
ชาวสวนทุเรียนยุคดิจิทัล นำเทคโนโลยี AI และข้อมูลดาวเทียมจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการสวน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก ลดต้นทุน และรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สวนทุเรียนขนาดกว่า 10 ไร่ ของคุณรัตนา เกษตรกรในอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ได้ปรับรูปแบบการทำเกษตรสู่สมาร์ตฟาร์ม โดยนำระบบ AI และข้อมูลดาวเทียมผ่านแอปพลิเคชัน Dragonfly ของ GISTDA มาใช้ในการจัดการน้ำและดูแลพื้นที่เพาะปลูก เพื่อรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งและสภาวะเอลนีโญ
เดิมการทำสวนทุเรียนมีต้นทุนการผลิตมากกว่า 200,000 บาทต่อปี ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านปุ๋ย สารป้องกันศัตรูพืช และการให้น้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของดิน แต่หลังจากนำเทคโนโลยี AI และแอปพลิเคชัน Dragonfly มาใช้งาน สามารถลดต้นทุนได้มากกว่า 80% พร้อมทั้งช่วยให้การจัดการสวนมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
แอปพลิเคชัน Dragonfly เปรียบเสมือน “ดวงตาจากอวกาศ” สำหรับเกษตรกร โดยช่วยให้สามารถติดตามและบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกได้แบบรายแปลง ผ่านระบบวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมและ AI ซึ่งมีความสามารถสำคัญ ดังนี้
-
ตรวจสอบสุขภาพพืช ระบบ AI วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อตรวจสอบความผิดปกติของพืช เช่น การขาดธาตุอาหาร หรือการระบาดของศัตรูพืช ช่วยให้เกษตรกรสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและรวดเร็ว
-
พยากรณ์อากาศรายชั่วโมง ให้ข้อมูลอากาศที่แม่นยำระดับพิกัดแปลง ช่วยในการวางแผนฉีดพ่นยาหรือใส่ปุ๋ย ไม่ให้เสียของเพราะฝนตกชะล้างตรวจวัดความชื้นในดิน ช่วยคำนวณปริมาณน้ำที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ทำให้สามารถใช้น้ำได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ
การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตร ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต แต่ยังเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาเกษตรกรรมไทยสู่ระบบอัจฉริยะ รองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในอนาคต
สืบค้นข้อมูลและเรียบเรียงโดย น.ส.รมย์นลิน อินธงชัย
มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาสารสนเทศศาสตร์และบรรณารักษศาสตร์
