กรมประมง จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ เพื่อนำไปสู่การผลิตแบบแปลงใหญ่ มีผลผลิตที่น่าสนใจคือ ไข่มุกน้ำจืดจากหอยกาบใหญ่ หอยกาบใหญ่มีชื่ออื่นๆ เช่น หอยกาบดำ หอยดาน หอยไอ้โล้น เป็นหอยสองฝาน้ำจืด (Bivalve) จัดอยู่ในกลุ่มหอย (Phylum Mollusca) ซึ่งเป็นกลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง อยู่ในวงศ์ Cristaria plicata มีประมาณ 30,000 ชนิดทั่วโลก ลักษณะเปลือกใหญ่หนา ขนาดยาว 12.0-20.0 ซม. สูง 8.8-14.0 ซม. หนา 4.8-6.9 ซม. มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รูปร่างกึ่งรูปไข่มีปีกที่เปลือกด้านหลัง แผ่นบานพับกว้างมาก ฟันซูโดคาร์ดินัลเป็นตุ่ม 2 อันในแต่ละฝา ฟันแลเทอรัลเป็นแผ่นแข็งแรงมี 1 อันในฝาขวา และ 2 อันในฝาซ้าย ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า การขยายพันธุ์ เพศเมียจะถูกผสมจากน้ำเชื้อเพศผู้ที่ลอยปนมาตามน้ำเข้ามาในตัวทางท่อน้ำเข้า แล้วไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิจะอาศัยอยู่ในเหงือกของหอยกาบเพศเมีย ก่อนที่ไข่จะพัฒนาจนกลายเป็นตัวอ่อน จนเข้าสู่ระยะโกลคิเดียที่สมบูรณ์ จึงถูกปล่อยออกมาทางท่อน้ำออก แล้วล่องลอยเข้าไปเกาะอาศัยกลายเป็นปรสิตฝังตัวอยู่ในเหงือกและครีบของปลาน้ำจืด จากนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างจากโกลคิเดียไปเป็นลูกหอยที่มีลักษณะเหมือนพ่อ แม่ แล้วจึงสลัดหลุดจากตัวปลาตกลงสู่พื้นท้องน้ำ ออกหากินอย่างเป็นอิสระต่อไป ปัจจุบันพบไม่บ่อยนัก โดยอาศัยฝังตัวใต้พื้นท้องน้ำ แหล่งที่พบส่วนใหญ่อยู่ในลุ่มน้ำภาคตะวันตก ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคตะวันออก และภาคใต้ไม่ค่อยพบมากนัก เนื้อใช้เป็นอาหาร ส่วนเปลือกนำมาขัดจะเห็นชั้นมุกแวววาวสวยงาม มักนำมาใช้ทําเครื่องประดับมุกและของใช้ เช่น ต่างหู พวงกุญแจ เข็มกลัดติดเสื้อ ผู้สนใจอ่านการเพาะเลี้ยงเพิ่มเติมได้ที่ http://www3.rdi.ku.ac.th/exhibition/49_1/Animal/a_01/a_01.htm
หอยกาบใหญ่... มุกน้ำจืด
