ข่าวสาร
F04 ปุ๋ย
10 มีนาคม 2568
ใช้ปุ๋ยขี้หมู ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี 50%
 
เกษตรกรได้หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผสมปุ๋ยเคมีเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คุณวุฒิพงศ์ รัตนมณฑ์ เจ้าของสวนทุเรียน จ.ตราด ใช้ขี้หมูผสมปุ๋ยเคมีเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้ถึง 50% และประหยัดต้นทุนได้ 20-30%
 
นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิตอย่างสม่ำเสมอ โดยมีโครงการขยายผลในจังหวัดตราด  เพื่อช่วยเกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีและรับมือกับราคาทุเรียนที่อาจปรับลดลงในอนาคต การใช้ปุ๋ยขี้หมูช่วยเสริมธาตุอาหารในดินให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะธาตุอาหารรองที่ปุ๋ยเคมีอาจขาดไปทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ในระยะยาว วิธีนี้ช่วยให้ต้นไม้แข็งแรง ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ และมีคุณภาพดีขึ้น แตกต่างจากความเชื่อเดิมที่ว่าผลไม้จะให้ผลผลิตดกปีเว้นปี ซึ่งการใช้ปุ๋ยขี้หมูเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางเกษตรกรรมแบบ BCG  ซึ่งมุ่งเน้นเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อความยั่งยืนของการเกษตร

 

กระบวนการนำขี้หมูมาใช้ประโยชน์

การจัดการของเสียในฟาร์มเลี้ยงหมู

  • ฟาร์มเลี้ยงหมูระบบปิดมีมาตรฐานด้านสุขอนามัยและการจัดการของเสีย
  • ของเสีย เช่น ขี้หมูและปัสสาวะ ถูกล้างลงท่อเข้าสู่ บ่อหมักแก๊ส
  • ใช้เวลา 2-3 เดือน ในการหมักให้จุลินทรีย์ย่อยสลายของเสีย
  • น้ำที่ผ่านการบำบัดจะถูกนำไปใช้ทางการเกษตร เช่น รดต้นไม้

การใช้ประโยชน์จากน้ำขี้หมูในภาคการเกษตร

  • น้ำขี้หมูเป็น ปุ๋ยอินทรีย์ ที่สามารถใช้ได้ต่อเนื่องเหมือนการรดน้ำ
  • ใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มแร่ธาตุในดินและช่วยให้พืชเจริญเติบโต
  • สำหรับทุเรียน ต้องปรับปริมาณน้ำตามช่วงพัฒนาการของต้นและผล
    • ระยะเตรียมต้น ให้ทุก 7-15 วัน
    • ระยะก่อนออกดอก ลดปริมาณน้ำ
    • ระยะพัฒนาดอกและผล เพิ่มปริมาณน้ำอีกครั้ง
  • ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินในระยะยาว

ข้อดีของระบบนี้
✅ ลดปัญหาของเสียจากฟาร์มหมู
✅ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในภาคเกษตร
✅ ช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยและน้ำทางการเกษตร

สำหรับผู้ที่สนใจ สวนปุ๋ยอินทรีย์ต้นแบบ สอบถาม คุณวุฒิพงศ์ รัตนมณฑ์ ได้ที่ โทร. 08 5432 0230

 

จัดทำโดย นักศึกษาฝึกงาน
นายปรเมษฐ์ อะเนก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
นายคมชาญสายสิงห์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
นางสาวนปกวดี ชุมจินดา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

แหล่งที่มา

เทคโนโลยีชาวบ้าน
https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_228803
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู