นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า เปลือกไม้ ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียงส่วนหุ้มป้องกันลำต้น แท้จริงแล้วเป็นที่อยู่อาศัยของ จุลินทรีย์จำนวนมหาศาล ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดก๊าซเรือนกระจก และอาจเปลี่ยนความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับบทบาทของต้นไม้ต่อการควบคุมสภาพภูมิอากาศโลก
งานวิจัยโดยนักวิทยาศาสตร์จาก Southern Cross University และ Monash University ประเทศออสเตรเลีย ศึกษาเปลือกไม้ของต้นไม้ 8 ชนิด ในระบบนิเวศที่หลากหลาย ทั้งป่าบก ป่าชุ่มน้ำ และป่าชายเลน พบว่าเปลือกไม้ทุกชนิดมีชุมชนจุลินทรีย์อาศัยอยู่หนาแน่นถึง ประมาณ 6 ล้านล้านเซลล์ต่อตารางเมตร ของพื้นที่เปลือกไม้
การวิเคราะห์ด้วยเทคนิค เมตาจีโนมิกส์ (metagenomics) พบว่า จุลินทรีย์เหล่านี้มียีนที่ช่วยให้สามารถดูดซับและย่อยสลายก๊าซที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ ไฮโดรเจน มีเทน และคาร์บอนมอนอกไซด์ เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะก๊าซไฮโดรเจนซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเร่งผลกระทบของก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม
เมื่อทำการวัดการเคลื่อนไหวของก๊าซจริง นักวิจัยยืนยันว่า จุลินทรีย์ในเปลือกไม้สามารถดึงก๊าซเหล่านี้ออกจากชั้นบรรยากาศและสลายได้จริง นั่นหมายความว่าต้นไม้ไม่ได้ช่วยโลกเพียงแค่การดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านใบเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยลดก๊าซเรือนกระจกชนิดอื่นผ่าน “ไมโครไบโอมในเปลือกไม้” อีกด้วย
การประเมินผลกระทบในระดับโลกชี้ว่า พื้นที่เปลือกไม้ของต้นไม้ทั่วโลก ซึ่งมีพื้นที่รวมใกล้เคียงกับพื้นที่ผิวดินของทั้ง 7 ทวีป อาจช่วยดึงก๊าซไฮโดรเจนออกจากบรรยากาศได้ถึง ประมาณ 55 ล้านตันต่อปี และช่วยลดแรงกดดันจากก๊าซมีเทนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ได้ราว 15% ต่อปี
นักวิจัยระบุว่า การค้นพบนี้อาจนำไปสู่การปรับแนวคิดด้าน การปลูกป่า ฟื้นฟูป่า และการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ โดยเน้นไม่เพียงการเพิ่มจำนวนต้นไม้ แต่รวมถึงการรักษาสุขภาพของ ชุมชนจุลินทรีย์ในเปลือกไม้ ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติสำคัญในการควบคุมก๊าซเรือนกระจก
การศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่า ต้นไม้เป็นระบบนิเวศที่ซับซ้อนกว่าที่เคยเข้าใจ และ “เปลือกไม้” อาจเป็นหนึ่งในแนวหน้าที่ธรรมชาติใช้ช่วยโลกต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต
