
ทุเรียนหมอนทองเขาบรรทัด จังหวัดตราด สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้สินค้าเกษตรไทย หลังสามารถครองแชมป์สินค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่ทำรายได้สูงสุดประจำปี พ.ศ. 2568 ด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 11,047 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพของผลไม้ไทยในตลาดโลก และสะท้อนถึงความสำเร็จของระบบการคุ้มครองและส่งเสริมสินค้า GI ของประเทศไทย
เอกลักษณ์เฉพาะถิ่น สะท้อนภูมิปัญญาแห่งเทือกเขาบรรทัด
“ทุเรียนหมอนทองเขาบรรทัด” มีลักษณะโดดเด่นที่แตกต่างจากทุเรียนทั่วไป ทั้งในด้านรูปลักษณ์และรสชาติ เปลือกมีสีเขียวปนน้ำตาล ปลายหนามแข็งแรงและแหลมคม เนื้อทุเรียนสีเหลืองอ่อนละเอียด รสหวานมันกลมกล่อม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ความพิเศษนี้เกิดจาก สภาพพื้นที่เพาะปลูกตามแนวเทือกเขาบรรทัด ซึ่งอุดมสมบูรณ์ด้วยดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี และได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทะเลตะวันออก ทำให้มีฝนตกชุกแต่ความชื้นในอากาศลดลงรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุเรียนเกิดภาวะ “เครียด” ทางธรรมชาติจนกระตุ้นการออกดอกเร็ว สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนพื้นที่อื่น สร้างความได้เปรียบทางการตลาดอย่างชัดเจน
ผลักดันสินค้า GI สู่เวทีเศรษฐกิจโลก
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานส่งเสริมและคุ้มครองสินค้า GI ของไทยในปีที่ผ่านมาเป็นไปอย่างโดดเด่น โดยสินค้า GI ส่วนใหญ่มีคุณภาพสูงและมีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นที่ตอบโจทย์ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันสินค้า GI ไทยกว่า 10 อันดับแรกในช่วงเดือนมกราคม – กันยายน 2568 ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรและอาหาร สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 46,000 ล้านบาท
เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า การเติบโตของสินค้า GI โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทองเขาบรรทัด แสดงให้เห็นถึงพลังของการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เป็นแบบอย่างของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่ยึดโยงกับเอกลักษณ์ชุมชน
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้สู่เกษตรกร
ความสำเร็จของทุเรียนหมอนทองเขาบรรทัดไม่ได้สะท้อนเพียงศักยภาพด้านการผลิตเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึง การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นจากการขายผลผลิตที่มีราคาสูงและเป็นที่ต้องการในตลาด ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้อย่างทั่วถึงในพื้นที่
กรมทรัพย์สินทางปัญญายังคงเดินหน้าส่งเสริมและขยายผลการคุ้มครองสินค้า GI ไปยังพื้นที่อื่น เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก และยกระดับแบรนด์เกษตรไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
