กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกประกาศเรื่อง มาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ภาคการเกษตร พ.ศ. 2568 (ฉบับที่ 2) โดยกำหนดช่วงเวลาสำคัญระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 มีนาคม พ.ศ. 2569 เป็นช่วงที่ ห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เพื่อควบคุมและลดการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง

การเผาในพื้นที่การเกษตร เช่น การเผาตอซังข้าว ฟางข้าว ใบอ้อย เศษพืช หรือขยะในไร่นา แม้จะสะดวกในระยะสั้น แต่กลับเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ที่ลอยกระจายอยู่ในอากาศและสะสมจนเกิดปัญหาหมอกควัน ทำให้คุณภาพอากาศในหลายพื้นที่ลดลง และก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจในคนและสัตว์ อีกทั้งยังทำให้ดินเสื่อมสภาพ สูญเสียความอุดมสมบูรณ์ในระยะยาว
เพื่อลดผลกระทบเหล่านี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงออกมาตรการชัดเจนว่า เกษตรกรที่ฝ่าฝืนและยังคงมีการเผาในช่วงเวลาที่ห้าม จะ ไม่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วม “โครงการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร” ทุกโครงการ ของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งรวมถึงโครงการส่งเสริมการผลิต การพัฒนาคุณภาพผลผลิต หรือโครงการสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ถือเป็นมาตรการเชิงป้องกันและสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรร่วมมือกันลดการเผาอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ เกษตรกรยังสามารถใช้วิธีจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรโดยไม่ต้องเผา เช่น การไถกลบเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน การใช้เศษพืชทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ หรือการนำไปเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยทั้งรักษาสิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนการผลิตได้ในระยะยาว
มาตรการนี้ไม่เพียงเป็นการป้องกันมลพิษทางอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมได้ ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน หรือให้ความรู้แก่ชุมชนรอบข้าง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
การไม่เผาในที่โล่งจึงไม่ใช่เพียง “การปฏิบัติตามกฎหมาย” แต่เป็น “การร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม” เพื่อให้เราทุกคนได้สูดอากาศที่สะอาด ปลอดภัย และส่งต่อผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ให้คนรุ่นต่อไป 🌱
