แจ้งเตือน
H60 วัชพืช
23 พฤษภาคม 2563
สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย เตือน.."หญ้าแม่มด" เป็นวัชพืชร้ายแรง พบเห็นให้แจ้งกรมวิชาการเกษตรโดยด่วน

ประกาศรับซื้อ “หญ้าแม่มด“ กิโลกรัมละ 300 บาท ส่งออกจีน วงการผงะ ชี้หายนะประเทศไทยแล้วเป็นศัตรูพืชกักกันที่ไม่ควรพบในประเทศผวาซ้ำรอยส่งออกข้าวไปรัสเซีย 7 ปีที่แล้ว

“หญ้าแม่มด” กลับมาฮือฮาใหม่ในยุคโควิด-19 กลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ รับซื้อกิโลกรัมละ 300 บาท ชาวบ้านแตกตื่น พยายามกว้านหาเพื่อที่จะนำมาขาย บางแห่งเจอในไร่ข้าวโพด และ อ้อย มีคน โพสต์รับซื้อ ราคากิโลกรัมละ 300 บาท ส่งที่จังหวัดสกลนคร จะนำไปส่งออกประเทศจีนเพื่อผลิตเครื่องสำอางขาย ต้องการจำนวนมาก แต่ “หญ้าแม่มด” ไม่ใช่พืชเศรษฐกิจอย่างที่คิด แต่วัชพืชที่เคยสร้างปัญหาในการส่งออกข้าวเมื่อ ปี 2556 และกรมวิชาการเกษตรประกาศให้วัชพืชชนิดนี้เป็นศัตรูพืชกักกัน  ซึ่งเป็นวัชพืชที่ไม่ควรพบอยู่ในประเทศไทย

“หญ้าแม่มด” เป็นสายพันธุ์ใหม่ คือ Striga angustifolia ดอกสีขาว ระบาดในไร่อ้อย ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวฟ่างหางหมา ที่ จ. นครสวรรค์ เดิมที่เคยพบก่อนหน้านี้เป็น  Striga asiatica ดอกสีเหลือง ระบาดในข้าวโพด ข้าวฟ่าง เมื่อปี 2517 ที่ จ. อุบลราชธานี  พื้นที่ เกือบ 5 หมื่นไร่ เป็นวัชพืชใบกว้างฤดูเดียว มีอายุ 19-120 วัน ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด มีลำต้นตั้งตรง มีขนสีขาวปกคลุมทั่วลำต้น ขนาดความสูงประมาณ 15-40 เซนติเมตร มีดอกเดี่ยว สีขาว ออกดอกตามซอกใบ ฝักมีสีน้ำตาลแก่ 1 ฝัก มีเมล็ดเฉลี่ย 736 เมล็ด หรือ 1 ต้น สร้างเมล็ดได้ถึงมากถึง 200,000 เมล็ด เมล็ดมีชีวิตในดินได้นาน 15-20 ปี หลังงอกจะแทงรากเข้าไปในรากอ้อยเพื่อดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ต้นอ้อยแคระแกร็น หรือแห้งตาย พบหญ้าแม่มดในสภาพดินทรายหรือดินร่วนที่มีการระบายน้ำได้ดี ซึ่งเคยมีการระบาดรุนแรงเมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ในแปลงอ้อยตอ และอ้อยปลูกใหม่ ใน อ.เมือง อ.พยุหะคีรี และ อ.ตากฟ้า จังหวัดนคสวรรค์ เสียหายกว่า 1 พันไร่ ทำความเสียหายแก่พืชหลายชนิด เช่น อ้อย ข้าวฟ่าง ข้าวโพดและข้าว วัชพืชที่เป็นพืชอาศัย ได้แก่ หญ้าพง หญ้าแพรก หญ้าตีนติด หญ้าปากควาย หญ้าขจรจบดอกเล็ก

       วิธีกำจัดไม่ควรถอนหรือใช้จอบถาก เพราะจะยิ่งทำให้หญ้าแม่มดจะแตกหน่อจำนวนมากขึ้น มาจากลำต้นใต้ดิน แล้วต้องพ่นกำจัดด้วยซัลเฟนทราโซน อัตรา 300 ซีซีต่อไร่ หลังพ่น 2 เดือน หากพบว่าแตกต้นใหม่ให้พ่นซ้ำอีก 1 ครั้ง

 

 


© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู