ทุเรียนเป็นผลไม้สำคัญของเศรษฐกิจไทย สร้างรายได้มหาศาลจากการส่งออกในแต่ละปี แต่เบื้องหลังผลผลิตที่ผู้บริโภคได้ลิ้มรส เกษตรกรต้องตัดดอกและผลอ่อนจำนวนมากเฉลี่ยกว่า 200–300 ผลต่อหนึ่งต้น เพื่อคัดเลือกเฉพาะผลที่สมบูรณ์สำหรับการเติบโต นั่นหมายความว่า ในทุกฤดูกาลจะมีของเหลือทิ้งทางการเกษตรจากทุเรียนจำนวนมาก ทั้งดอกทุเรียนและผลทุเรียนอ่อนที่ไม่มีมูลค่าทางการค้า และยังสร้างภาระในการกำจัด

ทีมวิจัยไทยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดย ศ. ดร.ศุภอรรจ ศิริกันทรมาศ ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ. ดร.ณัฐนันท์ ต. เทียนประเสริฐ ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองเห็นโอกาสในการต่อยอดวัสดุเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ จากการลงพื้นที่สวนทุเรียน และพบว่ามีผลอ่อนจำนวนมากถูกตัดทิ้ง จึงนำมาศึกษาทางชีวเคมีเชิงลึก ทั้งการวิเคราะห์เมแทบอไลต์และฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดที่ได้
ผลการวิจัยพบว่า ทุเรียนอ่อนอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอลและสารประกอบฟีนอลิกที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ทำให้ผิวเสื่อมโทรม พร้อมมีออลิโกเพคตินซึ่งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมเกราะป้องกันผิว ขณะที่ “ดอกทุเรียน” ก็สามารถนำมาสังเคราะห์เป็นไมโครซิงค์ออกไซด์ (Green ZnO) ผ่านกระบวนการเคมีสีเขียว ช่วยสะท้อนและกระจายรังสี UVA/UVB โดยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าวิธีสังเคราะห์แบบดั้งเดิม

องค์ความรู้ทั้งหมดนี้นำไปสู่การพัฒนา InnoBotanica SunShield Sunscreen Serum ผลิตภัณฑ์กันแดดนวัตกรรมไทยที่รวมพลังของสารสกัดจากทุเรียนอ่อน และ Green ZnO ไว้ในหนึ่งเดียว เป็นกันแดดที่ไม่เพียงปกป้องผิวจากรังสี UV แต่ยังฟื้นบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส และตอบโจทย์แนวคิดความงามที่ยั่งยืน โดยเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้เกิดคุณค่าทั้งต่อผิวพรรณและต่อโลก
ด้วยกระบวนการวิจัยและพัฒนานานกว่า 6 ปี ผลงานนี้ได้แสดงให้เห็นศักยภาพของนักวิจัยไทยอย่างแท้จริง ทั้งการเชื่อมโยงงานวิทยาศาสตร์เข้ากับการแก้ปัญหาทางการเกษตร และการผลักดันสกินแคร์ไทยสู่ระดับสากล สะท้อนผ่านรางวัลเหรียญทองจากหลายเวทีนานาชาติ รวมถึง IPITEx 2025 และ Japan Design, Idea and Invention Expo 2025
InnoBotanica SunShield Sunscreen Serum จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าตั้งแต่สวนทุเรียนสู่มือผู้บริโภค ตอบทั้งโจทย์ความงาม ความยั่งยืน และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า พร้อมเปิดโอกาสใหม่ให้เกษตรกร นักวิจัย และอุตสาหกรรมความงามไทยก้าวไปด้วยกันอย่างสมดุล
