ในยุคที่การเลี้ยงกุ้งขาวเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูง ทั้งเรื่องโรคและราคาที่ผันผวน การเลี้ยงแบบผสมผสาน สไตล์คุณมนตรี แก่นสิงห์ เกษตรกรมือโปรจากพานทอง-พนัสนิคม คือคำตอบที่ช่วยให้เกษตรกรอยู่รอดได้นานกว่า 20 ปี
💡 ทำไมต้องเลี้ยงก้ามกรามปนกุ้งขาว?
1. กุ้งก้ามกรามคือ เงินหลัก แข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศน้ำจืด และราคาเสถียรกว่า
2. กุ้งขาวคือโบนัส ปล่อยเสริมเพื่อเก็บเศษอาหารกุ้งก้ามกราม เพิ่มรายได้โดยไม่ต้องลงทุนค่าอาหารกุ้งขาวแยกต่างหาก
3. ลดความเสี่ยง 100% หากกุ้งขาวเสียหาย กุ้งก้ามกรามยังอยู่ช่วยพยุงฟาร์มให้มีกำไร
🛠️ 5 เทคนิคระดับเซียน เพื่อผลผลิตเกรดพรีเมียม
1. เน้นตัวผู้ล้วนและเพาะเลี้ยงเอง เลือกใช้กุ้งก้ามกรามเพศผู้ล้วน (เช่น MU1) เพราะโตเร็ว ไซซ์ใหญ่ ได้ราคาดีกว่ากุ้งรวม เทคนิคการเพาะเลี้ยง เพาะลูกกุ้งเอง 70 วัน จนได้ขนาด 250-300 ตัว/กก. ก่อนลงบ่อใหญ่ ช่วยให้อัตรารอดพุ่งสูงเกือบ 100%
2. ปล่อยแบบสบายใจ ไม่หนาแน่น กุ้งก้ามกราม 7,500 ตัว/ไร่ กุ้งขาว 10,000 ตัว/ไร่ การเลี้ยงบาง ๆ ช่วยลดความเครียดของสัตว์น้ำ จัดการน้ำง่าย และใช้เครื่องตีน้ำน้อยลง (ประหยัดไฟ)
3. ลำดับการลงกุ้งคือหัวใจ
ลงกุ้งก้ามกรามก่อน 1 สัปดาห์ เพื่อให้จับจองพื้นที่และคุ้นเคยกับอาหาร จากนั้นจึงลงกุ้งขาวตาม
4. บริหารอาหารผ่านยอ ให้อาหารกุ้งก้ามกรามเป็นหลัก วันละ 2 ครั้ง กฎเหล็กเช็กยอทุกครั้ง อาหารไม่หมดไม่เพิ่ม เพื่อป้องกันน้ำเน่าเสียและลดต้นทุนอาหารเปล่าประโยชน์
5. ปรับตัวตามสถานการณ์ (Flexible Farming) ช่วงกุ้งราคาตกขยายระยะเวลาการหว่านปูน/แร่ธาตุ จาก 7 วัน เป็น 10-15 วัน เพื่อลดค่าใช้จ่าย ช่วงหน้าร้อน/เสี่ยงโรค หากเริ่มพบความผิดปกติ เช่น เหงือกดำ ให้ตัดสินใจจับทันที (Play Safe) เพื่อรักษากำไรส่วนใหญ่ไว้
📊 ผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้ว
ระยะเวลาเลี้ยง ประมาณ 3 เดือน (หลังลงบ่อใหญ่) ขนาดกุ้งก้ามกราม 14-15 ตัว/กก. กุ้งขาว 40-50 ตัว/กก. ผลผลิตรวมกว่า 500 กิโลกรัมต่อบ่อ (2 ไร่) ช่วยให้เกษตรกรมีกำไรสม่ำเสมอแม้ในช่วงราคาตลาดผันผวน
📢 สรุป การเลี้ยงกุ้งยุคใหม่ไม่ใช่แค่การเลี้ยงให้รอด แต่คือการบริหารจัดการอย่างฉลาด การผสมผสานสัตว์น้ำและการรู้จักจังหวะการลงทุน คือกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืน
👇 ศึกษาเทคนิคแบบเจาะลึกจากสถานที่จริง ได้ที่ https://youtu.be/ajfvBdW5yw8

