ในขณะที่สังคมไทยเพิ่งผ่านความตื่นตระหนกจากการระบาดของ ปลาหมอคางดำ ไปไม่นาน ล่าสุดภัยคุกคามรูปแบบใหม่ก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง คราวนี้คือ ปลาหมอบัตเตอร์ เอเลี่ยนสปีชีส์ตัวร้ายที่กำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
ผลการตรวจสอบล่าสุด พบว่าปลาชนิดนี้มีจำนวนมากจนเกือบครึ่งหนึ่งของสัตว์น้ำที่จับได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติในเขื่อน นับเป็นสัญญาณเตือนชัดเจนถึงความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ
ทำไม ปลาหมอบัตเตอร์ จึงน่ากังวล
ปลาหมอบัตเตอร์เป็นปลาต่างถิ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุและความสามารถในการล่าเหยื่อ ด้วยอัตราการแพร่พันธุ์ที่สูงผิดปกติ ทำให้มันกลายเป็นภัยเงียบที่ค่อย ๆ กลืนกินพื้นที่ของปลาพื้นถิ่น รวมทั้ง กุ้งก้ามกราม ซึ่งกำลังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วในเขื่อนสิริกิติ์
*กรมประมงจึงได้ออกคำสั่ง ห้ามนำเข้าและห้ามเพาะเลี้ยงโดยเด็ดขาด
ปัญหาที่ซ่อนอยู่ลึกกว่า ‘ปลาตัวเดียว’
กรณีปลาหมอบัตเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงการระบาดเฉพาะพื้นที่ หากแต่สะท้อนถึง ขบวนการลักลอบนำเข้าและเพาะเลี้ยงปลาต่างถิ่น ที่ยังดำเนินอยู่ ไม่ว่าจะเพื่อเป็นปลาสวยงาม หรือเพาะเลี้ยงเพื่อขายในเชิงเศรษฐกิจ หลายชนิดยังอยู่ใน “บัญชีดำ” แต่ยังหลุดรอดมาสู่ธรรมชาติได้อย่างต่อเนื่อง
ตราบใดที่การบังคับใช้กฎหมายยังไม่เข้มงวด และผู้ประกอบการหรือประชาชนบางส่วนยังขาดจิตสำนึก ปัญหาการรุกรานของสัตว์น้ำต่างถิ่นก็จะยิ่งขยายวงกว้าง และอาจทำลายความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศในที่สุด
ถึงเวลาปิดช่องโหว่ ไม่ใช่แค่จับมากิน
แม้การจับเพื่อนำมาบริโภคอาจช่วยลดจำนวนได้บ้าง แต่ก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว วิธีที่ยั่งยืนคือการ จัดการต้นทางอย่างจริงจัง อุดช่องโหว่การลักลอบนำเข้า และสร้างความตระหนักรู้ให้ทั้งผู้ประกอบการและประชาชน
การระบาดของปลาหมอบัตเตอร์ จึงไม่ใช่แค่ข่าวธรรมชาติร้ายแรง แต่คือ สัญญาณเตือน ว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องยกระดับการปกป้องทรัพยากรน้ำจืดและระบบนิเวศ ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามจนยากจะแก้ไข
ชมคลิป ได้ที่ https://www.facebook.com/share/v/1AM4ZSQ9VV/
