ข่าวสาร
A50 วิจัยเกษตร
17 ธันวาคม 2562
นวัตกรรมเด่น งาน ‘ยางบึงกาฬ’ มุ่งแปรรูป-เพิ่มมูลค่า

งานวันยางพาราบึงกาฬ 2563 จัดระหว่างวันที่ 12-18 ธันวาคม 2562 บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เป็นมหกรรมยางพาราที่จัดยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน โดยปีนี้จัดเป็นปีที่ 8 งานดังกล่าวเปิดพื้นที่เผยแพร่ความรู้ โชว์นวัตกรรมจากยางพาราที่ผ่านการวิจัยและพัฒนา สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมๆ กับการระบายสต๊อกยางพาราในประเทศไปด้วย
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือ เอ็มเทค ที่เข้าร่วมงานมาโดยตลอด ได้นำนวัตกรรมยางพาราหลายรายการมาร่วมจัดแสดง พร้อมเปิดให้ผู้ร่วมงานที่สนใจเข้าร่วมทดลอง ไม่ว่าจะเป็น พาราวอล์ค (Para walk) ผลิตภัณฑ์แผ่นพื้นยางพาราเพื่อลดการบาดเจ็บ มีจุดเด่นคือเป็นวัสดุแข็งที่ช่วยให้เกิดการทรงตัวได้ยอดเยี่ยม ลดการหกล้ม หรือเมื่อเกิดการหกล้มก็จะกระจายแรงที่ดีกว่า 7% ช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บได้

นอกจากนี้ยังมี ที่นอนยางพารา โดย หจก.เคทีซี ร่วมกับ เอ็มเทค ร่วมกันพัฒนา ประกอบด้วย ถุงยางพาราบรรจุน้ำจำนวนหนึ่งมาเชื่อมต่อกัน และห่อหุ้มด้วยผ้ารองที่นอน พบว่าที่นอนน้ำนี้มีคุณสมบัติเหมาะสมและชว่ยลดการเกิดแผลกดทับ กลุ่มวิจัยวัสดุและอุปกรณ์เฉพาะทางชีวภาพและกลุ่มวิจัยนวัตกรรมการแปรรูปยาง ได้พัฒนาฟูกที่นอนนำในแง่มุมสำคัญ อาทิ ทดสอบการรับแรงดันของถุง เพื่อให้มั่นใจว่าถุงยางพาราที่บรรจุน้ำจะไม่ปริ ฉีก รั่วซึมระหว่างการใช้งาน ทดสอบการกระจายน้ำหนักด้วยการสร้างแผนผังความดัน (Pressure mapping) กับอาสาสมัครเปรียบเทียบกับที่นอนทั่วไป รวมทั้งการพัฒนาอุปกรณ์เติมน้ำให้ใช้งานสะดวกและรวดเร็ว ดร.ดนุ พรหมมินทร์ หัวหน้าทีมวิจัยชีวกลศาสตร์ เอ็มเทค เผยว่า งานวิจัยเรื่องที่นอนน้ำเพื่อสุขภาพใช้เวลา 6 เดือน นับตั้งแต่การรับโจทย์ ทำการทดสอบ ออกแบบโมล ออกแบบชุดซึ่งเป็นทางเข้าของน้ำ รวมทั้งออกแบบลักษณะการเติมน้ำ ทั้งหมดได้ผ่านการทดสอบทางวิทยาศาสตร์เรื่องแรงกดทับมาแล้ว ทั้งนี้ที่นอน 1 ชุด มีทั้งหมด 13 ลอน มีคุณสมบัติเรื่องความทนทาน ยืดหยุ่นสูง ลดการเกิดแผลกดทับ สามารถระบายความร้อนได้ดี และยังลดภาระของผู้ดูแลที่ต้องคอยพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยด้วย จากข้อมูลเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่ามีการใช้งานที่นอนน้ำไปแล้วกว่า 250 ชุด ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี

ขณะที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก็เดินหน้าวิจัยและพัฒนาเรื่องยางพาราอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ถนนยางพาราดินซีเมนต์ ที่นำมาใช้จริง โดย รศ. ดร. ระพีพันธ์ แดงตันกี รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนางานวิจัยและอุตสาหกรรมสัมพันธ์ สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำตัวอย่างถนนมาโชว์ การใช้น้ำยางพารามาทำถนนนอกจากจะช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว ยังช่วยให้อุตสาหกรรมยางพาราขับเคลื่อนไปได้ ร่วมด้วยงานวิจัยอีกหลายอย่าง อาทิ ผิวถนนกันลื่นจากยางพารา การคิดค้นและพัฒนายางพาราไทยลดการลื่นไถลบนท้องถนนในจุดเสี่ยง "ปัญหาราคายางพาราตกต่ำสามารถแก้ไขได้ แต่รัฐบาลต้องเข้ามามีส่วนร่วม อาทิ การกำหนดความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล หรือจีทูจี ไทยต้องเจาะกลุ่มตลาดใหม่ ๆ เช่น อินเดีย บราซิล เกาหลีใต้ รวมทั้งสนับสนุนให้มีการนำยางไปสร้างนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในประเทศ อาทิ ถนนยาง ล้อเครื่องบนิ หมอนรางรถไฟ เครื่องนอน" รศ. ดร. ระพีพัฒน์แนะนำ

ด้านกรมชลประทานมาพร้อมทุ่นยางพาราดักผักตบชวา (Para-Log Boom) สีส้มสดใสถูกใจเด็กๆ นวัตกรรมดังกล่าวเกิดจากปัญหาผักตบชวาที่มีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อปัญหาต่อแหล่งน้ำทั่วประเทศ ส่งผลเสียต่อคุณภาพน้ำ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม การสัญจรทางน้ำ ตลอดจนการส่งน้ำชลประทาน สำนักวิจัยและพัฒนา จึงมีแนวคิดพัฒนานวัตกรรม ทุ่นดักผักตบชวา ทดแทน Log Boom ที่ทำจากโลหะและต้องอาศัยช่างผู้เชี่ยวชาญในการผลิต เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ขนย้าย ติดตั้งสะดวกมากขึ้น และราคาประหยัด "ทุ่นยางพาราดักผักตบชวา ทำจากเนื้อยางธรรมชาติ 30 กิโลกรัม/ทุ่น ความยาว 2 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.40 เมตร มีน้ำหนักประมาณ 20 กก. การลอยตัวอยู่ที่ 50-55% ของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง อีกทั้งใช้แกนและจุดเชื่อมต่อเป็นโลหะ ไม่ก่อให้เกิดสนิม จัดทำเป็น 2 สี คือ ขาวและส้ม พร้อมโลโก้ RID.No1 มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 5 ปี"

นอกเหนือจากนวัตกรรมที่กล่าวมาแล้ว หนึ่งทางเลือกในการช่วยเหลือเกษตรกรคือการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ดังเช่น แอปพลิเคชัน STA FRIENDS หรือ ศรีตรังเพื่อนชาวสวน ที่กลุ่มบริษัท ศรีตรังแอโกร อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) พัฒนาขึ้นเพื่อให้ชาวสวนยางซื้อขายยางพารา พร้อมต่อรองราคาได้ในแอพฯ นี้ โดยกำหนดเพดานไว้ชัดเจน โดยอิงจากราคายางของบริษัท


แหล่งที่มา

© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู