แจ้งเตือน
H10 ศัตรูพืช
30 กันยายน 2564
ระวังไรกำมะหยี่ลำไย

สภาพอากาศในช่วงนี้มีฝนตกกระจายทั่วทุกพื้นที่ เตือนผู้ปลูกลำไยในระยะแตกใบอ่อน ติดผล ออกดอก รับมือไรกำมะหยี่ลำไย Aceria longana Boczek and Knihinicki เข้าทำลายช่อใบอ่อนของลำไย ทำให้ใบอ่อนมีขนาดเล็กลง ขอบใบบิดม้วนงอ บางครั้งมีลักษณะบิดเป็นเกลียว เมื่อนำใบที่มีลักษณะดังกล่าวมาตรวจดูใต้กล้องที่มีกำลังขยายตั้งแต่ 40 เท่าขึ้นไป จะพบเส้นขนละเอียด สีเขียว หรือน้ำตาลอ่อนขึ้นปกคลุมที่ผิวใบ หรือยอดอ่อนทั้งบนใบ และใต้ใบ บริเวณซอกขนเหล่านี้ จะพบไรตัวเล็กๆ คล้ายหนอน ลำตัวสีขาวนวล อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ช่อใบที่ถูกทำลายนี้ ต่อมาจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและแห้งคาช่อ บางส่วนที่ยังไม่ถูกไรทำลายสามารถแทงช่อใบขึ้นมาใหม่ แต่จะมีอาการหงิกเช่นเดิม ช่อใบที่ถูกไรทำลายนี้ จะมีก้านช่อแตกเป็นพุ่มเป็นกระจุก มีข้อปล้องสั้นคล้ายพุ่มไม้กวาด ถ้าไรเข้าทำลายในระยะที่ลำไยแตกช่อดอก จะทำให้ช่อดอกมีลักษณะแตกพุ่มคล้ายไม้กวาด ช่อดอกสั้น ที่ดอกมีขนละเอียดสีน้ำตาลปกคลุม เช่นเดียวกับที่พบบนใบอ่อน ช่อดอกหลังจากที่ถูกไรเข้าทำลาย ดอกจะแห้ง ร่วง เหลือแต่ก้านช่อเป็นพุ่มสีน้ำตาลแห้ง ไม่ติดผลหรือติดผลน้อย

ข้อสังเกต : การเข้าทำลายของไรกำมะหยี่ลำไยมีลักษณะคล้ายกับใบลำไยที่ได้รับสารกำจัดวัชพืช 2,4-ดี แต่แตกต่างกันที่ผิวใบลำไยที่เกิดจากการเข้าทำลายของไรกำมะหยี่ลำไยจะมีลักษณะเป็นขนละเอียดคล้ายพรม ส่วนใบลำไยที่ได้รับสารกำจัดวัชพืช 2,4-ดี ผิวใบจะเรียบ

แนวทางป้องกันกำจัด
- ใช้พันธุ์ต้านทาน จากการสำรวจพบว่าไรกำมะหยี่ลำไยระบาดมากในลำไยพันธุ์เบี้ยวเขียว โดยเฉพาะต้นที่มีอายุมาก ส่วนพันธุ์อีดอและพันธุ์อื่น ๆ พบน้อยกว่า ดังนั้นจึงควรแก้ไขด้วยการปลูกลำไยพันธุ์ต้านทานแทน
- ใช้วิธีตัดแต่งกิ่ง ให้ตัดแต่งกิ่ง และยอดที่ถูกไรทำลาย แล้วนำไปเผาทิ้ง จะช่วยลดการระบาดของไรกำมะหยี่ลำไยได้
- ใช้สารฆ่าไรถ้ามีการระบาดมาก และไม่สามารถตัดแต่งกิ่งที่ถูกทำลายลงได้หมดให้ใช้สารฆ่าไรพ่นหลังการเก็บเกี่ยวและตัดแต่งทรงพุ่ม โดยใช้สารโพรพาไกด์ 30% ดับเบิลยูพี อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือกำมะถันผง 80% ดับเบิลยูพี อัตรา 200 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรืออะมิทราซ 20% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นซ้ำเมื่อลำไยแทงยอดใหม่
*ไม่ควรพ่นสารฆ่าไรเมื่อมีแดดจัด เพราะอาจทำให้ใบอ่อนไหม้ได้


แหล่งที่มา

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู