
จากการลงพื้นที่ตรวจแปลงทดสอบในอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้พบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการระบาดของแมลงศัตรูข้าวและประสิทธิภาพของสารเคมี มี 4 ประเด็นที่อยากนำมาแบ่งปัน

1️⃣ พบการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและหนอนห่อใบข้าว
🔹 พบการระบาดของ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และ หนอนห่อใบข้าว อย่างรุนแรง
🔹 เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ต้นข้าวเหลือง แห้งตายเป็นหย่อมๆ (Hopperburn)
🔹 เพลี้ยกระโดดยังเป็นพาหะนำโรคใบหงิก (Rice ragged stunt) ทำให้ต้นข้าวแคระแกร็น ใบหดสั้นและบิดเป็นเกลียว
🔹 เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงควรเฝ้าระวังและสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ

2️⃣ ไพมีโทรซีน สารกลุ่ม 9b ที่ยังคงเป็นตัวเลือกหลัก
💊 ไพมีโทรซีน (Pymetrozine) 50% WG เป็นสารที่ยังได้รับการแนะนำให้ใช้ควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพราะมีประสิทธิภาพสูงกว่าสารในกลุ่มอื่น เช่น
✅ กลุ่ม 4 (อิมิดาโคลพริด, ไดโนทีฟูแรน)
✅ กลุ่ม 16 (บูโพรเฟซิน)
🔬 กลไกการออกฤทธิ์ของไพมีโทรซีน
✔️ ออกฤทธิ์ที่เส้นประสาทรับรู้ความรู้สึก (chordotonal organs) ของแมลงในอันดับ Hemiptera
✔️ ทำให้แมลง ไม่กินอาหาร, ไม่เคลื่อนไหว, ไม่ขยายพันธุ์ และตายในที่สุด
✔️ มีคุณสมบัติ ดูดซึม (systemic & translaminar), ถูกตัวตาย และกินตาย
3️⃣ จุดอ่อนของไพมีโทรซีน: ไม่สามารถควบคุมหนอนห่อใบข้าวได้
📌 แม้สารไพมีโทรซีนจะควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ดีมาก (พบเพลี้ยเพียง 0-3 ตัว/กอ) แต่ ไม่มีประสิทธิภาพ ในการควบคุม หนอนห่อใบข้าว
📌 พบการระบาดของหนอนห่อใบข้าวในแปลงทดสอบสูงถึง 60% (เกิน ET 15%)
🔹 แนะนำสารที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมหนอนห่อใบข้าว ได้แก่
✅ กลุ่ม 2 ฟลูเฟนนอกซูรอน (Flufenoxuron) ยับยั้งการสร้างสารไคติน ทำให้หนอนลอกคราบไม่ได้
✅ กลุ่ม 6 อีมาเมกตินเบนโซเอต (Emamectin benzoate) ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อของแมลง
✅ กลุ่ม 13 คลอร์ฟีนาเพอร์ (Chlorfenapyr) ทำลายระบบเมตาบอลิซึมของเซลล์แมลง ทำให้พลังงานหมดไป
✅ กลุ่ม 15 ลูเฟนนูรอน (Lufenuron), โนวาลูรอน (Novaluron) ยับยั้งการสร้างไคติน ทำให้หนอนลอกคราบไม่ได้
✅ กลุ่ม 22 อินดอกซาคาร์บ (Indoxacarb) ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาท ทำให้แมลงไม่สามารถเคลื่อนไหวและกินอาหารได้
✅ กลุ่ม 28 คลอแรนทรานิลิโพรล (Chlorantraniliprole), ไซแอนทรานิลิโพรล (Cyantraniliprole) ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อแมลง ทำให้หนอนหยุดเคลื่อนไหวและตายในที่สุด
📌 สารในกลุ่ม 28 และ 22🌞 เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าสารรุ่นเก่า
4️⃣ พบว่าเกษตรกรใช้สารฟลอนิคามิด (Flonicamid) แล้วได้ผลดี
📍 น่าสนใจว่าแปลงข้าง ๆ ซึ่งใช้ ฟลอนิคามิด (Flonicamid) 50% WG ไม่พบการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเลย
📍 ฟลอนิคามิดเป็นสารใน กลุ่ม 29 ออกฤทธิ์แบบดูดซึม ทำลายระบบประสาทของแมลงที่บริเวณเส้นประสาทรับรู้ความรู้สึกเช่นเดียวกับไพมีโทรซีน
📍 ในอดีตฟลอนิคามิดเคยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 9 เช่นเดียวกับไพมีโทรซีน
✨ สรุปข้อคิดสำหรับเกษตรกร
🔸 ไพมีโทรซีน เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
🔸 ถ้ามีปัญหาหนอนห่อใบข้าวร่วมด้วย ควรใช้สารที่เหมาะสมจากกลุ่ม 2, 6, 13, 15, 22, 28
🔸 ฟลอนิคามิด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับควบคุมเพลี้ย
📌 ข้อแนะนำ สำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ และเลือกใช้สารกำจัดแมลงให้เหมาะสมกับปัญหาที่พบในแปลง 😊🌾
