แจ้งเตือน
H10 ศัตรูพืช
2 สิงหาคม 2565
ระวังไรกระเทียม

สภาพอากาศในช่วงนี้มีฝนตกกระจายทุกพื้นที่และตกหนักบางพื้นที่ เตือนผู้ปลูกกระเทียมในระยะต้นกล้า-ปลูกลงดิน ระยะหลังเก็บเกี่ยว รับมือไรกระเทียมเข้าทำลาย ทั้งระยะที่เจริญเป็นต้นอยู่ในไร่และระยะหลังเก็บเกี่ยว ต้นกระเทียมที่ถูกไรเข้าทำลายจะไม่สมบูรณ์ ใบจะมีอาการด่างสีขาวและเหลืองเกิดขึ้นเป็นหย่อม ๆ โดยเฉพาะบริเวณขอบใบ ใบจะพับเข้าหากันตามแนวเส้นกลางใบ ปลายใบม้วนงอพันกันไม่ตั้งตรง ชาวบ้านมักเรียกลักษณะของใบที่ม้วนพันกันนี้ว่า "ใบบ่วง” อาการด่างชาวของใบจะสังเกตเห็นได้ชัดเจน ต่างกับลักษณะอาการประสีขาวจาง ๆ ซึ่งเกิดจากการทำลายของเพลี้ยไฟ และจะพบมากบนใบอ่อนที่แตกใหม่ บางครั้งใบอ่อนที่เพิ่งเริ่มโผล่ออกมาจะมีอาการด่างขาวและบิดเป็นลูกคลื่น ไม่ยืดออกจากกาบใบ ต้นกระเทียมที่ถูกไรทำลายอย่างรุนแรงตั้งแต่เล็กอาจตายหมดทั้งแปลงได้ สำหรับกระเทียมที่ถูกไรทำลายในระยะเริ่มลงหัวจะทำให้หัวกระเทียมเล็กลง ถ้าการทำลายเกิดขึ้นในระยะใกล้เก็บเกี่ยวอาจไม่มีผลต่อผลผลิตมากนัก เมื่อกระเทียมที่เก็บเกี่ยวจากไร่ถูกนำมาแขวนหรือผึ่งลม ไรจะเคลื่อนย้ายจากใบลงมายังกาบใบ และดูดทำลายอยู่ที่หัวกระเทียม โดยเฉพาะบริเวณกลีบที่อยู่ด้านในของหัวและลุกลามต่อไปยังกลีบที่อยู่ใกล้เคียง การทำลายเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่กระเทียมถูกเก็บไว้เพื่อบริโภคหรือทำพันธุ์ กลีบของกระเทียมที่ถูกทำลายจะมีอาการแห้ง ผิวของกลีบเหี่ยวย่น และเริ่มเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเหลือง และสีน้ำตาลเข้ม กระเทียมจะแห้งแข็งและค่อย ๆ ฝ่อไป เมื่ออาหารบนกลีบกระเทียมที่ไรดูดกินหมดไป ไรจะเคลื่อนย้ายไปทำลายกลีบที่อยู่ใกล้เคียงต่อไป

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

แนวทางป้องกันและแก้ไข
1. ควรคัดเลือกหัวพันธุ์ที่สมบูรณ์ จากแหล่งที่ไม่มีการระบาดทำลายของไรกระเทียมมาก่อน การเก็บเกี่ยวควรแยกกระเทียมที่จะใช้ทำพันธุ์ไว้ต่างหากไม่รวมกับกระเทียมส่วนอื่นๆ
2. กำจัดวัชพืชในนาและบนคันนาก่อนเตรียมดินปลูก ทั้งนี้เพื่อเป็นการทำลายแหล่งซึ่งไรอาจจะใช้เป็นที่อาศัยนอกฤดูปลูกกระเทียม
3. เริ่มสำรวจต้นกระเทียมเมื่ออายุประมาณ 3 สัปดาห์หลังงอก ถ้าพบอาการใบม้วนงอและขอบใบเป็นสีเหลืองมากกว่า 25% ให้พ่นสารฆ่าไร และสำรวจต่อไปทุก 14 วัน ถ้าพบอาการดังกล่าวให้พ่นซ้ำ และควรผสมสารจับใบ สารป้องกันกำจัดไรที่ใช้ได้ผลดีในการป้องกันกำจัดไรชนิดนี้ คือ อะมิทราซ 20% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือกำมะถัน 80% ดับเบิลยูพี อัตรา 55-70 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไตรอะโซฟอส 40% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
4. เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดความเสียหายกับกระเทียมในขณะเก็บรักษาไว้เพื่อบริโภค ทำพันธุ์ หรือรอการรับซื้อจากพ่อค้าคนกลาง ควรทำการรมกระเทียมที่เก็บเกี่ยวมาแล้วด้วย อะลูมิเนียมฟอสไฟด์ หรือฟอสฟีน ในอัตรา 1 เม็ดต่อเนื้อที่ 1 ลูกบาศก์เมตร โดยนำกระเทียมที่เก็บเกี่ยวแล้วมาแขวนผึ่งหัวกระเทียมให้แห้งเสียก่อน แล้วจึงรมกระเทียมใต้ผ้าพลาสติกในที่โล่งแจ้ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก รมทิ้งไว้เป็นเวลา 5 วัน ในกรณีของกระเทียมที่ใช้ทำพันธุ์ ควรรมซ้ำอีก 1 ครั้ง ก่อนนำไปปลูก โดยใช้อัตราและระยะเวลาในการรมเช่นเดียวกับครั้งแรก

หมายเหตุ อะลูมิเนียมฟอสไฟด์ หรือฟอสฟีน เป็นสารพิษอันตราย หลีกเลี่ยงการสูดก๊าซพิษในขณะปฏิบัติงาน โดยเฉพาะขณะเปิดผ้าพลาสติกหลังการรมแต่ละครั้ง


แหล่งที่มา

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
https://www.facebook.com/photo/?fbid=392935212985699&set=a.257770309835524
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู