แจ้งเตือน
H20 โรคพืช
1 พฤศจิกายน 2562
สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เตือนเฝ้าระวัง "โรครากเน่าโคนเน่ามะละกอระบาด"

เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมะละกอเฝ้าระวังโรครากเน่าโคนเน่ามะละกอระบาดสภาพอากาศในช่วงนี้ มักจะมีอากาศร้อนอบอ้าวมีฝนตก เอื้อต่อการเจริญเติบโตของศัตรูพืช โดยเฉพาะเชื้อรา เกษตรกรผู้ปลูกมะละกอเตรียมรับมือ โรครากเน่าโคนเน่ามะละกอ เป็นโรคที่สามารถพบมากในระยะต้นกล้าไปจนถึงระยะต้นโตเก็บเกี่ยวผลผลิตในระยะต้นกล้าจะแสดงอาการโคนลำต้นบริเวณผิวดิน มีลักษณะฉ่ำน้ำยุบเป็นแถบๆ ใบจะเหี่ยว ถ้าอาการรุนแรง บริเวณโคนต้นจะหักพับและตายในที่สุดในระยะต้นโตมักแสดงอาการเริ่มแรกพบรากแขนงสีน้ำตาลหลุดขาดได้ง่าย ต่อมาโรคลุกลามไปยังรากแก้ว ทำให้รากเน่าเปื่อย ต้นแคระแกร็น ใบเหลือง ก้านใบลู่ลง และหลุดร่วงได้ง่าย ส่วนต้นมะละกอจะเหลือใบยอดเป็นกระจุกและตายในที่สุด โดยบริเวณโคนต้นจะเน่าชุ่มน้ำ มีสีน้ำตาลเยิ้มออกมา และจะหักล้มพับได้ง่าย

แนวทางป้องกันกำจัด ในระยะนี้ให้เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นมะละกอที่แสดงอาการของโรครากเน่าและโคนเน่า ให้ขุดหรือถอนต้นที่เป็นโรคออกจากแปลง และนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อสาเหตุของโรคและควรใส่ปูนขาวหรือโรยยูเรียผสมปูนขาว อัตรา 80:800 กิโลกรัมต่อไร่ บริเวณหลุมที่ขุดหรือถอนต้นออกไปแล้ว แล้วกลบหลุม รดน้ำให้ดินมีความชื้นทิ้งไว้ 3 สัปดาห์ เพื่อฆ่าเชื้อสาเหตุของโรค แต่หากเริ่มพบการระบาดของโรครากเน่าและโคนเน่า ให้ใช้สารราดป้องกันกำจัดโรคพืช เมทาแลกซิล+แมนโคเซบ 4%+64% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสาร เมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร บริเวณโคนต้นด้วย สำหรับพื้นที่เคยมีการระบาดของโรคนี้ ควรสลับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน และควรทำแปลงปลูกให้มีการระบายน้ำที่ดี ไม่ให้มีน้ำขัง


แหล่งที่มา

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
https://www.facebook.com/196765307558257/photos/a.196770887557699/534163073818477/?type=3&theater
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู