
ลักษณะอาการ
🍍ปลายใบแห้ง เป็นสีน้ำตาล หรือสีม่วงแดงลามจากปลายใบเข้าสู่เนื้อใบ ขอบใบลู่ หรือม้วนเข้าหาด้านใต้ใบ ต่อมาใบแห้งคล้ายขาดน้ำ
🍍ระยะสุดท้ายใบจะแห้งเหี่ยวทั้งกอและรากสั้นแตกแขนงน้อย รากส่วนใหญ่เน่าแห้งตาย
การแพร่ระบาด
🍍การนำหน่อพันธุ์หรือจุกจากต้นที่เป็นโรคไปปลูก
🍍เพลี้ยแป้งเป็นแมลงพาหะนำโรค มดเป็นตัวพาเพลี้ยแป้งให้แพร่กระจายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
การป้องกันการระบาดของโรค
🍍ไม่มีสารเคมีชนิดใดที่ควบคุมกำจัดไวรัสหลังจากเข้าไปแพร่กระจายในต้นพืชได้
การเตรียมแปลงและหน่อพันธุ์
1. จัดสภาพแวดล้อมไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของมดและเพลี้ยแป้ง
2. การเตรียมดิน ควรไถพรวนดินหลาย ๆ ครั้ง ตากดินอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดปริมาณเพลี้ยแป้งและศัตรูชนิดอื่นที่อยู่ในดิน
3. ใช้หน่อพันธุ์ที่สะอาดปราศจากเพลี้ยแป้งและโรคเหี่ยว
4. แช่หน่อพันธุ์ เพื่อกำจัดเพลี้ยแป้งที่ติดมากับหน่อพันธุ์ และสามารถป้องกันการเข้าทำลายของเพลี้ยแป้งได้ประมาณ 1 เดือน ด้วยสารเคมีตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร
ระหว่างปลูก
1. สำรวจแปลงปลูกสับปะรดอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
2. กำจัดต้นเป็นโรค เมื่อพบทันทีโดยการถอนไปทำลายนอกแปลง
3. กำจัดเพลี้ยแป้งเฉพาะจุดที่พบ โดยใช้สารเคมี ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร
หลังเก็บเกี่ยว
🍍กำจัดตอเก่าและเศษซากพืชหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต
