กรมประมงเดินหน้าพัฒนาศักยภาพสัตว์น้ำเศรษฐกิจของไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัว “ปลาสลิดพันธุ์ปรับปรุง รุ่นที่ 3” ที่เน้นการเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตสูง เพื่อสนับสนุนเกษตรกรขยายการเลี้ยงเชิงพาณิชย์ รองรับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ปลาสลิด (Trichopodus pectoralis) เป็นปลาน้ำจืดพื้นถิ่นของไทยที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยมีแหล่งเพาะเลี้ยงสำคัญในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ และเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 160–350 บาทต่อกิโลกรัม อีกทั้งยังสามารถนำไปแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้หลากหลายรูปแบบ

จากข้อมูลในปี 2567 พบว่า ประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาสลิดขึ้นทะเบียนกว่า 2,162 ฟาร์ม มีผลผลิตรวมประมาณ 9,826 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 650 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ใช้บริโภคภายในประเทศถึงร้อยละ 91.90 และมีการส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียนและสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงปลาสลิดยังมีข้อจำกัดด้านการเจริญเติบโตที่ช้า ระยะเวลาเลี้ยงนาน และความต้านทานโรค กรมประมงจึงได้ดำเนินการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์อย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคนิคการประเมินค่าศักยภาพทางพันธุกรรม (EBVs) และการใช้เครื่องหมายระบุตัวสัตว์น้ำ (PIT TAG) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคัดเลือกสายพันธุ์
ผลการพัฒนาพบว่า ปลาสลิดรุ่นที่ 3 มีการเจริญเติบโตดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 77.60 เมื่อเทียบกับรุ่นพ่อแม่ และสามารถเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้นกว่าเดิมประมาณร้อยละ 108 ในการทดลองเลี้ยงในบ่อดิน ซึ่งช่วยลดระยะเวลาเลี้ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของเกษตรกรได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ กรมประมงมีแผนทดสอบการเลี้ยงในฟาร์มเกษตรกรจริงในปี 2569 เพื่อรวบรวมข้อมูลการเจริญเติบโตและอัตราการรอด ก่อนขยายพันธุ์สู่เกษตรกรในวงกว้างต่อไป โดยมุ่งหวังให้ปลาสลิดเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทยในตลาดโลก
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำชุมพร โทรศัพท์ 0 7751 0310
