1) เพลี้ยไฟ บุกช่วงออกดอก–ติดผล
ลักษณะการทำลาย ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงที่ *ยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอก และช่อผล เกิดแผลสีน้ำตาลใกล้ขั้วช่อ ดอก ใบ และผล เกิดสะเก็ดแผลตามช่อผล เมื่อผลโต แผลแตก เป็นช่องให้โรคอื่นเข้าทำลายซ้ำ ช่อหรือยอดที่ถูกทำลายตั้งแต่เล็กจะชะงักการเจริญเติบโต แคระแกร็น มักพบมากบริเวณใต้ลม และขอบแปลง
📌 หลีกเลี่ยงปลูกใกล้สวนมะม่วง เพราะเพลี้ยไฟปลิวตามลมได้ง่าย
✅ แนวทางป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ
1. ตัดแต่งกิ่ง ยอดอ่อน ตายอด และตาข้างอย่างสม่ำเสมอ
2. สำรวจแปลงบ่อยช่วงออกดอก หากพบระบาด พ่นสารฆ่าแมลง เช่น
ฟิโพรนิล 5% SC** อัตรา 10 มล./น้ำ 20 ลิตร
อิมิดาโคลพริด 10% SL** อัตรา 10 มล./น้ำ 20 ลิตร
👉 ควบคุมได้นานประมาณ 5 วัน
👉 พ่นเฉพาะจุดที่พบ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
2) โรคราน้ำค้าง ระบาดดีในสภาพความชื้นสูง
อาการบนใบ - แผลสีเหลืองอ่อน ตอนเช้าใต้ใบพบเชื้อราสีขาวฟู ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ใบเหลือง แห้ง ร่วง
อาการที่ยอด เถาอ่อน มือเกาะ - พบเชื้อราสีขาว ยอดหดสั้น เถาและมือเกาะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและแห้ง
อาการที่ช่อดอกและผลอ่อน - เชื้อราสีขาวขึ้น ดอกร่วง ช่อดอกเน่า ผลอ่อนร่วง
✅ แนวทางป้องกัน
1. ตรวจแปลงปลูกสม่ำเสมอ
2. ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง อากาศถ่ายเทดี
3. เก็บส่วนที่เป็นโรคออกจากแปลงไปเผาทำลายนอกพื้นที่
4. หลีกเลี่ยงตัดแต่งกิ่งช่วงอากาศชื้นจัดหรือฝนตกชุก
5. ไม่ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเกินไป เพราะจะทำให้พืชอ่อนแอ
📢 ข้อควรเน้นย้ำ
✔ สำรวจแปลงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง
✔ ควบคุมตั้งแต่เริ่มพบอาการ จะลดความเสียหายได้มาก
✔ ใช้สารเคมีตามคำแนะนำบนฉลาก และสลับกลุ่มสารเพื่อลดการดื้อยา

