เพื่อสืบทอดประเพณีรวมทั้งส่งเสริมความรู้ให้ชุมชน “ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์” ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ได้ร่วมปลูกข้าวใน “แปลงนาสาธิต” อันเป็นส่วนหนึ่งของการปลูกป่าแบบ “วนเกษตร” ระบบที่นำพืชทางเกษตรกรรมมาปลูกร่วมกับต้นไม้ ซึ่งจัดเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศป่ารูปแบบหนึ่ง ที่พึ่งตนเองอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เก็บหาผลประโยชน์ทางการเกษตรควบคู่กับการฟื้นคืนสภาพกลับไปเป็นป่าที่มีต้นไม้เป็นองค์ประกอบของระบบนิเวศ รวมถึงสร้างการผลิตทางเกษตรกรรมที่สอดคล้องกับระบบนิเวศป่าไม้ ถือเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนกว่าการทำการเกษตรเชิงเดี่ยว
โดยการจัดองค์ประกอบการผลิตทางการเกษตรให้มีความหลากหลายชนิดของพืช จะเอื้อให้เกิดความหลากหลายของสัตว์ตามมา จึงเป็นการสร้างความสมดุลให้แก่ธรรมชาติ เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ในกระบวนการผลิต เช่น สามารถลดปัจจัยการผลิตจากปุ๋ย สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช และยังได้ผลผลิตที่เป็นอาหาร ยา ไม้ใช้สอยในการดำรงชีวิต การสร้างมูลค่าที่เป็นตัวเงินในอนาคต
ในระยะสั้นผู้ปลูกจะได้ผลผลิตทางการเกษตร เช่น ได้ข้าวจากการทำนา ได้อาหาร ผัก ผลไม้ จากการปลูกพืชกินได้ ระยะยาวจะได้ประโยชน์หรือมีรายได้จากไม้ยืนต้น เช่น ยางนา พะยูง มะค่าโมง ตะเคียนทอง สัก โดยองค์ประกอบของพืชพรรณที่ปลูกจะสอดคล้องและเกื้อกูลกับระบบนิเวศป่าไม้ในพื้นที่เดิม ทำให้เกิดความสมดุลและได้ผลผลิตอย่างสม่ำเสมอและเพิ่มพูนตามระยะเวลาอย่างยั่งยืน
สำหรับแปลงนาสาธิตของศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ เป็นการปลูกข้าวแบบ “นาดำ” ซึ่งทำให้ข้าวกอใหญ่และให้ผลผลิตสูงกว่านาหว่าน อีกทั้งออกแบบจัดวางไว้บริเวณที่ลุ่มของแปลงวนเกษตร เพื่อให้สามารถดักตะกอนและธาตุอาหารจากพื้นที่แปลงปลูกต้นไม้และเป็นตำแหน่งที่กักเก็บน้ำได้ โดยเริ่มปลูกข้าวครั้งแรกในปี 2558 โดยใช้พันธุ์ข้าวขาวขวัญชัย ซึ่งขยายพันธุ์มาจากข้าวหอมนครชัยศรี จากนั้นในปีต่อ ๆ มาได้ปลูกข้าวอีกหลายชนิด เช่น ข้าวหอมมะลิ105 ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวหอมแม่พญาทองดำ ข้าวเหนียวดำจันทร์โอชา เป็นต้น
ในฤดูกาลปลูกล่าสุด ปี 2565 แปลงนาสาธิต ได้ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวเหนียวธัญสิริน เริ่มต้นดำนาปลูกข้าวไปเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2565 และมีกำหนดเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงวันที่ 23-30 พฤศจิกายน 2565 ทั้งนี้ ที่แปลงนาสาธิต ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ ยังปลูกข้าวตามแนวคิด “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” หมายถึงนำวันแห่งความทรงจำของไทยอย่างวันแม่และวันพ่อ มาเชื่อมโยงกับฤดูการทำนาปี
โดยเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเดือนของวันแม่นั้นจะอยู่ในช่วงเวลาที่มีฝนตกสม่ำเสมอ คือระหว่างปลายเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม จึงเหมาะสมกับการปลูก ส่วนเดือนธันวาคม อันเป็นเดือนของวันพ่อ จะตรงกับเช่วงเวลาเกี่ยวข้าว คือตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งการปลูกข้าวตามแนวคิดนี้ ช่วยให้ชาวนาลดความเสี่ยงจากภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง และลดต้นทุนการปลูกลงได้ด้วย
