แจ้งเตือน
H20 โรคพืช
16 มกราคม 2569
เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคราแป้งในเงาะ พบระบาดมากช่วงอากาศเย็น ลมแรง ในระยะพัฒนาช่อดอก

จากสภาพอากาศในช่วงนี้ที่มีอากาศเย็น ลมแรง และอุณหภูมิลดลงประมาณ 2–4 องศาเซลเซียส
ขอแจ้งเตือนผู้ปลูกเงาะให้เฝ้าระวังการระบาดของโรคราแป้ง (เชื้อรา Oidium sp.) โดยเฉพาะในระยะพัฒนาช่อดอก ซึ่งเป็นช่วงที่พบการระบาดของโรคได้มาก และส่งผลกระทบต่อการติดผลและคุณภาพผลผลิต

ลักษณะอาการ
โรคราแป้งมักพบการระบาดในระยะที่เงาะสร้างช่อดอกอ่อนและผลอ่อน สังเกตเห็นผงสีขาวคล้ายแป้งเกาะตามช่อดอกและผล โดยเฉพาะบริเวณร่องขน
ส่งผลให้ช่อดอกติดผลน้อย และหลุดร่วงง่าย ผลมีขนาดเล็ก ไม่สมบูรณ์ บางผลเน่าแห้งติดคาที่ก้านช่อ ในระยะผลโต จะทำให้ขนผลแห้ง แข็ง และผิวผลมีสีคล้ำไม่สม่ำเสมอ เมื่อผลเริ่มสุก บริเวณที่ถูกเชื้อราทำลายจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ขณะที่ส่วนที่ไม่ถูกทำลายจะมีสีแดงตามปกติ

แนวทางป้องกันกำจัด
1. การจัดการแปลงปลูก หมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ กำจัดวัชพืช ตัดแต่งกิ่ง และเก็บส่วนที่เป็นโรคออกจากแปลง นำไปเผาทำลาย เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา
2. การใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช เมื่อเริ่มพบการระบาด ควรพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง เช่น ซัลเฟอร์ 80% WP (กำมะถันผงละลายน้ำ) อัตรา 20–40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เบโนมิล 50% WP อัตรา 6–10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5–7 วัน และควรหยุดพ่นสารอย่างน้อย 15 วันก่อนเก็บเกี่ยว

ข้อควรระวัง
สำหรับสารกลุ่มซัลเฟอร์ ไม่ควรพ่นในสภาพอากาศร้อนหรือมีแดดจัด เนื่องจากอาจทำให้ผลอ่อนเกิดอาการไหม้ได้

📌 คำแนะนำเพิ่มเติม
การป้องกันกำจัดโรคราแป้งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยเพิ่มอัตราการติดผล ลดการสูญเสียผลผลิต และช่วยให้เงาะมีคุณภาพดีสม่ำเสมอ


แหล่งที่มา

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
https://www.facebook.com/share/p/18ZHA5WSWj/
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู