แจ้งเตือน
การประมง/การเพาะเลี้ยง
2 ธันวาคม 2564
กรมประมงเตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคระบาดในช่วงฤดูหนาว

นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง ให้คำแนะนำเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ด้วยขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูหนาว ทำให้สัตว์น้ำกินอาหารน้อยลง ภูมิต้านทานต่ำ สุขภาพอ่อนแอ เอื้อต่อการเกิดโรคระบาดได้ง่าย

“เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และเป็นการควบคุมโรคระบาดในช่วงฤดูหนาว อย่าง โรคอียูเอส หรือ “โรคแผลเน่าเปื่อย” โรคตัวด่าง และโรคเคเอชวี เป็นต้น กรมประมงจึงขอให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้ ควรวางแผนระยะเวลาการเลี้ยงปลาให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม หรือควรงดเว้นการเลี้ยงปลาในช่วงฤดูหนาว ควรมีบ่อพักน้ำเพื่อใช้ในฟาร์มได้เพียงพอตลอดฤดูกาล โดย เฉพาะในช่วงฤดูหนาว”

สำหรับชนิดของปลาที่จะนำมาเลี้ยงในฤดูหนาว รองอธิบดีกรมประมงบอกว่า ควรเลือกปลาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดน้อย เช่น ปลานิล ปลาจีน และปลาไม่มีเกล็ด ที่สำคัญ ควรลดความหนาแน่นของปลาที่ปล่อยลงเลี้ยงและหมั่นเอาใจใส่ ตรวจสุขภาพปลาอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งควบคุมปริมาณการให้อาหารอย่างเหมาะสม ลดปริมาณอาหารที่จะให้ลง 10-15% เนื่องจากช่วงอุณหภูมิต่ำปลาจะกินอาหารน้อยลง ถ้าหากมีปริมาณอาหารเหลือจะสะสมตามพื้นบ่อ ส่งผลให้น้ำเน่าเสีย เกิดก๊าซพิษ และมีผลกระทบต่อสุขภาพปลา ทั้งนี้อาจมีการเสริมวิตามินซีในอาหาร 1-2% โดยน้ำหนัก จะช่วยเสริมสร้างความต้านทานโรคและลดความเครียดของปลาได้

นายเฉลิมชัย แนะอีกว่า ในช่วงฤดูหนาวเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำต้องควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อ โดยใช้ปูนขาวในอัตรา 60-100 กก.ต่อบ่อขนาด 1 ไร่ หรือนำเกลือแกง 100-150 กก.มาละลายน้ำสาดให้ทั่วบ่อ ขนาด 1 ไร่ หากพบมีปลาที่เลี้ยงป่วยหรือมีอาการผิดปกติ ควรแยกออกไปเลี้ยงและรักษาต่างหาก กรณีป่วยหนักอาจทำลายทิ้งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้าง

“หากเกิดกรณีปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติมีความผิดปกติ ให้รีบปิดทางน้ำเข้าและหยุดการเติมน้ำจากธรรมชาติเข้ามาในบ่อทันที ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำในช่วงระหว่างการเลี้ยงได้ ให้ควบคุมปริมาณการให้อาหาร หากพบว่าน้ำในบ่อเริ่มเน่าเสีย โดยสังเกตว่ามีก๊าซผุดขึ้นมาจากพื้นบ่อ ให้ใช้เกลือสาดบริเวณนั้น 200-300 กก.ต่อบ่อขนาด 1 ไร่ หากพบปลาตายในบ่อเลี้ยงให้กำจัดโดยการฝังหรือเผา และเมื่ออากาศเริ่มเข้าสู่สภาวะที่เหมาะสม อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้น พบว่าปลาในธรรมชาติเป็นปกติ ไม่มีอาการป่วย ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำตามความเหมาะสมและให้อาหารปลาได้ตามปกติ”

ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถแจ้งหรือขอรับคำปรึกษาได้ที่ สำนักงานประมงจังหวัด หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง/น้ำจืด ในพื้นที่ใกล้บ้าน หรือ โทร.0 2579 4122 Facebook Page : https://web.facebook.com/AAHRDD/ และ Line ID : 443KVKEE


แหล่งที่มา

© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู