ข่าวสาร
H10 ศัตรูพืช
11 มีนาคม 2568
เรื่องเล่าเคมีเกษตร: สำรวจแปลงทดสอบสารไพมีโทรซีน (Pymetrozine) 50% WG กับการควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

จากการลงพื้นที่ตรวจแปลงทดสอบในอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้พบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการระบาดของแมลงศัตรูข้าวและประสิทธิภาพของสารเคมี มี 4 ประเด็นที่อยากนำมาแบ่งปัน

1️ พบการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและหนอนห่อใบข้าว

🔹 พบการระบาดของ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และ หนอนห่อใบข้าว อย่างรุนแรง
🔹 เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ต้นข้าวเหลือง แห้งตายเป็นหย่อมๆ (Hopperburn)
🔹 เพลี้ยกระโดดยังเป็นพาหะนำโรคใบหงิก (Rice ragged stunt) ทำให้ต้นข้าวแคระแกร็น ใบหดสั้นและบิดเป็นเกลียว
🔹 เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงควรเฝ้าระวังและสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ

2️ ไพมีโทรซีน สารกลุ่ม 9b ที่ยังคงเป็นตัวเลือกหลัก

💊 ไพมีโทรซีน (Pymetrozine) 50% WG เป็นสารที่ยังได้รับการแนะนำให้ใช้ควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพราะมีประสิทธิภาพสูงกว่าสารในกลุ่มอื่น เช่น
✅ กลุ่ม 4 (อิมิดาโคลพริด, ไดโนทีฟูแรน)
✅ กลุ่ม 16 (บูโพรเฟซิน)

🔬 กลไกการออกฤทธิ์ของไพมีโทรซีน
✔️ ออกฤทธิ์ที่เส้นประสาทรับรู้ความรู้สึก (chordotonal organs) ของแมลงในอันดับ Hemiptera
✔️ ทำให้แมลง ไม่กินอาหาร, ไม่เคลื่อนไหว, ไม่ขยายพันธุ์ และตายในที่สุด
✔️ มีคุณสมบัติ ดูดซึม (systemic & translaminar), ถูกตัวตาย และกินตาย

3️ จุดอ่อนของไพมีโทรซีน: ไม่สามารถควบคุมหนอนห่อใบข้าวได้

📌 แม้สารไพมีโทรซีนจะควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ดีมาก (พบเพลี้ยเพียง 0-3 ตัว/กอ) แต่ ไม่มีประสิทธิภาพ ในการควบคุม หนอนห่อใบข้าว
📌 พบการระบาดของหนอนห่อใบข้าวในแปลงทดสอบสูงถึง 60% (เกิน ET 15%)

🔹 แนะนำสารที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมหนอนห่อใบข้าว ได้แก่

กลุ่ม 2 ฟลูเฟนนอกซูรอน (Flufenoxuron)  ยับยั้งการสร้างสารไคติน ทำให้หนอนลอกคราบไม่ได้
กลุ่ม 6 อีมาเมกตินเบนโซเอต (Emamectin benzoate)  ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อของแมลง
กลุ่ม 13 คลอร์ฟีนาเพอร์ (Chlorfenapyr)  ทำลายระบบเมตาบอลิซึมของเซลล์แมลง ทำให้พลังงานหมดไป
กลุ่ม 15 ลูเฟนนูรอน (Lufenuron), โนวาลูรอน (Novaluron)  ยับยั้งการสร้างไคติน ทำให้หนอนลอกคราบไม่ได้
กลุ่ม 22 อินดอกซาคาร์บ (Indoxacarb)  ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาท ทำให้แมลงไม่สามารถเคลื่อนไหวและกินอาหารได้
กลุ่ม 28 คลอแรนทรานิลิโพรล (Chlorantraniliprole), ไซแอนทรานิลิโพรล (Cyantraniliprole)  ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อแมลง ทำให้หนอนหยุดเคลื่อนไหวและตายในที่สุด

📌 สารในกลุ่ม 28 และ 22🌞 เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าสารรุ่นเก่า

4️ พบว่าเกษตรกรใช้สารฟลอนิคามิด (Flonicamid) แล้วได้ผลดี

📍 น่าสนใจว่าแปลงข้าง ๆ ซึ่งใช้ ฟลอนิคามิด (Flonicamid) 50% WG ไม่พบการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเลย
📍 ฟลอนิคามิดเป็นสารใน กลุ่ม 29 ออกฤทธิ์แบบดูดซึม ทำลายระบบประสาทของแมลงที่บริเวณเส้นประสาทรับรู้ความรู้สึกเช่นเดียวกับไพมีโทรซีน
📍 ในอดีตฟลอนิคามิดเคยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 9 เช่นเดียวกับไพมีโทรซีน

สรุปข้อคิดสำหรับเกษตรกร
🔸 ไพมีโทรซีน เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
🔸 ถ้ามีปัญหาหนอนห่อใบข้าวร่วมด้วย ควรใช้สารที่เหมาะสมจากกลุ่ม 2, 6, 13, 15, 22, 28
🔸 ฟลอนิคามิด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับควบคุมเพลี้ย

📌 ข้อแนะนำ สำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ และเลือกใช้สารกำจัดแมลงให้เหมาะสมกับปัญหาที่พบในแปลง 😊🌾

 


แหล่งที่มา

กลุ่มงานวิจัยการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
https://www.facebook.com/PATRS.DOA
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู