การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. เดินหน้าสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมยางพารา เพื่อยกระดับการใช้ยางธรรมชาติในประเทศสู่ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมปลายน้ำ โดยสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนายางพารา ตามมาตรา 49 (4) วงเงินรวมกว่า 14.6 ล้านบาท ให้แก่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วว. ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565–2568 เพื่อพัฒนา ราวกันชนชนิดลูกกลิ้งยางพาราต้นแบบ หรือ Rolling Guard Barrier

นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาอุปกรณ์ความปลอดภัยทางถนนสำหรับติดตั้งบริเวณทางโค้งและจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ โดยใช้ยางธรรมชาติเป็นวัสดุหลักในการผลิตลูกกลิ้งกันกระแทก ซึ่งสามารถช่วยดูดซับแรง กระจายแรง และเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ของรถเมื่อเกิดการชน ช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ถนน
ราวกันชนลูกกลิ้งยางพารานับเป็นนวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมการใช้ยางพาราในภาคอุตสาหกรรม ลดการพึ่งพาการนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางธรรมชาติของไทย โดยอุปกรณ์ประเภทเดียวกันที่ใช้อยู่เดิมผลิตจากยาง EVA มีค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาทต่อระยะทางราวกันชน 1 เมตร ขณะที่การใช้ยางธรรมชาติในประเทศสามารถช่วยลดต้นทุนได้ไม่น้อยกว่า 10,000 บาทต่อเมตร
นอกจากนี้ หากมีการติดตั้งราวกันชนลูกกลิ้งยางพาราในระยะทาง 1 กิโลเมตร จะสามารถเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศได้ประมาณ 21 ตัน ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการผลักดันการใช้ยางพาราให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบันโครงการมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถผลิตลูกกลิ้งยางพาราได้จำนวนมาก พร้อมจัดเตรียมชุดราวและเสาเหล็กสำหรับการติดตั้ง อีกทั้งผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในห้องปฏิบัติการ และอยู่ระหว่างการทดสอบการชนภาคสนามจริง โดยประยุกต์ใช้แนวทางมาตรฐาน MASH 2016 TL-3 เพื่อประเมินประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยก่อนต่อยอดสู่การใช้งานจริงในอนาคต
โครงการนี้สะท้อนบทบาทของ กยท. ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมยางพาราไทย สู่การใช้งานจริงในภาคคมนาคมและความปลอดภัยทางถนน พร้อมสร้างโอกาสใหม่ในการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราภายในประเทศอย่างยั่งยืน.
