย์ที่มีชีวิต" ในกลุ่มราดี (Arbuscular Mycorrhiza) ที่จะเข้าไปอาศัยอยู่ร่วมกับรากพืชแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า โดยราเหล่านี้จะแผ่เส้นใยออกไปในดิน ช่วยทำหน้าที่เหมือน "ส่วนขยายของราก" เพื่อดูดน้ำและสารอาหารที่อยู่ไกลหรือถูกดินยึดไว้ ส่งตรงกลับมาให้พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น
3 ประโยชน์หลักที่เกษตรกรจะได้รับ
-
ลดต้นทุนปุ๋ยเคมี จากผลการทดสอบพบว่า หากใช้ไมคอร์ไรซาร่วมด้วย จะช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ถึง 20 - 50% โดยที่พืชยังเติบโตได้ดี
-
เพิ่มผลผลิตคุณภาพ พืชได้รับธาตุอาหารเพียงพอและสม่ำเสมอ ทำให้เติบโตไว ผลผลิตสมบูรณ์
-
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินในระยะยาว ลดการตกค้างของสารเคมี สอดคล้องกับแนวทางเกษตรปลอดภัยปี 2569
พืชชนิดไหนบ้างที่ควรใช้
กรมวิชาการเกษตรได้ทดสอบแล้วว่าได้ผลดีเยี่ยมกับพืชเศรษฐกิจหลายชนิด:
-
ไม้ผล ทุเรียน, ลำไย, ส้มโอ
-
พืชผัก หน่อไม้ฝรั่ง, พริก, กระเจี๊ยบเขียว
วิธีใช้ปุ๋ยชีวภาพไมคอร์ไรซา (แบบผง)
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรใช้ให้ถูกจังหวะดังนี้:
-
ระยะเพาะกล้า: ใช้เพียง 3 กรัมต่อต้น (ผสมวัสดุปลูก)
-
ระยะย้ายปลูก: ใช้โรยรองก้นหลุมก่อนลงต้นกล้า 10 กรัมต่อต้น
-
พืชที่ปลูกลงแปลงแล้ว: โรยรอบบริเวณทรงพุ่ม อัตรา 30-50 กรัมต่อต้น (ขึ้นอยู่กับขนาดของพืช)
"ปุ๋ยชีวภาพไมคอร์ไรซา ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอดของการเกษตรยุคใหม่ที่เน้นลดต้นทุนและรักษาสิ่งแวดล้อม" นางสาวนิศารัตน์ ทวีนุต นักวิชาการเกษตร กรมวิชาการเกษตร
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอคำแนะนำการใช้
📍 กลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร
📞 โทรศัพท์ 0-2579-7522 หรือ 0-2579-4116
📧 อีเมล soilscience2560@gmail.com
