ถาม-ตอบ
ถามเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2561
ทำไมสมาคมหมูจึงต้องจี้ปศุสัตว์ให้ยื่น OIE เปิดช่องรับรองการค้าเนื้อหมูจากไทยและอาเซียน

โรคปากและเท้าเปื่อย (Foot and Mouth Disease) หรือที่เรียกกันโดยย่อว่าโรค “เอฟเอ็มดี” (FMD) เป็นโรคระบาดที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่ติดต่อกันได้ง่ายและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในสัตว์กีบที่มีเชื้อไวรัสติดต่อโรค FMD ได้แก่ โค กระบือ แพะ แกะ สุกร ช้าง อูฐ และกวาง เป็นต้น โรค FMD ทำให้ผลผลิตสูญเสียอย่าง รุนแรงและยังทำให้ประเทศสูญเสียรายได้จากการส่งออกเพราะสัตว์มีชีวิต ซากสัตว์เนื้อสัตว์ หรือ ผลิตภัณฑ์ จากเนื้อสัตว์ของประเทศที่ยังมีโรค FMD ระบาดอยู่จะไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับการค้าระหว่างประเทศ ถ้าดูจากสถานการณ์เป็นพื้นที่ทั้งโลกจะเห็นว่าพื้นที่ทวีปอาฟริกาและทวีปเอเชียยังเป็นพื้นที่หลักที่ยังเป็นไม่ได้รับการรับรองการปลอดโรคปากและเท้าเปื่อยแต่อย่างใด ที่ผ่านมารัฐบาลไทยและรัฐบาลในกลุ่มประเทศเอเชียมีความพยายามสร้างมาตรฐานตลอดห่วงโซ่การผลิตเนื้อสัตว์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผลิตเนื้อสุกรที่เป็นอาหารโปรตีนหลักของทั้งประชากรเอเชียและประชากรโลก ตั้งแต่การประกาศใช้กฎหมายด้านสุขภาพสัตว์และสวัสดิภาพสัตว์ กฎหมายมาตรฐานฟาร์มที่มีท่าทีกำลังผลักดันในเป็นภาคบังคับ กฎหมายการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่าย กฎหมายด้านอาหารปลอดภัย จนกระทั่งกฎหมายควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะที่ป้องกันการดื้อยาที่จะกระทบต่อสุขภาพของประชากร เช่น ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง มาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสุกรของประเทศไทย พ.ศ.2542 พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์ เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559 นอกจากนี้กรมปศุสัตว์ยังมีกฎหมายรองที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณาในเรื่องควบคุมการใช้ยาสัตว์ที่เกี่ยวโยงกับการดื้อยา ที่เป็นอีกกระแสหนึ่งที่ OIE เข้ามาดูแลด้วย ซึ่งกฎหมายที่โยงกับเรื่องเชื้อดื้อยาถือว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายด้านปศุสัตว์ที่ล้ำหน้ากว่าในหลายประเทศพัฒนา ซึ่งจะทำให้มาตรฐานด้านปศุสัตว์ของไทยมีการต่อยอดในระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ(OIE) มีมาตรการด้านมาตรฐานและสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อดูแลด้านนี้เช่นกัน ดังนั้นจึงเห็นว่าเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่ถึงเวลาแล้วที่องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศจำต้องนำมาตรการเหล่านี้มาใช้เป็นอีกช่องทางหนึ่งเพื่อให้ผู้เลี้ยงสุกรในประเทศกำลังพัฒนาได้มีสิทธิในการเข้าถึงการค้าเนื้อสุกรระหว่างประเทศมากขึ้น นอกเหนือจากการถูกข้อจำกัดว่าเป็นพื้นที่โรคระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยมาเป็นเวลานับค่อนศตวรรษ


คำสำคัญ

เนื้อสุกรไทยอาเซียนการค้าระหว่างประเทศองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ(OIE)โรคปากและเท้าเปื่อย

คำถามแนะนำสำหรับคุณ

ถาม-ตอบ
เก็บเมล็ดถั่วเขียวไว้แล้วเมล็ดถั่วเขียวเป็นรู เกิดจากอะไร
ทิดบ้วน
ตอบเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2561
สาเหตุเกิดจากด้วงถั่วเขียว ช่วงที่ด้วงถั่วเขียวเข้าทำลายเมล็ดถั่วเขียวคือ ระยะหนอนและตัวเต็มวัย โดยจะเข้าทำลายผลและเมล็ด ด้วงถั่วเขียวจะทำลายเมล็ดถั่วทุกชนิด เมื่อเข้าทำลายจะมีไข่สีขาวติดอยู่ที่ผิวเมล็ดหรือมีรูกลมๆ วิธีจัดการกับด้วงถั่วเขียวคือ ต้องจัดการโรงเก็บจึงจะได้ผลดีที่สุด โดยทำความสะอาดโรงเก็บเมล็ดถั่ว อย่าให้มีเมล็ดเก่าค้างอยู่ และลดความชื้นเมล็ดถั่วให้อยู่ที่ 10%
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2561
ถาม-ตอบ
พื้นที่นาดินเค็มแก้อย่างไร
ทิดบ้วน
ตอบเมื่อ 25 มกราคม 2561
การเพิ่มผลผลิตในพื้นที่นาดินเค็ม ตามทฤษฎีคือ คือ 1. ให้ปรับรูปแปลงนาให้อยู่ในรูปอนุรักษ์ดินและน้ำ ทำทางระบายน้ำเพื่อการชะล้างเกลือออกจากแปลง ปรับระดับดินให้สม่ำเสมอกัน ฝนตกขังน้ำในนา ให้น้ำชะล้างเกลือที่ผิวหน้าดินซึมลงดินชั้นล่างและระบายน้ำเค็มออกจากนา 2. ปลูกโสนอัฟริกันและไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดเพื่อปรับปรุงดิน 3. ใช้อินทรีย์วัตถุพวกปุ๋ยคอก แกลบ ผางข้าว และ 4.ปลูกข้าวทนเค็ม เช่น หอมมะลิ 105 กข 6 กข 15 ข้าวเหนียวสันป่าตอง ขาวตาแห้ง หรือปักดำต้นกล้าข้าวอายุ 30-35 วัน ปักดำ 6-8 ต้นต่อจับ ระยะปลูก 20*20 ซม. ใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-8 30 กก.ต่อไร่ ปักดำ 7- 10 วัน แตกกอสูงสุด ระยะข้าวตั้งท้อง ไม่ควรใส่ปุ๋ยรองพื้น เพราะจะเพิ่มค่าการนำไฟฟ้าในดิน หลังเก็บเกี่ยวข้าวให้คลุมดินด้วยฟางไม่ปล่อยให้ดินว่าง เพราะจะทำให้น้ำระเหยและนำเกลือกลับมาหน้าดิน การปรับรูปแปลงนาให้ทำโดย 1. ปรับหน้าดินให้สม่ำเสมอ ทำคันนาสูงครึ่งเมตร กว้างเมตรครึ่ง ปลูกพืชทนเค็มเช่น สะเดา ยูคาลิปตัส ที่คันนา ฝนตกน้ำขังล้างเกลือลงนาข้าว หรือปรับหน้าดินให้สม่ำเสมอ ขุดคูรับน้ำเค็มที่ถูกชะล้างจากชั้นหน้าดิน รักษาระดับน้ำใต้ดินไม่ให้พาเกลือขึ้นมาผิวดิน ปลูกพืชทนเค็มเช่น สะเดา ยูคาลิปตัส ที่คันนา สำหรับการปลูกโสนแอฟริกัน เนื่องจากเป็นพืชตระกูลถั่วที่ทนเค็มขึ้นได้ทั้งสภาพที่มีน้ำขังไม่ขัง มีปมที่รากและลำต้นตรึงไนโตรเจนจากดินและอากาศ เมื่อไถกลบจะให้ไนโตรเจนในปริมาณสูง สามารถเพิ่มผลผลิตข้าวได้ 30-35 % และลดความเค็มทางดินทางอ้อม โดยปรับดินให้ร่วนซุยโปร่งขึ้น ชะล้างเกลือหน้าดินลงข้างล่างให้ง่ายขึ้น ควรปลูกช่วงเม.ย.-พ.ค. โดยเตรียมดิน ไถดิน หว่านเมล็ด 5 กก.ต่อไร่ เปลือกหนาแข็ง %ความงอกต่ำ ควรแช่เมล็ดโสนในน้ำเดือด 1 นาที ตามแช่ในน้ำเย็น แล้วค่อยหว่าน ไถกลบเมื่ออายุ 60 วัน
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 18 มกราคม 2561
ถาม-ตอบ
ระบบ VMS คืออะไร
ทิดบ้วน
ตอบเมื่อ 27 มกราคม 2561
ระบบติดตามตำแหน่งเรือประมง หรือ Vessel Monitoring System: VMS ประกอบด้วยอุปกรณ์ติดตามเรือที่ติดตั้งอยู่บนเรือประมง โดยข้อมูลตำแหน่งของเรือประมงแต่ละลำจะได้จากระบบนำทางด้วยดาวเทียม (Global Navigation Satellite System: GNSS) และส่งมายังผู้ใช้งานผ่านช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมได้ 3 แบบ คือ เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (Global Service Mobile Communication: GSM) ความถี่วิทยุ AIS (AIS Auto Identification System) และเครือข่ายดาวเทียมสื่อสาร (Satellite Service Provider) ซึ่งทั้ง 3 ระบบมีความเหมาะสมกับเรือประมงแต่ละประเภทขึ้นอยู่กับแหล่งทำการประมงและระยะห่างจากฝั่งทะเลทำให้ทราบเส้นทางเดินเรือและพฤติกรรมการทำการประมงได้ เพื่อใช้เฝ้าระวังไม่ให้ทำการประมงที่ผิดกฎหมายเป็นไปตามหลักสากลและเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของเรือประมงไทย
อ่านต่อ
ถามเมื่อ 20 มกราคม 2561
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู