ข่าวสาร
29 พฤษภาคม 2569
ชาวสวนทุเรียนยุคดิจิทัล ใช้ AI - ดาวเทียม GISTDA จัดการน้ำและพื้นที่เพาะปลูก ช่วยลดต้นทุนได้กว่า 80%

ชาวสวนทุเรียนยุคดิจิทัล นำเทคโนโลยี AI และข้อมูลดาวเทียมจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการสวน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก ลดต้นทุน และรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สวนทุเรียนขนาดกว่า 10 ไร่ ของคุณรัตนา เกษตรกรในอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ได้ปรับรูปแบบการทำเกษตรสู่สมาร์ตฟาร์ม โดยนำระบบ AI และข้อมูลดาวเทียมผ่านแอปพลิเคชัน Dragonfly ของ GISTDA มาใช้ในการจัดการน้ำและดูแลพื้นที่เพาะปลูก เพื่อรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งและสภาวะเอลนีโญ

เดิมการทำสวนทุเรียนมีต้นทุนการผลิตมากกว่า 200,000 บาทต่อปี ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านปุ๋ย สารป้องกันศัตรูพืช และการให้น้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของดิน แต่หลังจากนำเทคโนโลยี AI และแอปพลิเคชัน Dragonfly มาใช้งาน สามารถลดต้นทุนได้มากกว่า 80% พร้อมทั้งช่วยให้การจัดการสวนมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

แอปพลิเคชัน Dragonfly เปรียบเสมือน “ดวงตาจากอวกาศ” สำหรับเกษตรกร โดยช่วยให้สามารถติดตามและบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกได้แบบรายแปลง ผ่านระบบวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมและ AI ซึ่งมีความสามารถสำคัญ ดังนี้

  1. ตรวจสอบสุขภาพพืช ระบบ AI วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อตรวจสอบความผิดปกติของพืช เช่น การขาดธาตุอาหาร หรือการระบาดของศัตรูพืช ช่วยให้เกษตรกรสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและรวดเร็ว
  2. พยากรณ์อากาศรายชั่วโมง ให้ข้อมูลอากาศที่แม่นยำระดับพิกัดแปลง ช่วยในการวางแผนฉีดพ่นยาหรือใส่ปุ๋ย ไม่ให้เสียของเพราะฝนตกชะล้างตรวจวัดความชื้นในดิน ช่วยคำนวณปริมาณน้ำที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ทำให้สามารถใช้น้ำได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ

การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตร ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต แต่ยังเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาเกษตรกรรมไทยสู่ระบบอัจฉริยะ รองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในอนาคต

 

สืบค้นข้อมูลและเรียบเรียงโดย น.ส.รมย์นลิน อินธงชัย 
มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาสารสนเทศศาสตร์และบรรณารักษศาสตร์

แหล่งที่มา

© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู