แจ้งเตือน
H01 อารักขาพืช
10 กันยายน 2562
เตือนภัยจากกรมวิชาการเกษตร ระหว่างวันที่ 11-17 กันยายน 2562

ช่วงนี้ฝนตกต่อเนื่อง และฝนตกหนักบางพื้นที่ ผักตระกูลกะหล่ำและผักกาด (เช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดเขียวปลี ผักกาดขาวปลี กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี ผักฮ่องเต้ ผักกาดหางหงษ์ และผักกาดหัว เป็นต้น) ในระยะต้นกล้า ระวังโรคเน่าคอดิน (เชื้อรา Pythium spp.) ส่วนเบญจมาศในทุกระยะการเจริญเติบโต ระวังโรคใบจุด (เชื้อรา Septoria chrysanthemella) 

ข้อสังเกตลักษณะ/อาการที่อาจพบ
1.โรคเน่าคอดิน : บริเวณโคนต้นที่ติดกับผิวดินมีลักษณะช้ำฉ่ำน้ำสีน้ำตาลเข้ม เมื่ออาการรุนแรงเนื้อเยื่อจะเกิดเป็นแผลเน่าลาม ทำให้ต้นกล้าเหี่ยวทั้งต้น หักล้ม และตายก่อนจะแตกใบจริง บางครั้งเชื้อราอาจเข้าทำลายเมล็ดก่อนงอกพ้นดิน ทำให้เมล็ดไม่งอก หรืองอกออกมาแต่ไม่มีใบเลี้ยง
2.โรคใบจุด : อาการเริ่มแรก พบจุดสีน้ำตาลขนาดเล็กบนใบ ต่อมาแผลขยายใหญ่ขึ้น รูปร่างค่อนข้างกลม มี
สีน้ำตาลเข้ม บางครั้งขอบแผลมีสีเหลือง บริเวณแผลพบส่วนของเชื้อราเป็นจุดสีดำเล็กๆ เกิดกระจายทั่วแผล หากอาการรุนแรงแผลจะลามขยายติดกันทำให้ใบไหม้และร่วงหล่น อาการของโรคจะเกิดกับใบล่างๆ ก่อน ถ้าโรคระบาดรุนแรงจะลุกลามถึงใบยอดทำให้ใบไหม้ทั้งต้น
แนวทางป้องกัน/แก้ไข
- ไถพลิกกลับหน้าดิน ตากแดด เพื่อลดปริมาณเชื้อราในดินก่อนเพาะกล้า
- คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารเมทาแลกซิล 35% ดีเอส อัตรา 7 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม ก่อนเพาะกล้า
- ควรเพาะเมล็ดในระดับที่ไม่ลึกมาก และไม่แน่นจนเกินไป เว้นระยะต้นให้แสงแดดสามารถส่องผ่านลงได้
- หมั่นกำจัดวัชพืชในแปลงเพาะ เพื่อลดความชื้นในแปลง
- แปลงเพาะกล้าควรมีการระบายน้ำที่ดี ไม่ให้มีน้ำท่วมขัง
- เมื่อพบต้นกล้าที่เป็นโรค ถอนต้นที่เป็นโรคนำไปทำลายนอกแปลงปลูกทันที และราดดินบริเวณที่เป็นโรค
และบริเวณใกล้เคียงด้วยสารโพรพาโมคาร์บไฮโดรคลอไรด์ 72.2% เอสแอล อัตรา 6-12 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไฮเมกซาโซล 36% เอสแอล อัตรา 22-26 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร


แหล่งที่มา

กรมวิชาการเกษตร
http://at.doa.go.th/ew/pdf/203_sep62_2.pdf
© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู