พืชเศรษฐกิจ ใบยาสูบสายพันธุ์เตอร์กิช กลายเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม ที่สามารถใช้พื้นที่หลังฤดูทำนาและพื้นที่แห้งแล้งให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ จนสร้างรายได้มั่นคงให้กับครอบครัวเกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง
การปลูกใบยาสูบสายพันธุ์เตอร์กิชไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ แต่ยังเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรที่เผชิญปัญหาพื้นที่เพาะปลูกจำกัดและสภาพอากาศที่แปรปรวน โดยเกษตรกรสามารถวางแผนปลูกหลังการเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง เพื่อลดช่องว่างของรายได้และเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจในชุมชน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือเป็นฐานเศรษฐกิจและภาคการเกษตรที่สำคัญของประเทศ มีประชากรกว่า 31 ล้านคน และแรงงานภาคเกษตรคิดเป็นกว่าร้อยละ 50 ของแรงงานทั้งหมด โดยนอกจากพืชเศรษฐกิจหลัก เช่น ข้าว อ้อย และมันสำปะหลังแล้ว ยังมี ใบยาสูบสายพันธุ์เตอร์กิช เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
ใบยาสูบเตอร์กิชเป็นใบยาบ่มแดด มีน้ำมันและกลิ่นหอมเฉพาะตัว เหมาะกับสภาพพื้นที่แห้งแล้ง ดินทราย ไม่อุ้มน้ำ จึงนิยมปลูกหลังฤดูทำนา โดยเฉพาะในจังหวัดนครพนม ขอนแก่น และร้อยเอ็ด ปัจจุบันภาคอีสานมีชาวไร่ยาสูบประมาณ 9,900 ครัวเรือน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการผลิตและการส่งออกใบยาสูบของประเทศ
ข้อมูลด้านการค้าระบุว่า การส่งออกยาสูบของไทยในปี 2568 (มกราคม–พฤศจิกายน) มีมูลค่าสูงถึง 1,700 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของยาสูบไทยในตลาดโลก ทั้งนี้ ความสามารถในการแข่งขันของยาสูบไทยเกิดจากการปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) การจัดการผลิตอย่างเป็นระบบ และการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่การผลิต ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงด้านรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน
