กุหลาบเป็นไม้ดอกเศรษฐกิจที่มีความสวยงามและสร้างมูลค่าทางการตลาดสูง อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่กุหลาบอยู่ในระยะออกดอก มักเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อการเข้าทำลายของโรคและแมลงศัตรูพืช ซึ่งหากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพดอก รูปร่าง และผลผลิตโดยรวม โรคและแมลงศัตรูที่สำคัญในระยะนี้ ได้แก่ โรคราแป้ง และ หนอนเจาะสมอฝ้าย
โรคราแป้งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในแปลงปลูกกุหลาบ โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง อาการเริ่มแรกจะพบแผลจุดสีแดงบนผิวใบ จากนั้นจะปรากฏผงสีขาวคล้ายแป้งเป็นหย่อม ๆ ทั้งด้านบนและใต้ใบ เมื่อการระบาดรุนแรง เชื้อราจะลุกลามไปยังใบอ่อน ก้านใบ กิ่ง ก้านดอก ดอก และลำต้น ทำให้ส่วนต่าง ๆ ของพืชบิดเบี้ยว เสียรูปทรง ใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีน้ำตาล แห้งกรอบ และร่วงในที่สุด ส่งผลให้ต้นกุหลาบอ่อนแอและคุณภาพดอกลดลงอย่างชัดเจน
การป้องกันและลดการระบาดของโรคราแป้งควรเริ่มจากการจัดการแปลงปลูกอย่างเหมาะสม เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ กำจัดวัชพืช ตัดแต่งกิ่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคออกจากแปลงไปเผาทำลายนอกพื้นที่ปลูก เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อราและลดความชื้นในแปลง ซึ่งจะช่วยทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการแพร่ระบาดของโรค ในกรณีที่เริ่มพบการระบาด สามารถใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชตามคำแนะนำและอัตราที่เหมาะสม โดยควรหลีกเลี่ยงการใช้สารกลุ่มซัลเฟอร์ เนื่องจากอาจทำให้กุหลาบเกิดอาการใบไหม้และกระทบต่อคุณภาพพืชได้
นอกจากโรคแล้ว แมลงศัตรูพืชที่สำคัญในกุหลาบอีกชนิดหนึ่งคือ หนอนเจาะสมอฝ้าย ซึ่งมักเข้าทำลายโดยการเจาะเข้าไปกัดกินภายในดอก ทำให้ดอกกุหลาบเสียรูป ไม่สมบูรณ์ และไม่สามารถจำหน่ายได้ การจัดการหนอนชนิดนี้ควรเน้นการควบคุมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยใช้เชื้อแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis ซึ่งเป็นวิธีชีวภาพที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม หากพบการระบาดรุนแรง อาจจำเป็นต้องใช้สารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพตามคำแนะนำ พร้อมทั้งควรสลับกลุ่มสารเพื่อป้องกันการดื้อยา
การเฝ้าระวัง ตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ และเลือกใช้วิธีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการเกษตร จะช่วยให้กุหลาบเจริญเติบโตแข็งแรง ให้ดอกสวย มีคุณภาพ และลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน
