แจ้งเตือน
H20 โรคพืช
6 สิงหาคม 2562
กรมวิชาการเกษตรเตือน ระวังโรคใบไหม้ (ใบติด) ทุเรียน

สภาพอากาศในระยะนี้มีทั้งแดดและฝน เอื้อให้เชื้อราศัตรูพืชระบาดได้ง่าย กรมวิชาการเกษตร เตือนชาวสวนทุเรียนให้เฝ้าระวังการระบาดของโรคใบไหม้ หรือที่มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โรคใบติด เพราะจะมีใบไหม้ติดกันเป็นกระจุก
อาการ เริ่มแรกจะพบใบทุเรียนมีแผลคล้ายถูกน้ำร้อนลวก ต่อมาแผลขยายตัวและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล มีขนาดและรูปร่างไม่แน่นอน จากนั้นจะลุกลามไปยังใบปกติข้างเคียง ยิ่งมีความชื้นสูงเชื้อราก่อโรคจะสร้างเส้นใยคล้ายใยแมงมุมยึดใบให้ติดกัน เมื่อใบที่เป็นโรคหลุดร่วงไปสัมผัสกับใบที่อยู่ด้านล่าง ทำให้โรคระบาดลุกลามจนใบไหม้เห็นเป็นหย่อม ๆ ใบแห้งติดกันเป็นกระจุกแขวนค้างตามกิ่ง ต่อมาใบจะร่วงจนเหลือแต่กิ่ง และกิ่งแห้งในที่สุด
การป้องกัน 
- หากพบการระบาดให้ตัดส่วนที่เป็นโรคและเก็บเศษพืชที่เป็นโรคและใบที่ร่วงหล่นนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก จากนั้นให้พ่นใบให้ทั่วทั้งต้นด้วย ทีบูโคนาโซล+ไตรฟลอกซีสโตรบิน 50%+25% ดับเบิลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ เพนทิโอ-ไพแรด 20% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟลูไตรอะฟอล 12.5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ เฮกซะโคนาโซล 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ 65.2% ดับเบิลยูจี อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ 85% ดับเบิลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ 77% ดับเบิลยูพี อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คิวปรัสออกไซด์ 86.2% ดับเบิลยูจี อัตรา 10-20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 7-10 วัน
- ส่วนแปลงปลูกที่มีความชื้นสูง และมีการระบาดของโรคเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง เพื่อลดการแตกใบของต้นทุเรียน จากนั้นให้ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง และกำจัดวัชพืชเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก ลดการสะสมความชื้น รวมทั้งควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรหลังนำไปใช้กับต้นที่เป็นโรคทุกครั้ง


แหล่งที่มา

© 2017-2018 Office of the University Library, Kasetsart University.
forumถามกูรู