
พิษณุโลก พื้นที่หมู่ 4 ตำบลหนองกุลา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ชาวบ้านกว่า 30 ครัวเรือน ต่างหันมาปลูกและขุด "แห้วนา" ในช่วงฤดูแล้ง (ก.พ. - พ.ค.) เพื่อสร้างรายได้ทดแทนการทำนาปกติ บรรยากาศในท้องนาเต็มไปด้วยผู้คนที่ใช้จอบ เสียม และอุปกรณ์ต่าง ๆ ขุดหาแห้วนาเพื่อนำไปจำหน่าย โดยหากขายสดจะได้ราคากิโลกรัมละ 100 บาท แต่หากแปรรูปเป็น “แป้งแห้ว” จะมีมูลค่าเพิ่มสูงถึง 500-700 บาทต่อกิโลกรัม
เสียงจากเกษตรกร
นางถนอม จันทร์เพ็ง อายุ 73 ปี ชาวบ้านดงกวาง ระบุว่า ตนขุดแห้วนาเป็นอาชีพเสริมประจำทุกปี ปีนี้ราคาลดลงเล็กน้อย เหลือ 500-600 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมเคยขายได้สูงถึง 700 บาท เนื่องจากผลผลิตมากขึ้นและผู้รับซื้อน้อยลง แต่ยังถือว่าคุ้มค่าเพราะสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยเกือบ 30 กิโลกรัมต่อปี
นางฉลวย คล้ายแก้ว อายุ 69 ปี ชาวบ้านหนองกุลา กล่าวว่า การปลูกแห้วนาใช้เวลาประมาณ 1 ปี (ปลูก 8 เดือน เก็บเกี่ยว 4 เดือน) ขั้นตอนการทำแป้งแห้วต้องพิถีพิถัน ตั้งแต่ล้างหัวแห้ว บด กรองด้วยผ้าขาวบาง รอให้ตกตะกอน และนำไปตากแดดให้แห้ง หากแป้งไม่แห้งสนิทอาจเกิดเชื้อราและขายไม่ได้
นอกจากนี้ ชาวบ้านสูงอายุหลายรายยังคงยึดอาชีพขุดแห้วนา เช่น ป้าบุญช่วย อายุเกิน 80 ปี ที่ยังแข็งแรงและสามารถขุดได้วันละหลายกิโลกรัม
การรวมกลุ่มและการตลาด
นางสมพร คำเสาร์ ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองกุลา เปิดเผยว่า ช่วงเดือนกุมภาพันธ์–พฤษภาคม จะมีการจัดสรรพื้นที่ขุดแห้วระหว่างเจ้าของแปลงและชาวบ้านตามข้อตกลง บางรายเปิดให้นำแรงงานเข้าไปขุด โดยคิดค่าขุดหรือแบ่งผลผลิตเป็นสัดส่วน ปัจจุบันมีการทำนาแห้วประมาณ 50 ไร่ ผลผลิตส่วนหนึ่งถูกนำส่งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเพื่อนำไปสต๊อกเป็นแป้งแห้งไว้ทำขนมขายตลอดทั้งปี และจัดจำหน่ายให้ลูกค้าทั่วประเทศ

คุณค่าและการใช้ประโยชน์ หัวแห้วมีคุณสมบัติเด่นคือให้ฤทธิ์เย็น ช่วยปรับสมดุลร่างกาย มีแป้งสูง เปลือกมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สามารถรับประทานสด ต้มสุก หรือแปรรูปเป็นอาหารและขนมไทย เช่น ตะโก้ วุ้นแห้ว รวมถึงอาหารฟิวชัน เช่น ก๋วยเตี๋ยวและผัดไทย ทำให้แป้งแห้วนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและได้รับความนิยมจากผู้บริโภค

📌 แห้วนา พืชเศรษฐกิจเสริมชาวบางระกำ
|
📞 สำหรับผู้สนใจแป้งแห้วนา ติดต่อกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองกุลา โทร. 08 1888 4015 (นางสมพร คำเสาร์)
