แจ้งเตือน
H20 โรคพืช
10 กุมภาพันธ์ 2569
⚠️ เทคโนโลยีสยบโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน

เตือนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนให้เฝ้าระวังโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน ซึ่งเป็นโรคที่รุนแรงและสร้างความเสียหายสูงสุดในทุเรียน สามารถเข้าทำลายได้ทุกส่วนของต้น ทำให้ต้นทรุดโทรม เจริญเติบโตผิดปกติ ผลผลิตลดลง และอาจทำให้ทุเรียนยืนต้นตาย โดยเฉพาะสวนที่มีสภาพดินชื้น น้ำท่วมขัง และระบบระบายน้ำไม่ดี

🔍 แนวทางป้องกันและควบคุมโรคแบบผสมผสาน
1️. การจัดการแปลงและสภาพแวดล้อม
- วิเคราะห์พื้นที่ปลูกและปรับการเขตกรรมให้เหมาะสม
- ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง แสงแดดส่องถึงพื้นดิน
- ขุดร่องระบายน้ำ ไม่ให้น้ำท่วมขังบริเวณโคนต้น
- วิเคราะห์ดินและปรับปรุงธาตุอาหารให้ต้นทุเรียนแข็งแรง
- กรณีดินเป็นกรด แนะนำปรับปรุงด้วยปูนขาวตามค่าวิเคราะห์ดิน
2️. การฟื้นฟูระบบรากและควบคุมเชื้อสาเหตุโรค
กรณีพบอาการรากเน่าหรือเน่าคอดิน ราดสารฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม ตามอัตราที่ฉลากแนะนำ ให้ทั่วบริเวณโคนต้น
หลังการราดสารอย่างน้อย 7 วัน ใช้สูตรผสมราดดิน ดังนี้
- เชื้อราไตรโคเดอร์มา (เชื้อสด) 100 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
- กรดฮิวมิค 100 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร
- ปุ๋ยเกล็ดสูตร 15-30-15 หรือ 20-20-20 อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
- ราดให้ทั่วบริเวณรอบทรงพุ่มทุก 2 เดือน
- รักษาแผลบริเวณโคนต้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเข้าทำลายซ้ำของเชื้อโรค
3️. การเสริมภูมิคุ้มกันและป้องกันการระบาดสำหรับต้นที่โทรม
- กระตุ้นภูมิคุ้มกันพืชด้วยสารฟอสฟอรัส แอซิด ตามอัตราที่แนะนำบนฉลาก
- เพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน เพื่อลดเชื้อราไฟทอปธอร่า
- สำรวจสวนอย่างสม่ำเสมอ หากพบอาการผิดปกติให้ดำเนินการควบคุมทันที

การวิเคราะห์พื้นที่และการปรับสภาพแวดล้อมไม่ให้เหมาะต่อการเกิดโรค คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการควบคุมโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน โดยการป้องกันก่อนเกิดโรคเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สุด ขอให้เกษตรกรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาสุขภาพต้นทุเรียนและคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน 

 


แหล่งที่มา

สำนักควบคุมพืชและวัสดุทางการเกษตร
https://www.facebook.com/share/p/1BUQnKUH6y/
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู