แจ้งเตือน
H20 โรคพืช
15 พฤษภาคม 2569
⚠️ เตือนเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ระวังโรคใบไหม้และผลเน่า หรือโรคราน้ำฝน

ช่วงนี้หลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่องและมีความชื้นสูง เกษตรกรผู้ปลูกลำไยควรเฝ้าระวังการระบาดของโรคใบไหม้และผลเน่า หรือโรคราน้ำฝน ซึ่งมีสาเหตุจากเชื้อรา Phytophthora capsici โดยเฉพาะในระยะติดผล เนื่องจากสภาพอากาศชื้นและฝนตกชุกเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการแพร่ระบาดของโรค หากปล่อยให้ระบาดรุนแรงอาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตและคุณภาพลำไยได้อย่างมาก

อาการของโรคสามารถพบได้ทั้งที่ใบ กิ่ง ยอด และผลลำไย โดยในส่วนของใบอ่อน กิ่งอ่อน และยอดอ่อน จะเริ่มมีอาการไหม้เป็นสีน้ำตาลเข้ม และมักพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราปกคลุมบริเวณที่เกิดโรค ต่อมาส่วนที่เป็นโรคจะแห้งอย่างรวดเร็ว หากเกิดการระบาดรุนแรง อาจทำให้ใบและยอดไหม้ทั้งต้นได้

ส่วนอาการที่ผล จะพบว่าเปลือกผลและขั้วผลมีสีน้ำตาลเข้ม เมื่อผลยังแก่ไม่เต็มที่จะเกิดอาการแตกและเน่า พร้อมมีเส้นใยสีขาวฟูของเชื้อราปกคลุม และทำให้ผลร่วงในที่สุด ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพและปริมาณผลผลิต

แนวทางการป้องกัน 
เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงฝนตกชุก หากพบต้นหรือส่วนของพืชที่แสดงอาการของโรค ควรตัดแต่งส่วนที่เป็นโรค พร้อมเก็บเศษพืชและใบที่ร่วงหล่นออกจากแปลงเพื่อนำไปทำลายนอกพื้นที่ปลูก จากนั้นพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น เมทาแลกซิล 25% WP อัตรา 50–60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม 80% WP อัตรา 80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือแมนโคเซบ+เมทาแลกซิล-เอ็ม 68% WG อัตรา 30–50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นทุก 5–7 วัน และควรหยุดใช้สารก่อนเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 15 วัน

นอกจากนี้ ควรทำความสะอาดเครื่องมือที่ใช้ตัดแต่งกิ่งทุกครั้งก่อนนำไปใช้กับต้นปกติ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค และหลังการเก็บเกี่ยว ควรตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่ง เพื่อให้อากาศถ่ายเทและแสงแดดส่องถึง ช่วยลดความชื้นภายในทรงพุ่ม ซึ่งเป็นการลดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการระบาดของเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ


แหล่งที่มา

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
https://www.facebook.com/share/p/1Dym5EqJi7/
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู